สังคม

หิ้ว 6 ชาวบ้านกกอกเข้าเครื่องจับเท็จ – สรรพากรจ่อเช็คบิล 'ลุงพล' หากไม่เสียภาษี

19 ม.ค. 2564

628 views

ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมน้องชมพู่ ที่เข้มข้นมากขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือนยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ที่ผ่านมาก็มีการเก็บหลักฐานนิตวิทยาศาสตร์ ทั้งเส้นขนคนที่ใกช้ชิด ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่น้องชมพู่ใกล้ชิด รวมถึงการเข้าเครื่องจับเท็จ ที่ผ่านมาจะมีพ่อแม่ครอบครัวน้องชมพู่ รวมทั้ง ลุงพล ป้าแต๋น ก็เข้าเครื่องจับเท็จมงไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อวานนี้ ตร.สภ.กกตูม ได้พาชาวบ้านบ้านกกกอก จำนวน 6 คน มีพระสงฆ์ 2 รูป และชาวบ้าน ประกอบด้วย เจ้ส้มโอ / พระอธิการบุญมา / ครูบารัตน์ / นางดอน แม่ครัววัด / พ่อแบมเพื่อนบ้านใกล้เคียงบ้านลุงพล /และเด็กชายก๋วยเจ๋ง ญาติของน้องชมพู่  ทั้งหมดเดินทางเข้ากทม เพื่อเข้าเครื่องจับเท็จ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี

โดยตร.ได้จัดที่พักและดูแลทั้งหมดเป็นอย่างดี ซึ่งต้องใช้เวลาซักถามเข้าเค่องจับเท็จนี้ 3 วัน วันละ 2 คน โดยเริ่มจาก พระอธิการบุญมา พระวัดภูผาแอก และครูบารัตน์ พระวัดป่าภูกระโล้น

กระบวนการเข้าเครื่องจับเท็จเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00-14.00 น.โดยเข้าเครื่องจับเท็จทีละคน เหมือนกับกลุ่มครอบครัวน้องชมพู่และลุงพล ป้าแต๋น

ซึ่งคำถามที่ถามพระทั้งสองวัดนั้นไม่เป็นที่เปิดเผย แต่มีรายงานว่า เป็นการถามเกี่ยวข้องกับไทม์ไลน์เวลาของลุงพล ในช่วงที่น้องชมพู่หายตัวไป  ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ให้การไม่ตรงกันโดยเฉพาะ ช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายไปแล้วมีการพูดถึงว่าลุงพลได้พูดว่าหลานสาวหายในเวลา 10 โมงเช้า ตอนที่ขึ้นไปพบกับพระอาจารย์บุญมา ส่วนครูบาลรัตน์ ก็สอบถามในประเด็นเดียวกัน แต่เป็นช่วงเวลาระหว่างที่ลุงพลขับรถไปส่งเป็นเรื่องของการพูดคุย ในรถระหว่างเดินทาง

ส่วนวันนี้ (19 ม.ค.) พยานที่จะเข้าเครื่องจับเท็จคือ พ่อแบม และก๋วยเจ๋ง /ซึ่งพ่อแบมเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องๆกับบ้านลุงพล และหลังบ้านเป็นป่าสวนยาง สามารถเดินทะลุไปบ้านน้องชมพู่ได้ ซึ่งปนะเด็นของพ่อแบมนั้น จะเป็นเรื่องของระยะไทม์ไลน์ของลุงพล ที่ผ่านมายืนยันว่าพบเห็น ลุงพล เวลา 9 โมงเช้า ที่ป่าสวนยางหลังบ้าน ตามที่เคยให้ปากคำไว้ว่าเห็นลุงพลเดินอยู่ตรงสวนยาง และยืนยันมาตลอดว่าเห็น แต่ ลุงพลยืนยันว่าไม่ได้ไปบริเวณนั้นตามเวลาดังกล่าว

ส่วน ด.ช ก๋วยเจ๋งจะสอบถาม ประเด็นช่วงเวลาในตอนเช้าที่อยู่กับน้องชมพู่  ส่วนวันที่ 20 ม.ค.วันสุดท้ายจะเป็นการซักถามเข้าเครื่องจับเท็จของพยานอีก 2 คน คือ ยายดอน และ เจ้ส้มโอ ซึ่งทั้งสองคนก็ถือเป็นพยานสำคัญที่เห็นลุงพลในช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายตัวไป  รวมทั้งข้อเท็จจริงกรณีที่เห็นชายปริศนาวิ่งลงจากภูเหล็กไฟ ในช่วงที่ชาวบ้านกำลังตามหาน้องชมพู่ที่เชิงเขา แต่ชายปริศนารายนี้กลับวิ่งลงมาจากเขาในท่าทีเร่งรีบ

สำหรับบรรยายกาศบริเวณหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน 1 จังหวัดปทุมธานีนั้น ทางตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบริเวณด้านใน และไม่อนุญาตให้สัมภาษณ์ หรือพูดคุยกับกลุ่มพยานแต่อย่างใด 

ทีมข่าวสอบถาม หนึ่งในพยานที่เข้าเครื่องจับเท็จ เปิดเผยว่า ไม่รู้สึกกังวลใจ อะไร เพราะพูดตามสิ่งที่เห็น และคิดว่าการที่เข้าเครื่องจับเท็จนี้จะช่วยให้ตร.สามารถจับตัวคนร้ายได้ในเร็วๆนี้ เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านคนที่ตกเป็นพยานต่างกังวลใจและกลัวจะถูกโยงเข้าไปเกร่ยวข้องกับคดี ทำให้ได้รับผลกระทบ

ซึ่งอยากให้ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา เพราะเชื่อว่าหากคนร้ายที่ทำน้องชมพู่เป็นคนในหมู่บ้านหรือคนใกล้ชิด ถือว่าเป็นคนโหดเหี้ยมมาก

ในส่วนของลุงพล หลังจากที่งดให้สัมภาษณ์สื่อหลัก จะให้แต่ยูทูบเบอร์เท่านั้น ก็มีกรณีการตรวจสอบเรื่องรายได้ของลุงพล ที่มีจำนวนมากขึ้นทั้งจากการรับงานการแสดง และการเปิดรับบริจาค จนเกิดกระแสว่าลุงพลจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นายธนา วาริยศ สรรพากรพื้นที่มุกดาหาร กล่าวว่า ในกรณีของนายไชยพล วิภาหรือลุงพลพร้อมกับภรรยาในส่วนนี้เรามีข้อมูลอยู่แล้วและได้มีการติดตามโดยตลอด ที่รู้มาลุงพล ก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีรายได้เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีซึ่งภาษีรายได้บุคคลธรรมดาก็ต้องยื่นเสียภาษี ภายในวันที่ 31 มีนาคม 64  ถ้ายื่นผ่านอินเตอร์เน็ตก็ภายในวันที่ 8 เมษายน 64

ส่วนกลุ่มยูทูบเบอร์ ที่มีรายได้จากการถ่ายทอดชีวิตลุงพลป้าแต๋นจนบางคนมีรายได้หลักแสนต่อเดือน ส่วนนี้ก็ต้องดูว่าเขามีรายได้เท่าไรเมื่อคำนวณแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียหรือไม่ ซึ่งอยู่กับข้อกำหนดอยู่แล้วว่ามีรายได้เท่าไรจะต้องมีหน้าที่ยื่นแบบเสียภาษีอาจจะคำนวณออกมาแล้วไม่ต้องเสียภาษีก็ได้

ในส่วนของเงินบริจาคที่ลุงพลเปิดรับ นั้นต้องไปดูของเท็จจริงและรายละเอียดก่อน แต่เรื่องรายได้ของลุงพลนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล

แต่หากลุงพลไม่ยื่นเสียภาษีในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จหรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000บาท

ส่วนประเด็นต้นตะเคียนท่อน ที่ศาลแม่ตะเคียนโสระภี ข้างบ้านลุงพล ที่ว่าเป็นต้นตะเคียนจริงหรือไม่ และครอบครองถูกกฎหมายหรือไม่ ล่าสุด อธิบดีกรมป่าไม้ นายอดิศร นุชดำรงค์ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรอรายงานผลจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบว่าเป็นไม้ตะเคียนจริงหรือไม่ หากจริง จะถือว่าผิดฐานครอบครองไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะตะเคียนท่อน ถือเป็นไม้หวงห้าม ผู้ครอบครองจะต้องชี้แจงได้มาจากที่ใด มีที่มาที่ไปอย่างไร

โดยเบื้องต้นทราบว่า ลุงพลชี้แจงว่า ตะเคียนท่อนไหลมาจากบนภูเขา ลอยมาตามน้ำ ก่อนมาติดอยู่ตรงสะพาน เมื่อไปพบจึงนำขึ้นมาตั้งศาลแม่ตะเคียน

รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/TjFzF1_iurI

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ