สังคม
สะเทือนใจ! เจ้าของโรงแรมยิงปืนใส่หมา ฉุนโดนงับนิ้วตอนให้หมูกิน อ้างปืนลั่น วอชด็อกโร่แจ้งความโดนหนัก 3 ข้อหา
10 ต.ค. 2563
3.1K views
สะเทือนใจคนรักสัตว์! เจ้าของโรงแรมย่านห้วยขวาง ใจโหดยิงปืนใส่หมา ‘เจ้ามารวย’ 3 นัด ดิ้นพล่านตายอนาถ โมโหยืนเนื้อหมูให้หมากินถูกงับนิ้วอ้างปืนลั่น นำเงินใส่ซองขาวให้ 5 พันบาท เจ้าของยันไม่เคยกัดคน น้ำท่วมปากไม่อยากพูดอะไรมากเพราะรู้จักกับมือยิง แม่ค้าในตลาดยกมือไหว้ขอชีวิตหมาแต่ไม่ฟัง ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา
เมื่อวานนี้ (9 ต.ค.) มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ Watchdog Thailand - WDT ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดแฉเจ้าของโรงแรมใจโหด ใช้อาวุธปืนยิงใส่ 3 นัด ‘เจ้ามารวย’ สุนัขพันธุ์บางแก้วผสม จนล้มลงดิ้นตายอนาถ ที่ตลาดนัดซอย 20 มิถุนา แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. เหตุเกิดขึ้น เมื่อ วันที่ 8 ตุลาคม 2563 เวลาตามกล้องวงจรปิด 09.56
สาเหตุเพราะคนยิงเอาหมูกรอบให้สุนัขกินแล้วโดนงับนิ้ว จึงโมโหก่อเหตุดังกล่าวโดยกล้องวงจรปิดร้านชานมบริเวณลานจอดรถของตลาดจับภาพเหตุการณ์ ขณะเจ้าของโรงแรมคนก่อเหตุยืนอยู่ที่ตลอดหน้าร้านขายอาหารตามสั่ง ถือปืนจ่อไปที่สุนัขเจ้ามารวยที่วิ่งเข้าใส่ยืนกระดิกหางต่อหน้าเจ้าของโรงแรม โดยภรรยาของคนก่อเหตุและแม่ค้าในตลาดพยายามห้ามปรามตะโกนว่า “เฮียอย่าทำ เฮียใจเย็น ๆ” คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พยายามเรียกสุนัข แต่เจ้ามารวยไม่ยอมวิ่งหนไปไหน ก่อนจะถูกเจ้าของโรงแรมลั่นไกยิงส่ 3 นัด นอนล้มลงตาย
ทางมูลนิธิวอชด็อกฯ ได้นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.สุทธิสาร เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ และพ.ร.บ.อาวุธปืน เพราะประชาชนผู้พบเห็นเหตุการณ์เกรงว่า ‘มารวย’ ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคนใจโหดเป็นเจ้าของโรงแรมในย่านนั้น อ้างกับตำรวจว่าปืนลั่น จึงหาหลักฐานกล้องวงจรปิดส่งมอบให้มูลนิธิวอชด็อก ฯ ระบุว่า กฏหมายไม่คุ้มครองคนใจบาป จะจัดให้ทุกข้อหาทั้งทารุณกรรมสัตว์ และ พรบ.อาวุธปืน ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นคดีส่วนบุคคล เป็นสิทธิ์ของเจ้าของที่จะไกล่เกลี่ยยอมความหรือไม่ยอมความก็ได้ ไม่อยากให้ยอมความเพราะโทษทำให้เสียทรัพย์มีโทษจำคุกสูงสุด 3ปี สูงกว่าโทษสูงสุดของทารุณกรรมสัตว์ แล้วเรียกค่าเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เอาเงินไปทำบุญให้หมาจรต่างๆ จะดีกว่า ส่งเป็นกุศลให้มารวยซึ่งก็เป็นหมาจรที่ถูกนำมาปล่อยทิ้ง
ล่าสุดผู้สื่อข่างลงพื้นที่ตลาดนัดซอย 20 มิถุนา พูดคุยกับแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าของโรงแรมที่ก่อเหตุเดินมาสั่งอาหารที่ร้านของตน แล้วได้ขอหมูกรอบยื่นให้สนัขกินแต่โดนงับมือ ทำให้เจ้าของโรงแรมโมโห เดินไปหยิบปืนที่รถแล้วเดินที่ยิงสุนัข ตนและพ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ๆ ต่างพากันวิ่งหลบกลัวโดนลูกหลง ทุกคนตกใจมาก ไม่น่าทำรุนแรงกับสุนัขถึงขั้นนำปืนมายิงมันตาย ไล่หรือใช้ไม้ตีมันก็กลัวแล้ว เจ้ามารวยมันวิ่งเล่นอยู่ในตลาดก็ไม่เคยกัดใคร
ด้านนางรัชนี แซ่ลี้ แม่ค้าขายขนมครกอยู่ในตลาดฯ เล่าว่า ตนได้ยินเสียงดังโวยวายจึงหันไปดู เห็นเจ้าของโรงแรมโดนหมางับนิ้ว แล้วเดินตามหาหมา ภรรยาก็ห้ามว่า “เฮียใจเยน ๆ” ตนจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้เขาว่า “เฮียอย่าไปตีมันเลย ขอชีวิตมัน” แต่เฮียเจ้าของโรงแรมก็วิ่งตามหาหมา หมาก็วิ่งหลบเฮีย เพราะกลัวเฮียจะตีหมา ตนก็ไล่หมาหนี จังหวะนั้นเฮียหันมาเห็นหมา หมาก็วิ่งหนี เฮียวิ่งกลับไปที่โรงแรม ถือปืนมาจะยิงหมา ตนยกมือไหว้ว่า “ขอละ ๆ หมามันสำนึกผิดแล้ว ” ภรรยาของเฮียก็ช่วยห้าม
จากนั้นเฮียก็ขึ้นลำปืน ตนจึงบอกว่าไปล้างแผลก่อนมั้ย แต่เขาไม่ฟัง พ่อค้าแม่ค้าเห็นปืนก็วิ่งหลบ เจ้าของโรงแรมโกรธมาก บอกว่า “หมามันกัดผม” ตนก็บอกให้แม่ค้าแถวนั้นเอาหมาออกไป พยายามจะเอาหมาหนีไม่ให้เขายิง ทีแรกตนคิดว่าเป็นปืนปลอม พอหมาเห่าเขาก็ยิงปืนใส่หมา คิดว่ายิงขู่หมาเฉย ๆ หันไปมองอีกทีหมานอนตายแล้ว ชาวบ้านก็วิ่งมาดูพูดเป็นเสียงเดียวว่า “มันรุนแรงเกินไป หมามันอยู่กับเราก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ ช่วยเฝ้าของในตลาด คนในตลาดก็รักมัน ”
ขณะที่นางศุภษา อินทรซันไล เจ้าของตลาดและรับเลี้ยงสุนัข กล่าวว่า เจ้ามารวยเป็นสุนัขที่ 1 ปีที่แล้วมีคนนำมาปล่อยทิ้งที่ตลาด ตนก็เลี้ยงดูมันอย่างดี หลังเกิดเหตุตนได้คุยกับเจ้าของโรงแรมที่โรงพัก เขาขอโทษขอโพยอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นสนุขของตน พร้อมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนำสนุขไปทำพิธีเผา เรื่องคดีว่าไปตามกระบวนการ ยอมรับว่าตนเองน้ำท่วมปาก พูดอะไรมากไม่ได้เพราะรู้จักกับเจ้าของโรงแรมที่ก่อเหตุ กลัวผิดใจกัน ที่แรกไม่ทราบว่าคนก่อเหตุเป็นใคร ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะยิงสุนัขที่ตนเลี้ยงและมายิงปืนในตลาดพื้นที่ของตนอีก ตนก็ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงยิงสนุข
เจ้าของตลาด น้ำตาตกระบุว่า สงสารสุนัขตายอย่างทารุณ มันก็มีชีวิตจิตใจ ตนเลี้ยงเจ้ามารวยเหมือนลูก ไล่มันดี ๆ ก็ได้ เราก็รู้จักกันมาคุยกันดี ๆ ก็ได้ ถึงขั้นต้องเอาปืนมาไล่ยิงหมาเลยเหรอ ตอนนี้ตนยังไม่ได้คุยอะไรเพิ่มเติมกับเจ้าของโรงแรมที่ก่อเหตุ แต่เมื่อวานนี้น้องสาวผู้ก่อเหตุได้นำเงินจำนวน 5,000 บาท ใส่ซองขาว มาฝากไว้ที่แม่ค้าในตลาด ฝากมาให้ตนเป็นค่าทำพิธีนำสุนัขที่ตายไปเผา
“ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ เขาก็รู้ว่าเป็นหมาทีตนเลี้ยง อ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ อย่าโทษว่าอยู่ ๆ หมามันก็มากัด แล้วสาเหตุที่หมากัดเป็นเพราะอะไร ก่อนหน้านี้เจ้าของโรงแรมคนดังกล่าว เคยนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ตลา แล้วเจ้ามารวยไปดมขา เขาก็ลุกขึ้นเตะ แล้วบอกตนว่าอย่าเลี้ยงหมาไว้นะ เดี๋ยวเฮียจะไปเอาปืนมายิง ซึ่งตอนนั้นก็ไม่เอาปืนมายิง คิดว่าพูดเล่น ๆ กระทั่งเกิดเหตุขึ้นล่าสุด เฮียแกเป็นคนอารมณ์ร้าย”
ด้านนายณัฐพล สนั่นเอื้อ ลูกน้องเจ้าของตลาดฯ เผยว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ได้ยินแต่เสียงปืน ก็รีบลงมาดู ก็เห็นเจ้ามารวยนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน ยิ่งได้เห็นคลิปก็ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ คนในตลาดต่างก็รักมารวย ปกติตนจะนอนกับเจ้ามารวยอยู่เสมอ บางครั้งมันก็จะไปนอนริมระเบียงซึ่งเป็นที่นอนประจำของมัน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไปที่โรงแรมของคนก่อเหตุ ซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบเจ้าของโรงแรมที่ยิงสุนัข สอบถามพนักงานหน้าฟร้อนท์ พูดเสียงแข็งอ้างว่า เจ้าของไม่ได้เข้ามาที่โรงแรม และอ้างว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
พันตำรวจเอกยิ่งยศ สุวรรณโณ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 51 ปี หลังเกิดเหตุได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา คือ ข้อหาทารุณกรรมสัตว์ , พ.ร.บ.อาวุธปืน พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ, และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/aUviIHVPupY
แท็กที่เกี่ยวข้อง