สังคม
ชี้มัลแวร์เรียกค่าไถ่ รพ.สระบุรี มาจากฝั่งยุโรป มีหลายหน่วยงานโดนด้วย ทีมไซเบอร์เร่งกู้ระบบ
11 ก.ย. 2563
1.2K views
คืบหน้ากรณีแฮกเกอร์ปล่อยไวรัสเจาะฐานข้อมูล ระบบสารสนเทศโรงพยาบาลสระบุรีเพื่อเรียกค่าไถ่ ทำให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการได้อย่างเต็มสมรรถภาพ ส่งผลให้เกิดความล่าช้า ผู้มารับบริการเสียเวลาทั้งวัน เหตุเกิดตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 5 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา
ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ทีมไซเบอร์จากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงดิจิตอล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆ โดยเริ่มปฏิบัติการ วิเคราะห์ ตรวจสอบตัวอุปกรณ์ พยายามหาข้อมูลทั้งหมด คาดว่าราว 1-2 อาทิตย์ น่าจะมีคำตอบได้ จากนั้นจะมีแนวทางวิเคราะห์ พัฒนา และมาตรการการป้องกันในอนาคต
ซึ่งทางโรงพยาบาลอยากฝากถึงผู้มาติดต่อใช้บริการมในช่วงนี้ นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น บัตรประชาชน ประวัติการใช้ยา ซองยา หากไม่ได้ติดตัวมา ให้คนทางบ้านถ่ายรูปแล้วส่งมาทางไลน์ เพื่อเป็นการสะดวกรวดเร็วแก่แพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย
ขณะที่พลตำรวจตรีพันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด หัวหน้าเพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ยืนยันว่า มัลแวร์ที่โจมตีระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาลสระบุรี มาจากต่างประเทศ ในฝั่งทวีปยุโรป ลักษณะมีการส่งต่อข้อมูลหลายขั้นตอน จนมาถึงโรงพยาบาลสระบุรี แต่ยังไม่มีการเรียกเงินค่าไถ่
ซึ่งขณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ทั้งจากตำรวจ ทหาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส อยู่ระหว่างลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่มาของมัลแวร์ดังกล่าว ลักษณะการทำงานของมัลแวร์ แต่ยอมรับพบข้อมูล มีโรงพยาบาลและบริษัทเอกชนบางแห่ง ถูกแฮกข้อมูลคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่ในลักษณะเดียวกัน
ซึ่งบางแห่งได้มีการจ่ายเงิน เพื่อเรียกคืนข้อมูลไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ถูกแฮกข้อมูลช่วงเวลาเดียวกันกับโรงพยาบาลสระบุรีหรือไม่, ผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลหรือกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้เสียหายได้
กรณีโรงพยาบาลสระบุรี เป็นเรื่องใหม่ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับมาดำเนินการ แม้จะเคยเกิดเหตุลักษณะนี้ในต่างประเทศมาแล้ว ซึ่งจากนี้ ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องแสวงหาความร่วมมือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์มากขึ้น
พร้อมเห็นว่าการจัดตั้งกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หน่วยงานใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะช่วยรองรับภารกิจด้านปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีความซับซ้อน กระจายอยู่หลายพื้นที่ และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ระบุได้เร่งสั่งการให้ทุกรพ.ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เร่งสำรองข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นกรณีเดียวกับรพ.สระบุรี และในเตรียมของบประมาณเงินกู้ 1,900 ล้านบาท เพื่อมาวางข้อมูลสุขภาพระดับชาติ ให้ทุกรพ.ในสังกัดซึ่งคาดว่าภายใน 1-2 ปี
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wl9jjtS_Li0
แท็กที่เกี่ยวข้อง