สังคม

รพ.ธรรมศาสตร์เผย น้องอิ่มบุญ-น้องอมยิ้ม ร่างกายรับสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน แจงแม่ปุ๊กจ่ายค่ารักษาไม่ถึงล้าน

26 พ.ค. 2563

11.7K views

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ระบุ น้องอิ่มบุญและน้องอมยิ้ม เข้ารับการรักษาในอาการที่คล้ายกัน เมื่อส่องกล้องพบมีแผลในทางเดินอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากการได้รับสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เผยแพทย์พบผิดสังเกต จนต้องมีการจำกัดการเข้าเยี่ยม
รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วย ดร.ขนิษฐา บูรณพันศักดิ์ หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ ระบุถึงกรณีการรักษาน้องอมยิ้ม และ น้องอิ่มบุญ กับทางโรงพยาบาล 
โดยน้องอิ่มบุญ เข้ามารักษาที่โรงพยาบาลครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 13 -23 มกราคม 2563 ที่หอผู้ป่วยพิเศษ ด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือด จากการซักประวัติคุณแม่ 10 วันก่อน น้องมีการการอาเจียนเป็นเลือด หลังกินปลาหมึกย่าง และก่อนหน้าได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเข้ารับการรักษา ทีมแพทย์ส่องกล้องหาสาเหตุของอาการ อาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำ หลอดอาการ กระเพราะอาหาร พบมีการอักเสบของเยื่อบุกระเพราะอาการ และอาการเริ่มดีขึ้น สามารถรับประทานอาการได้ และกำลังจะให้กลับบ้าน 
แต่ในวันที่ 23 มกราคม น้องกลับมีอาการทรุดในลักษณะที่คล้ายเดิม คือ ปวดท้องกระทันหัน อาเจียนเป็นเลือด ปากบวม อุจจาระเหลวสีดำ ซึ่งถือว่าวิกฤต จึงต้องย้ายน้องเข้ามารักษาอาการที่ห้องไอซียู และเมื่อส่องกล้องซ้ำที่กระเพราะอาหาร มีแผลอักเสบรุนแรง และทำให้ทางทีมแพทย์เริ่มสงสัยว่าร่างกายของน้อง น่าจะได้รับสารกัดกร่อน 
ซึ่งทีมแพทย์รักษาจนถึงต้นเดือน เมษายน น้องออกจากห้องไอซียู กลับมารักษาที่หอผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งน้องสามารถรับอาการจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาเยี่ยม และทางญาติก็สามารถเข้ามาเยี่ยมได้ตามปกติ แต่เมื่อออกมาได้ไม่นาน อาการของน้องก็ทรุดและดี สลับกัน ทางทีมแพทย์จึงเริ่มจำกัดการเข้าเยี่ยม ในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง โดยมีการไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้ามาเยี่ยม และเวลาที่แม่ปุ๊กเข้าเยี่ยม ก็จะมีทีมแพทย์คอยอยู่ด้วยตลอดเวลา ก็พบว่าอาการดีขึ้น 
จนวันที่ 14 พ.ค. น้องอาการดีขึ้น กำลังจะเตรียมตัวกลับ แต่ทางทีมแพทย์แจ้งกับทางแม่ปุ๊กว่า ให้น้องนั้นอยู่ที่โรงพยาบาลไว้ก่อน เพื่อประวิงเวลา ขณะที่หมออีกทีมหนึ่งก็ไปประสานกับทาง พม. เพื่อให้มารับตัวน้อง ในวันที่ 18 พ.ค. โดยอาการของน้องอิ่มหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล ก็จะมีภาวะแทรกซ้อน มีรอยผนังทะลุข้างลำคอ รอให้แผลค่อยๆ หาย และมีอาการเสียงแหบ เหนื่อยง่ายเวลาเล่นเพราะมีการอักเสบทางปอด ซึ่งอาการล่าสุดของน้องอิ่มตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปเยี่ยม แต่หลังจากนี้ จะมีการผ่าตัดที่คอเพื่อรักษา
ทั้งนี้ที่ผ่านมาในระหว่างที่รักษาตัวน้องอิ่มนั้น แม่ปุ๊กนั้น จะคอยดูแลน้องอย่างใกล้ชิด และเป็นคนที่ป้อนอาหารน้องเกือบทุกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ป่วยเด็ก และอยู่ในห้องพิเศษด้วย 
ส่วนของน้องอมยิ้ม เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลในวันที่ 20 ธ.ค. 61 รักษากันอยู่ประมาณ 8 เดือน ก่อนที่จะเสียชีวิตในวันที่ 12 ส.ค. 62 โดยมีการเข้าออกจากโรงพยาบาล 7 ครั้ง ซึ่งมีอาการคล้ายกันกับ น้องอิ่ม โดยน้องยิ้มมีอาการเลือดออกจากทางเดินอาหาร จึงต้องส่องกล้อง พบว่ามีอาการอักเสบตามเยื่อบุต่างๆซ้ำไปซ้ำมา และมีความดันโลหิตสูงมาก และต่อมาน้องเสียชีวิตด้วย ภาวะตับและไตวาย ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ได้รับ ภาวะแทรกซ้อนหลายโรคและต้องรักษาตามอาการโดยการให้ยา 
ทั้งนี้ การตั้งข้อสังเกตของทีมแพทย์มองว่ามีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับอาการ โดยหากเป็นการแพ้อาการ เมื่อไม่ได้รับเชื้อนั้นแล้ว อาการก็จะทุเบาลงและหายไป แต่กรณีของเด็กทั้งสองคนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้รับอาหารชนิดนั้นแล้ว อาการก็ยังคงทรุดอยู่ ทำให้ทีมแพทย์คาดว่า น่าจะเกิดอาการแพ้สารเคมีบางชนิดที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งเกิดขึ้นเฉพาะจุดของร่างกาย ซึ่งเป็นทางระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปาก ไปจนถึง กระเพาะอาการ-อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงการรักษาทั่วไปของผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำ ที่มีสารกัดกร่อน จะมีลักษณะแผลใกล้เคียงแผลของน้องทั้งสองคน แต่อย่างไรก็ตาม อาการของน้องอิ่มและน้องยิ้มนั้น ทางทีมแพทย์ไม่เคยเจอ
ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลของน้องทั้งสองคน การรักษาตามสิทธิ์ 30 บาท ของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. , กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยเด็ก และ กองทุนสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ โดยค่าใช้จ่ายของน้องยิ้มทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 1,500,000 บาท มีการส่งเลือดไปตรวจที่ต่างประเทศ ซึ่งส่วนนี้แม่ปุ๊กจ่ายค่าส่วนต่างอยู่ที่ 430,000 ส่วนของอิ่มบุญ ค่าใช้จ่าย 1,200,000 แสนบาท โดยส่วนเกินอยู่ที่ 86,000 บาท ซึ่งมีส่วนต่างที่ต้องชำระ 43,000 บาท และเป็นการใช้เงินกองทุนเด็กอีก 43,000 บาท เป็นจุดสังเกตุว่าเงินส่วนต่างที่แม่ปุ๊กต้องจ่ายเป็นจำนวนไม่ถึงล้านบาทด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม สารเคมีที่เด็กทั้งสองคนได้รับ อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้แน่ชัด จึงอยากจะให้รอผลทางชัดเจน และรอการสรุปจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เนื่องจากหลายประเด็นมีผลกระทบต่อรูปคดี 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/9gGgvz6UwXQ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ