สังคม

เหยื่อลิขสิทธิ์โร่แจ้งความกว่า 20 ราย รองผบ.ตร.เร่งสอบ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแจงทำตามหน้าที่

7 พ.ย. 2562

128 views

ความคืบหน้ากรณีที่มีการล่อซื้อจับกุมลิขสิทธิ์ ล่าสุดบรรดาผู้เสียหายที่โคราชกว่า 20 ราย รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนลิขสิทธิ์ข้อหากรรโชกทรัพย์ รองผบ.ตร.เร่งติดตามคดี ด้านเจ้าหน้าที่ล่อซื้อแจงทำตามกฎหมาย
วันนี้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกจับลิขสิทธิ์ กว่า 20 ราย ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สภาทนายความ จ.นครราชสีมา ซึ่งจัดทีมทนายความมารับเรื่อง และคัดแยกกลุ่มผู้เสียหาย 
เบื้องต้นแบ่งเป็น ผู้เสียหายที่ได้รับจ้างทำกระทง สติ๊กเกอร์เคสโทรศัพท์มือถือ และดอกไม้พลาสติกเป็นรูปการ์ตูน ส่วนใหญ่ได้รับการว่าจ้างผ่านทางเฟซบุ๊ก และถูกล่อซื้อให้ทำสินค้ามาส่งมอบ ก่อนจะถูกจับกุมและเรียกค่าเสียหายรายละตั้งแต่ 5พันถึง 1 แสนบาท ซึ่งพฤติการณ์จะคล้ายๆ กัน โดยคนล่อซื้อเป็นผู้หญิง เมื่อถึงเวลาส่งมอบสินค้าก็จะถูกกลุ่มชายที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ และตำรวจจับกุมฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เสียหายกล่าวว่า ถูกจับเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ทำกระทงลายการ์ตูนคุมะและการ์ฟิล ถูกเรียกค่าเสียหาย 7 หมื่น แต่สุดท้ายต่อรองเหลือ 3 หมื่น ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน จนตอนนี้ลำบากอย่างมาก
ขณะที่ในรายการโหนกระแส ผู้เสียหายที่โดนล่อซื้อลิขสิทธิ์เสื้อกาฟิวส์ เปิดใจว่า ตนขายเสื้อเป็นอาชีพเสริม มีคนทักแชทมาตนก็นำไปส่ง แต่สุดท้ายก็มีผู้ชาย 5-6 คนเข้ามาจับกุมและติดคุกเลย ตอนนั้นเสียใจมาก อีกรายเป็นผู้เสียหายจากการขายกระเป๋าโดราเอม่อน บอกว่า ถูกล่อซื้อในลักษณะเดียวกัน และมีตัวแทนลิขสิทธิ์คนเดียวกันเข้าจับกุม หลังถูกจับกุมก็จ่ายเงินไปแล้ว จึงรู้ว่าโดราเอม่อนไม่มีลิขสิทธิ์ในไทยแล้ว
ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามการสอบสวนคดีด้วยตนเอง เปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่วันนี้เพื่อมาดูรายละเอียดกรณีต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วันนี้จะได้ลงในรายละเอียดว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากพบว่าผู้ที่เป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้ถูกแต่งตั้งจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริงก็จะต้องดำเนินคดี และเงินที่ผู้เสียหายจ่ายไปทั้งหมดได้จ่ายไปถึงใครบ้างก็จะต้องมีการสอบสวน ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ โดยไม่ละเว้น แต่หากเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์จริงก็จะดูว่ามีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการมากน้อยเพียงใด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ทางด้านนายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็น ผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และ บริษัท ซาน เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้องที่ทำกระทงได้โพสต์รูปกระทงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ลงเฟซบุ๊กตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.62 และมีคนสั่งซื้อก่อนที่ทีมงานจะเห็น จึงติดต่อไปในช่วงต้นเดือนพ.ย.62 โดยทางบริษัทมีทีมงานที่คอยติดตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในโซเชียลอยู่แล้ว จึงได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ และได้มีการติดต่อให้ส่งมอบกระทงในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพบว่าเด็กสาวคนดังกล่าวถือถุงกระทงมาส่งให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมตัวแทนลิขสิทธิ์จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา
หลังจากนั้นญาติได้มีการขอเจรจาซึ่งตนก็ให้เจรจาเนื่องจากว่าผู้ที่ถูกจับกุมยังเป็นเยาวชนอยู่ และขยันทำมาหากิน แต่ผิดก็คือผิด และสามารถถอนแจ้งความร้องทุกข์ได้ โดยที่พ่อแม่ของเด็กเสนอเป็นค่าละเมิดลิขสิทธิ์ให้ 5,000 บาท
"ในส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวแทนบริษัทเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท ตนแค่แจ้งให้ครอบครัวของเด็กสาวทราบเท่านั้นว่า ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 400,000 บาท จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งพยายามอธิบายเรื่องของกฎหมายให้ฟัง แต่กลับถูกครอบครัวของเด็กสาวตีความในทางที่ผิด และเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ตามที่เป็นข่าว"นายประจักษ์กล่าว
นายประจักษ์ ยังยืนยันอีกว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ได้ล่อให้น้องทำกระทงเป็นตัวการ์ตูนดัง แล้วมาล่อซื้อจับกุม แต่น้องเยาวชนมีการโพสต์ภาพรูปกระทงที่มีการละเมิดอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนประเด็นที่ถูกโจมตีวันนั้นประชาชนฟังข่าวอยู่ข้างเดียว จึงทำให้เจ้าหน้าที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ถ้าพูดถึงบริษัทก็ได้รับความเสียหายเช่นกันเพราะทำซ้ำดัดแปลงโดยไม่ซื้อสิทธิ์ แต่อยากให้สังคมเข้าใจว่าน้องทำผิดจริง และก็มีผู้ใหญ่เข้ามาเจรจาให้ถอนคำร้องทุกข์ ทางตนเองก็ถอนคำร้องทุกข์ให้ถือเป็นการให้โอกาสเด็ก
"หลังจากมีกระแสสังคมต่อว่าทางทีมงานลิขสิทธิ์อย่างหนักก็รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับการทำงาน และปกป้องสิทธิ์ของผู้เสียหาย หากเราไม่ปกป้องสิทธิ์ผู้กระทำหรือผู้ผลิตก็จะส่งผลให้เดือดร้อนเพราะบริษัทเป็นผู้ลงทุน ส่วนที่มีข่าวว่าทางบริษัทจะนำเงินจำนวน 5,000 บาทคืนน้องนั้นไม่เป็นความจริง หากเรานำเงินไปคืนก็เท่าว่าเราเป็นผู้ผิดเสียเอง"นายประจักษ์กล่าว
นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่ บริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนริลัคคุมะ ที่ออกมาชี้แจงยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดทำการจับลิขสิทธิ์นั้น ขอชี้แจงว่า ตนเป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์ของต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับบริษัทดังกล่าว และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันกับตนเอง เพราะตนเองดูแลภาพรวมระดับที่ใหญ่กว่า และก็ไม่เข้าใจว่าออกหนังสือชี้แจงมาเพื่อต้องการอะไร
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxZfhDZD1IM

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ