สังคม
“ทนายตั้ม” มาในมาดทหารเรือ พาผู้บริจาคเกือบ 10 ราย ร้องสอบ “บุ๋ม ปนัดดา”
1 ชั่วโมงที่แล้ว
20 views
ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด พากลุ่มผู้บริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีของบุ๋ม ปนัดดา เกือบ 10 ราย เดินทางเข้าพบตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเคยโอนเงินตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท หวังนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและสถานการณ์ชายแดน
ทางด้านของ ทนายตั้ม เปิดเผยว่า ผู้บริจาคที่เดินทางมาในวันนี้ มีทั้งผู้ที่โอนเงินหลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท เนื่องจากเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของบุ๋ม ปนัดดา และองค์กรทำดี โดยเข้าใจว่าเงินดังกล่าวจะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและสถานการณ์ชายแดน แต่เมื่อปรากฏข่าวเกี่ยวกับการนำเงินไปสร้างวิลลาและใช้จ่ายในเรื่องอื่น ทำให้ผู้บริจาคเกิดความสงสัยและต้องการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างชัดเจน
การเดินทางมายื่นเรื่องในวันนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการระบุว่าตำรวจพบข้อมูลทหารเรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จึงได้เช่าชุดทหารเรือเตรียมมา แต่ภายหลังผู้บัญชาการได้แถลงยืนยันว่าไม่มีทหารเรือเกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถนำชุดไปคืนได้ เนื่องจากมีการวางเงินมัดจำไว้แล้ว จึงตัดสินใจสวมชุดดังกล่าวเดินทางมายื่นเรื่องตามกำหนด
นอกจากนี้ ตนเองจะเข้ายื่นเอกสารต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอให้ตรวจสอบ "มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน" หลังพบข้อสังเกตยอดเงินบริจาคเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากปี 2567 มีเงินบริจาคประมาณ 70,000 บาท แต่ปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 300 ล้านบาท ขณะที่มีการใช้จ่ายไปแล้วกว่า 260 ล้านบาท จึงต้องการให้ตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินและการจัดซื้อจัดจ้างว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
ส่วนกรณีความคืบหน้าทางคดี ตนเองคาดการณ์ว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจมีการออกหมายจับคุณบุ๋ม ปนัดดา และสามี เนื่องจากทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปเฝ้ารออยู่บริเวณหน้าบ้านแล้ว ซึ่งทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตนเองถูกออกหมายจับ โดยย้ำว่าเป็นเพียงการคาดการณ์ส่วนตัวเท่านั้น ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าตำรวจจะดำเนินการออกหมายจับจริงหรือไม่
โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจบริจาคเงิน เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในตัวคุณบุ๋ม ปนัดดา และความน่าเชื่อถือขององค์กรทำดี โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปิดรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดน จึงตั้งใจนำเงินที่มีไปช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน ผ่านองค์กรที่เชื่อว่าจะสามารถส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
ทางด้านของ นางสาว เอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า ตนเองบริจาคเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตัดสินใจโอนเงินเพราะเห็นว่าองค์กรมีความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อปรากฏข่าวเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการนำเงินบริจาคไปใช้ในเรื่องส่วนตัวหรือการก่อสร้างวิลลา ทำให้รู้สึกไม่สบายใจและผิดหวัง เพราะเงินที่บริจาคไปมีเจตนาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ใช่เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น พร้อมระบุว่าหากได้รับเงินคืน ก็จะนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้โดยตรง
แท็กที่เกี่ยวข้อง ทนายตั้ม ,บุ๋มปนัดดา