สังคม

หนุ่มลูกพระยานาหมื่นเสียหน้า ฉุนสาวไม่ชนแก้วด้วย คว้าแก้วฟาดเสียโฉม ไร้เยียวยาขอโทษ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

42 views

สาวร้อง ถูกลูกพระยานาหมื่นขอชนแก้ว-จับมือในผับ พอปฏิเสธไปกลับฉุนจัด คว้าแก้วฟาดหน้าจนเสียโฉม เส้นประสาทขาด เกิดเหตุเดือนกว่าไร้เยียวยา หรือคำขอโทษ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ระบายความเจ็บปวด หลังถูกชายแปลกหน้าใช้แก้วทำร้ายใบหน้า เหตุไม่ยอมชนแก้วด้วย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด พร้อมกับมีคลิปเหตุการณ์ภายในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ จังหวัดสุรินทร์ โดยสาเหตุเกิดจากฝ่ายชายเข้ามาขอชนแก้ว แต่ถูกปฏิเสธจนรู้สึกเสียหน้า ก่อนจะใช้แก้วฟาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของผู้เสียหายอย่างจัง หลังเกิดเหตุพลเมืองดีในที่เกิดเหตุได้พาตัวน้องส่งโรงพยาบาล

จากการตรวจสอบ พบว่าผู้เสียหายคือ น้องโอ๋ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์รายละเอียดว่า ไม่มีคำว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่มีคำว่าสวยกว่าเดิมค่ะ บาดแผลที่โดนแก้วบาดเสียโฉมทั้งใบหน้าด้านซ้าย และเส้นประสาทขาด สูญเสียการควบคุมตลอดชีวิต เกือบตายเพราะใครก็ไม่รู้โดนเอาแก้วตบหน้าแบบไม่รู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน บาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ

อีกทั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเองต้องจ่ายเงินค่ารักษาเองทุกบาท ไม่มีการเยียวยา และผู้ก่อเหตุยังไม่รู้สึกไม่สำนึกผิด และไม่มีการขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่ภาพปัจจุบัน หลังผ่านไปประมาณ 1 เดือน จะเห็นว่ายังคงมีร่องรอยบาดแผลและรอยแผลเป็นปรากฏอยู่บนใบหน้า

ผู้เสียหายระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเองทั้งหมด ขณะที่คู่กรณียังไม่เคยเข้ามาแสดงความรับผิดชอบหรือเยียวยาความเสียหายแต่อย่างใด โดยเฉพาะบาดแผลที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และทำให้ผู้เสียหายรู้สึกอับอายและสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

ต่อมาทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับ นางสาว อาภัสสรณ์ ทาทอง หรือ น้องโอ๋ อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่าวันเกิดเหตุตนไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าวตามปกติ ซึ่งเป็นร้านที่ไปใช้บริการเป็นประจำ ระหว่างนั้นมีกลุ่มชายประมาณ 4 คน นั่งอยู่ภายในร้าน โดยหนึ่งในนั้นเดินเข้ามาขอชนแก้วกับตนถึง 2 ครั้ง และขอจับมือ แต่ตนปฏิเสธการจับมือ ก่อนจะชนแก้วตามมารยาทแล้วกลับไปนั่งเล่นโทรศัพท์ตามปกติ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับชายคนดังกล่าวมาก่อน

ต่อมาชายคนเดิมเดินมาบริเวณโต๊ะของตน จะพยายามมาชนแก้ว แต่กลับทำให้เบียร์หกใส่โทรศัพท์ แขน และกางเกง ตนจึงบอกว่าจะไม่ชนแก้ว แต่ชายคนดังกล่าว ก็พยายามตื้อให้ตนเองชนแก้ว เพื่อนของชายคนดังกล่าวจึงเข้ามาสอบถามห้ามและพยายามให้เพื่อนรับผิดชอบ ด้วยการขอโทษและซื้อเบียร์คืนให้ 3 ขวด แต่ชายที่ถูกกล่าวหามีท่าทีไม่พอใจ และไม่ได้กล่าวขอโทษตามที่ตนคาดหวัง

หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวเดินมานั่งข้าง ๆ และพยายามจับแขนตน ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเรียกเจ้าของร้านให้เข้ามาช่วยพูดคุย ก่อนที่เจ้าของร้านจะเชิญชายคนดังกล่าวกลับไปยังโต๊ะตัวเอง

แต่เหตุการณ์กลับบานปลาย เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน 40 นาที ชายคนดังกล่าวลุกจากโต๊ะพร้อมถือแก้วเดินเข้ามาทำร้ายตน โดยใช้แก้วฟาดบริเวณใบหน้าด้านซ้ายใกล้ขมับ (แก้วเหล้า) ขณะที่ตนนั่งหันหลังอยู่และไม่ทันระวังตัว แรงกระแทกทำให้ตกจากเก้าอี้ ท่ามกลางลูกค้าที่ยังอยู่ภายในร้าน ซึ่งจังหวะนั้นทำให้ตนเองมึนหัวและเห็นภาพซ้อน แล้วสรุปลงไปนอนกับพื้น ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาล

เบื้องต้นได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนแพทย์ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เนื่องจากบาดแผลมีขนาดใหญ่และลึก ต้องเข้ารับการผ่าตัดและเย็บแผลบริเวณแก้ม มุมปาก ใต้จมูก และบริเวณริมฝีปากลงมาถึงช่วงกลางใบหน้า นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุยังมีอาการมองเห็นภาพซ้อนต่อเนื่องเกือบ 1 เดือน และต้องกลับไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ เปิดแผล ตัดไหม และตรวจสภาพบาดแผลอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านของคู่กรณี จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยาค่าเสียหายจากผู้ก่อเหตุ แม้จะมีบุคคลไปพูดคุยที่โรงพยาบาลและที่บ้าน โดยระบุว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและช่วยให้ใบหน้ากลับมาสวยเหมือนเดิม แต่ผู้เสียหายยืนยันว่า ยังไม่ได้รับเงินมาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาตามที่คาดหวัง

ทำให้ตนเอง ต้องออกค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยตัวเอง และรู้สึกเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับคู่กรณีมาก่อน แต่กลับต้องได้รับบาดเจ็บและมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและสภาพจิตใจ

เบื้องต้น ได้แจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนบุรีแล้ว และต้องการให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเปิดเผยว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี เนื่องจากทราบว่าคู่กรณีเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในพื้นที่ โดยคนในพื้นที่เรียกว่า "ลูกพญานาหมื่น" และถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักกว้างขวาง ทำให้ตนเองเกิดความหวั่นใจว่า การดำเนินคดีจะได้รับความเป็นธรรมและมีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่

ผู้เสียหายจึงตัดสินใจออกมาร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้สังคมรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น และช่วยติดตามการดำเนินคดีให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่สิ่งอื่นใด นอกจากความเป็นธรรม และต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งบาดแผลทางร่างกาย ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และผลกระทบต่อสภาพจิตใจที่ยังคงต้องเผชิญอยู่จนถึงขณะนี้



https://youtu.be/AUWeBzsN80U

คุณอาจสนใจ

Related News