สังคม
ลุยตรวจ “บ้านเสริมสุข” นนทบุรี ผู้ดูแลยันอยู่กันแบบครอบครัว ไม่มีล่ามโซ่ผู้ป่วย
3 ชั่วโมงที่แล้ว
67 views
สบส. สั่งเสริมสุขเนอร์สซิ่งโฮม ลดจำนวนผู้ป่วยในบ้านเหลือแค่ 9 เตียง ตามที่ขอใบอนุญาต ส่วนจำนวนที่เกินมาต้องประสานญาติรับตัวกลับทันที
เมื่อวานนี้ นายแพทย์ ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต / นายศุภชัย สิงโห ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 หรือ ศบส.4 พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และทีมเยียวยาจิตใจกระทรวงสาธารณสุข และตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ บ้านเสริมสุข เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน ซอยเรวดี 22 ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
ใช้เวลาตรวจสอบ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยพบว่า ที่อาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล เพราะมีการขออนุญาตไว้ 9 เตียง ในอาคารชั้นเดียว แต่การตรวจวันนี้ พบว่า มีอีกอาคารสูง 3 ชั้น มีเตียงเพิ่มมาอีก รวมทั้งหมด 81 เตียง โดยมีเฉพาะผู้ป่วยชายทั้งหมด 69 คน
จากนั้นได้เดินไปตรวจบ้านน้องดรีม สาขาของบ้านเสริมสุข ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังแรกประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีประตูรั้วรอบขอบชิด ที่นี่รับดูแลผู้ป่วยผู้หญิง 14 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 2 คน อายุ 70 ปี และอายุ 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนอีก 12 คน เป็นวัยรุ่น ซึ่งมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต
ทีมข่าวได้คุยกับ ป้าเขียว หนึ่งในผู้ดูแลบ้านเสริมสุข ตึกหญิง เผยว่า ผู้ดูแลที่บ้านหลังนี้มี 2 คน โดยกินนอนอยู่ที่นี้ และมีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน 14 คน บ้านหลังนี้ไม่มีพยาบาลอยู่ แต่พยาบาลอยู่ที่ศูนย์ใหญ่
โดยคุณป้าเขียว บอกว่าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 2-3 เดือน และยืนยันว่าที่ศูนย์นี้ไม่เคยมีการล่ามโซ่ หรือทำร้ายร่างกาย แต่อยู่กันแบบพี่น้อง
ส่วนที่ศูนย์จะต้องเอาผู้ป่วยออกนั้น คุณป้าบอกว่า ก็ต้องกลับไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
ขณะที่ ทีมข่าวยังได้คุยกับเจ้าของบ้านในเครือบ้านเสริมสุข ก็ชี้แจงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องใบอนุญาตและการดูแลผู้ป่วย ว่า ศูนย์ได้ยื่นขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขรองรับผู้เข้ารับบริการจำนวน 25 เตียง และเข้าใจมาโดยตลอดว่าเอกสารที่ยื่นผ่านศูนย์ใหญ่เป็นไปอย่างถูกต้อง
หลังจากนี้คงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดจากศูนย์ใหญ่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แนะนำให้ส่งผู้ป่วยกลับไปอยู่กับญาติและดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง
สำหรับบ้านหลังนี้เป็นบ้านของตนเองโดยตรง เปิดให้บริการมาประมาณ 2-3 ปี ขณะที่ศูนย์ใหญ่เปิดมานานกว่า 10 ปี จุดเริ่มต้นเกิดจากเพื่อนและคนรู้จักฝากผู้ป่วยเข้ามารับบริการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ โดยผู้ดูแลทุกคนได้รับการอบรมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุ รวมถึงมีกิจกรรมนันทนาการ และใช้ชีวิตร่วมกันในลักษณะครอบครัว
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงผู้ป่วยถูกล่ามโซ่หรือถูกทำร้าย เจ้าของบ้านยอมรับว่า ในช่วงแรกเคยมีการใช้ผ้ามัดผู้ป่วยบางรายที่มีอาการอาละวาด หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก่อนดำเนินการจะขออนุญาตจากญาติก่อนทุกครั้ง เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป และยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือใช้ความรุนแรง พร้อมระบุว่าผู้ป่วยจิตเวชบางรายอาจไม่ยอมรับว่าตัวเองมีอาการป่วย ขณะที่เรื่องการให้คำปรึกษา มีพยาบาลวิชาชีพคอยให้คำแนะนำ
ด้านอาหารการกิน ยืนยันว่าผู้เข้าพักได้รับอาหารครบ 3 มื้อ โดยช่วงเช้าเป็นข้าวต้ม หมู หรือต้มจืด กลางวันมีอาหาร 2 อย่าง หรืออาหารจานเดียว เช่น ผัดซีอิ๊วและราดหน้า พร้อมขนมหวานหรือผลไม้ และมีนมให้ก่อนนอน ส่วนรายละเอียดค่าใช้บริการและแพ็กเกจการดูแลผู้ป่วยนั้น ไม่ทราบต้องถามทางศูนย์ใหญ่
สำหรับรายได้ เจ้าของบ้านระบุว่า ตนเองได้รับเป็นเงินเดือน ส่วนค่าเช่าบ้านเดือนละ 20,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ศูนย์ใหญ่เป็นผู้จ่ายให้พร้อมยืนยันว่าไม่มีกรงขังเหมือนเคสที่ จ.กาญจนบุรี อย่างแน่นอน
นายศุภชัย สิงโห ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดแรกพบว่าผู้ประกอบการได้รับการอนุญาตให้เปิดบริการจำนวน 9 เตียงเท่านั้น แต่กลับมีการรับผู้บริการเข้าพักจริงถึง 11 เตียง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต ทางเจ้าหน้าที่จึงสั่งการให้ดำเนินการแก้ไขลดจำนวนผู้บริการให้เหลือ 9 เตียง ตามที่ได้รับอนุญาตทันที นอกจากนี้ ยังตรวจพบอาคารอีกแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง (ตึกสูง 3 ชั้น ที่อยู่ติดกัน) ซึ่งมีการเปิดรับผู้ป่วยเข้าพักดูแลทั้งหมด 58 ราย โดยยังไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และยังพบการเปิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยหญิงอีกหนึ่งจุดที่ไม่มีใบอนุญาตเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การรับผู้ป่วยหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเข้าดูแลในสถานบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการขยายจำนวนเตียงโดยไม่ผ่านการตรวจมาตรฐานความปลอดภัย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เบื้องต้นได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และกรมสุขภาพจิต เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายผู้รับบริการทั้งหมดออกไปอย่างปลอดภัยภายในวันนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/KCGwUoijEEc
แท็กที่เกี่ยวข้อง ล่ามโซ่ ,บ้านเสริมสุข