สังคม

จ่อปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุป้าแมว เผย จนท.ลงตรวจ ไม่เคยเจอเตียงกรงเหล็ก

3 ชั่วโมงที่แล้ว

31 views

อธิบดี สบส.ลงพื้นที่ตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังถูกตั้งคำถามเรื่องใช้เตียงลักษณะกรงเหล็กและห้องแยกคล้ายห้องขัง พบมีผู้ลงทะเบียน 100 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยจิตเวชถึง 92 คน ขณะที่ศูนย์ได้รับอนุญาตเพียง 50 เตียง พร้อมระบุ หากพบมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวจริง สั่งปิดแน่นอน

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. เปิดเผยว่า ภายในศูนย์มีเตียงที่ทำเป็นลักษณะกรงเหล็กจริง ตามภาพที่ปรากฏในสื่อ โดยผู้ประกอบการชี้แจงว่า ออกแบบไว้สำหรับผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ไม่สามารถควบคุมอาการได้ และใช้ในช่วงที่มีอาการผิดปกติ โดยอ้างว่าเป็นการใช้งานชั่วคราว

ส่วนห้องแยกที่มีลักษณะคล้ายห้องขัง ผู้ประกอบการชี้แจงว่าใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ป่วยลงทะเบียนอยู่ภายในศูนย์ทั้งหมด 100 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยทางจิตเวชถึง 92 ราย

ขณะที่ศูนย์แห่งนี้ขออนุญาตประกอบกิจการเป็นสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เพียง 50 เตียงเท่านั้น แต่จากการตรวจสอบพบว่า รับผู้ป่วยเกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีผู้ป่วยจิตเวชจำนวนมาก ซึ่งตามใบอนุญาตของศูนย์ดังกล่าวรับผู้ป่วยจิตเวชได้แค่ระดับสีเขียว ที่ไม่รุนแรง ไม่มีอาการคุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของหรือทำร้ายตัวเอง โดยหลังจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจะต้องให้จิตแพทย์เข้ามาตรวจประเมินสุขภาพจิตของผู้ป่วยภายในศูนย์แห่งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

หากพบว่า มีผู้ป่วยจิตเวชที่เกินระดับสีเขียว ต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือสถานบำบัดที่มีมาตรฐาน

นายแพทย์ภูวเดช ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบทั้งส่วนที่เป็นไปตามมาตรฐาน และส่วนที่ดำเนินการนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต จากนี้จะตรวจสอบว่ามีส่วนใดเข้าข่ายผิดระเบียบหรือผิดกฎหมายหรือไม่

หากพบว่าผิดกฎหมาย จะพิจารณาถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต หากเป็นความผิดที่สามารถแก้ไขได้ จะมีคำสั่งให้ปรับปรุง และหากไม่สามารถปรับปรุงได้ อาจพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต แต่หากตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำผิด ก็สามารถเปิดดำเนินการต่อได้

ส่วนกรณีญาติไม่ประสงค์ให้ผู้ป่วยอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ต่อ สามารถแจ้งขอย้ายสถานที่ดูแลได้ หรือหากต้องการให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามารับช่วงดูแล ก็จะประสานดำเนินการให้

สำหรับประเด็นสำคัญเรื่องเตียงกรงและห้องแยก อธิบดี สบส. ระบุว่า ตามมาตรฐานการแพทย์ไม่ได้กำหนดให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใช้วิธีการลักษณะดังกล่าว หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องใช้มาตรการควบคุม ก็ถือว่าเกินขอบเขตการดูแลของสถานประกอบการแห่งนี้และต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาล

ส่วนประวัติการอนุญาต พบว่าศูนย์แห่งนี้ประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2549 ก่อนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะมีผลบังคับใช้ และเพิ่งต่อใบอนุญาตครั้งล่าสุดเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2569 โดยใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี

การต่อใบอนุญาตครั้งล่าสุดเป็นการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่การขอใบอนุญาตครั้งแรกจะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ และจะมีการตรวจตามรอบประมาณ 1-2 ปี หรือหากมีการร้องเรียนก็สามารถเข้าตรวจสอบได้

ที่ผ่านมา ศูนย์แห่งนี้เคยถูกร้องเรียนเรื่องสุขาภิบาล และเจ้าหน้าที่เคยเข้าตรวจสอบ ก่อนให้ดำเนินการแก้ไข โดยการตรวจครั้งล่าสุดเกิดขึ้นประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 และตามรอบจะครบกำหนดตรวจอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้

นายแพทย์ภูวเดช ระบุว่า จากการสอบถามผู้ตรวจสอบครั้งก่อน ยืนยันว่าในขณะนั้นยังไม่พบกรงลักษณะดังกล่าว และหากพบประเด็นสำคัญ ผู้ตรวจสอบจะต้องรายงานตามขั้นตอน จากเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเตรียมยกระดับมาตรฐานการตรวจสถานบริการลักษณะนี้ทั่วประเทศให้เข้มงวดมากขึ้น

ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องการกักขังหน่วงเหนี่ยว หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริง อธิบดี สบส. ยืนยันว่าจะสั่งปิดสถานบริการ เพราะถือเป็นการดำเนินการนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/tlH2PQKyZLs

คุณอาจสนใจ

Related News