สังคม
ชัยนาทโอด บ้านน้ำท่วมได้น้ำแจกบ้านละแพ็ค – อยุธยาท่วมมิดหลังคา ทำใจ ขอใช้ชีวิตไปวันๆ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
19 views
น้ำท่วม ต.โพนางดำ ตกเริ่มลด ขณะที่ชาวบ้านโอดไร้หน่วยงานให้ความช่วยเหลือ มีเพียงประกาศเสียงตามสายให้ไปรับน้ำดื่มบ้านละแพ็ค
สถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ ยังตรึงการระบายน้ำที่อัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 4 แล้ว ขณะที่สถานี้วัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำผ่านอยู่ที่ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานซึ่งอยู่ที่ 2,132 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ +15.93 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยบริเวณหมู่ 5 ตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท บรรยากาศริมถนนสายชัยนาท-สิงห์บุรี สายเก่า (ทางหลวงหมายเลข 311) พบชาวบ้านที่ประสบภัยต่างพากันออกมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่ศาลาริมถนน เพื่อรอรับความช่วยเหลือและสิ่งของแจกจ่าย แต่เบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานใดนำสิ่งของมาแจก มีเพียงเสียงตามสายจากผู้ใหญ่บ้านประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเตรียมตัวไปรับคูปองสำหรับรับน้ำดื่มบ้านละแพ็คเท่านั้น
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า มวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม จนถึงวันนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อยประมาณ 7–10 เซนติเมตร แต่เริ่มเน่า ส่วนสาเหตุที่ต้องออกมานั่งรออยู่ที่ศาลาริมถนน เนื่องจากภายในบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมขังมีอากาศร้อนอบอ้าว อีกทั้งยังมานั่งเผื่อว่าจะมีผู้ใจบุญนำสิ่งของมาแจก ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนไม่มีงานทำ เงินสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาทที่ได้มาก็นำไปแลกซื้อของกินจนหมดเกลี้ยงแล้ว
ด้าน นางศร อายุ 62 ปี ผู้ประสบภัย กล่าวด้วยความช้ำใจว่า น้ำท่วมในบ้านถึงระดับหน้าอก แม้ตอนนี้น้ำจะเริ่มลดลงไปบ้างแล้ว แต่ในช่วงที่มวลน้ำทะลักเข้ามาอย่างฉับพลัน ทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน แปลงผักสวนครัวที่ลงทุนปลูกไว้ถูกน้ำท่วมเสียหายเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ทรัพย์สินภายในบ้าน ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้าก็จมน้ำเสียหาย เพราะไม่สามารถขนย้ายได้ทันเนื่องจากตนเองอยู่บ้านเพียงคนเดียว
มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลบ่ามาถึงอยุธยาแล้ว และคาดว่าระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เซนติเมตร ขณะที่ชาวบ้านบอกเริ่มทำใจแล้ว ขอใช้ชีวิตไปวันๆ ตั้งคำถามบริหารจัดการน้ำ เหตุใดไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า
นายอำนาจ สุขโชติ อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมบอกว่า ขณะนี้ต้องย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่ชั้นบนบ้านกับแม่ หลังชั้นล่างของบ้านถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา โดยระดับน้ำบริเวณบ้านลึกกว่า 2 เมตร ก่อนจะกระโดดลงน้ำ ลอยคอให้ดูระดับน้ำในบ้านซึ่งเหลือระดับน้ำอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงพื้นบ้านชั้นบน
และหลังทราบว่ามวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนกำลังไหลลงมายังอยุธยา ก็รู้สึกกังวล เพราะเกรงว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกจนสร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน โดยเฉพาะพื้นบ้านที่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำบริเวณคลองบางกุ้ง เพื่อช่วยผันและแบ่งเบามวลน้ำออกจากพื้นที่
ด้าน นางสำรวย สุขโชติ อายุ 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ปีนี้น้ำขึ้นเร็วมาก บางช่วงระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เมตรภายในเวลาไม่นาน ทำให้ชาวบ้านเก็บข้าวของหนีน้ำแทบไม่ทัน แม้จะเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว แต่เมื่อมวลน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก ตอนนี้ทำได้เพียงทำใจและพยายามใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆ เพราะเจอน้ำท่วมลักษณะนี้แทบทุกปี จนเกิดความเคยชินกับสถานการณ์
ขณะที่ชาวบ้านยังตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการน้ำ หากสามารถวางแผนระบายและแจ้งเตือนล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน ก็อาจช่วยให้พวกเขามีเวลาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและลดความเสียหายได้มากกว่านี้ รวมถึงการระบายน้ำลงทุ่ง หรือพื้นที่รับน้ำควรเป็นการบริหารจัดการที่ช่วยลดระดับน้ำในพื้นที่บ้านเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงมาตรการที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่ามีการแก้ปัญหา ขณะที่มวลน้ำก้อนใหม่ยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีข้อมูลว่ามวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนถึงอยุธยาแล้ว และคาดว่าระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10 เซนติเมตร ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่า สถานการณ์จะซ้ำรอยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/OM534-TAN7Q