สังคม

แม่ใจสลาย หนุ่มลูกครึ่งวัย 16 ถูกชายจีนชนดับ ผ่านมา 7 เดือน คดีไม่คืบ ยังอยู่บ้านหรูสบายดี

1 ชั่วโมงที่แล้ว

23 views

แม่ชาวไทยและพ่อชาวสวีเดน ร้อง "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" พาเข้าพบกองปราบฯ ขอความเป็นธรรม ลูกชายวัย 16 ปี ลูกครึ่งไทย-สวีเดน ถูกรถชายชาวจีนชนเสียชีวิต ผ่านมา 7 เดือน ศาลออกหมายจับแล้ว แต่ตำรวจยังไม่จับกุม แม่อ้างผู้ต้องหายังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหรู ไม่ได้หลบหนี

ครอบครัวเด็กชายวัย 16 ปี ลูกครึ่งไทย-สวีเดน ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกรถของชายชาวจีนชนเสียชีวิต ผ่านมา 7 เดือน ศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่มีการจับกุม แม่เผยผู้ต้องหายังใช้ชีวิตปกติอยู่ในบ้านหรู ขณะที่ครอบครัวต้องติดตามหาหลักฐานเอง ทั้งภาพวงจรปิดและที่อยู่ผู้ต้องหา จนวันนี้ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พาเข้าพบกองปราบปราม พร้อมแจ้งเอาผิดเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 157

โดยแม่นก แม่ของน้องทอมมี่ อายุ 16 ปี เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.30 น. ลูกชายขออนุญาตออกจากบ้าน เพื่อขี่รถจักรยานยนต์ไปเล่นเกมที่บ้านเพื่อน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 5 นาที และจะนอนค้างที่บ้านเพื่อน เพราะวันรุ่งขึ้นมีจองคิวทำใบขับขี่ไว้

ระหว่างทางนั้น ชายชาวจีนที่แม่อ้างว่าดื่มสุราออกจากร้านอาหารคาราโอเกะ ได้ขับรถออกมาบนถนน และกลับรถกลางเลน ทำให้รถจักรยานยนต์ของลูกชายที่กำลังขี่มาตามทางตรง ชนท้ายเข้าอย่างจัง ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ชายชาวจีนที่ขับรถชน อาศัยจังหวะชุลมุนเดินกลับเข้าไปในบ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านอาหาร โดยไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือพูดคุยกับครอบครัวแต่อย่างใด

ลูกชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและรักษาอยู่นาน 6 วัน ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระหว่างการรักษา ครอบครัวต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านบาท

แม่นกบอกว่า หลังลูกชายเสียชีวิต ครอบครัวพยายามติดตามคดีและติดต่อสอบถามตำรวจมาโดยตลอด แต่ได้รับคำตอบเพียงว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ทั้งที่เอกสารและหมายจับต่าง ๆ ครบแล้ว แต่ยังไม่มีการจับกุม

ที่สำคัญ แม่อ้างว่า ครอบครัวต้องเป็นฝ่ายติดตามหาหลักฐานเอง ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลที่อยู่ของผู้ต้องหา โดยไม่มีตำรวจเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หรือแม้แต่วันที่เกิดเหตุแม่นกบอกว่า ไม่มีตำรวจมาที่เกิดเหตุ แม่ยืนยันว่าหากมีตำรวจมาในที่เกิดเหตุจริงให้แสดงตัวมาได้เลย

หลังตัวเองต้องวิ่งเต้นสู้คดีจนศาลมีการออกหมายจับ มีคนพบเห็นชายชาวจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหา ยืนให้อาหารสุนัขอยู่บริเวณบ้านพักของตัวเองในประเทศไทย จึงแจ้งข้อมูลให้ตำรวจทราบ และได้รับคำตอบว่าจะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและดำเนินการจับกุมให้

แต่แม่บอกว่า ตนเองนั่งรอตำรวจอยู่นานประมาณ 3 ชั่วโมง กลับไม่มีตำรวจเข้ามา และไม่มีการจับกุมเกิดขึ้น

แม่นก บอกว่า ลูกชายเป็นเด็กที่มีอนาคต เป็นนักฟุตบอลทีมชื่อดังพัทยา และเล่นกีฬาได้หลายอย่าง หากยังมีชีวิตอยู่ เชื่อว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้

พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยว่า เหตุใดคดีที่มีเด็กไทยเสียชีวิต จึงยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ผู้ต้องหายังอยู่ในประเทศไทย

แม่นก บอกว่า อยากให้ตำรวจช่วยเหลือและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ปล่อยให้ครอบครัวต้องต่อสู้เพียงลำพัง

ขณะที่สามีชาวสวีเดน ซึ่งเป็นพ่อของทอมมี่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า He is my son. เขาเป็นลูกชายของผม และเป็นความรู้สึกของพ่อทุกคนที่ต้องสูญเสียลูกไป พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ไทยว่า ครอบครัวรอคอยการดำเนินคดีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่จนถึงวันนี้ยังไม่เห็นการจับกุมเกิดขึ้น เวลาไปทวงถามความคืบหน้าคดีตำรวจก็อ้างแต่ว่าเดี๋ยวจับให้ แต่จนถึงขนาดนี้ครอบครัวยังไม่เห็นว่าชายชาวจีนได้รับโทษ

ด้านจ่าคิงส์ ยืนยันว่า จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ต่อ โดยพาครอบครัวเข้าพบกองปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรม และแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ทั้งนี้ ประเด็นการแจ้งข้อกล่าวหา การออกหมายจับ และการดำเนินคดี ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/5ueR8FDI4ZU

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชลบุรี ,คดีไม่คืบ ,ลูกครึ่ง

คุณอาจสนใจ

Related News