สังคม
ตร.แจงคลิปปะทะคารมไรเดอร์ขี่ย้อนศร เจตนาแค่เรียกตักเตือน แต่คู่กรณีขอใบสั่งเอง รับเป็นคนเสียงดัง-พูดแข็งกร้าว
1 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
โซเชียลเสียงแตก ไรเดอร์หนุ่ม-สาวโพสต์คลิปโต้เถียงตำรวจ หลังถูกเรียกข้อหาขับรถย้อนศร ฝ่ายชายยืนยันพร้อมรับใบสั่ง แต่ตำรวจขู่จัดหนัก 2 ข้อหา ทั้งย้อนศร-ขัดขวางการปฏิบัติงาน ด้านตำรวจแจงเจตนาแค่เรียกตักเตือน แต่คู่กรณีขอใบสั่งเอง พร้อมยอมรับเป็นคนเสียงแข็ง
กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะชายหญิงคู่หนึ่ง อาชีพไรเดอร์ส่งของ ถูกตำรวจเรียกตรวจ หลังขี่รถจักรยานยนต์สวนทาง บริเวณแยกท่าน้ำพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ในคลิปปรากฏภาพขณะทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันเรื่องการออกใบสั่ง โดยฝ่ายหญิงถามตำรวจว่า จะออกใบสั่งหรือไม่ ซึ่งตำรวจตอบว่าอยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ จะออกก็ได้หรือไม่ออกก็ได้ แต่หากต้องการปรับก็จะออกใบสั่งให้ พร้อมถามว่าจะรับใบสั่งแบบเขียนหรือสแกนจ่าย
ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตอบว่า ขอให้สแกนจ่าย พร้อมรับใบสั่ง ขณะที่ตำรวจพูดในลักษณะว่าจะจัดหนัก 2 ข้อหา ทั้งขับรถย้อนศร และฝ่าฝืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายหญิงพยายามชี้แจงว่า ไม่เห็นลูกศรหรือสัญลักษณ์ห้าม จึงไม่ทราบว่าจุดดังกล่าวเป็นทางสวนเลน พร้อมบอกว่าไม่ทราบว่าตำรวจเรียกใคร ขณะที่ตำรวจยืนยันว่าได้เป่านกหวีดเรียก และเสียงดังพอที่จะได้ยิน
จากนั้นการโต้เถียงยังคงดำเนินต่อ โดยตำรวจพูดว่า "ผมเตือนแล้ว ตำรวจเขาไม่ได้ไปปรักปรำหรอก" ขณะที่ฝ่ายหญิงยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาว่าตำรวจปรักปรำ เพียงแต่ไม่เห็นลูกศรบนถนน ก่อนที่ตำรวจจะพูดให้ฝ่ายหญิง "หุบปาก" ส่วนฝ่ายชายพยายามตัดบท ขอให้ตำรวจออกใบสั่ง เพราะเสียเวลาแล้ว
ขณะตำรวจเขียนใบสั่ง ฝ่ายชายยืนยันว่า หากผิดก็ให้ออกใบสั่งมา พร้อมถามว่ามีกี่ข้อหา ขณะที่ตำรวจชี้แจงข้อกล่าวหา ก่อนบอกว่าจะปรับเพียงข้อหาเดียว เมื่อเขียนใบสั่งเสร็จ ตำรวจแจ้งให้สแกนจ่ายได้เลย แต่ฝ่ายชายบอกว่าจะไปจัดการจ่ายเอง เพราะใบสั่งมีเวลา 30 วัน ตำรวจกลับตอบว่า "ผมไม่ให้" พร้อมถามกลับว่าจะเอาความผิดไหน และพูดว่า "ผมให้สแกน ผมขี้เกียจทำกฎหมายวินัย"
ฝ่ายชายจึงบอกว่าขณะนั้นไม่มีเงินจ่าย ตำรวจตอบในลักษณะว่าจะเพิ่มข้อหาให้เต็มที่ ฝ่ายชายจึงพูดว่า "เอามาเลย จะได้ดัง" ก่อนตำรวจยื่นใบสั่งให้ และตัดบทว่า "พอละผมรำคาญ"
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับไรเดอร์ชายเล่าว่า วันเกิดเหตุเดินทางไปส่งพัสดุให้ลุกค้า และใช้ GPS นำทางไปยังจุดขึ้นเรือ แต่เมื่อไปถึงได้สอบถามพี่วินบริเวณนั้นเรื่องค่าโดยสาร พี่วินแจ้งว่าค่าเรือ 15 บาท แต่ทั้งคู่มีเงินเพียง 10 บาท จึงขับรถกลับออกมาเพื่อไปหาตู้กดเงิน
ฝ่ายชายยอมรับว่า ไม่ทราบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นทางวันเวย์ เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ เพิ่งเคยมาครั้งแรก โดยขณะขับรถกลับมา ได้จอดถามแฟนสาวว่าขับไปได้หรือไม่ ฝ่ายหญิงตอบว่าไปได้ เพราะไม่เห็นลูกศรหรือป้ายบอกชัดเจน จึงขับข้ามไป
จากนั้นตำรวจได้ตะโกนเรียก แต่ฝ่ายชายไม่แน่ใจว่าเรียกใคร จึงหันไปมองหลายครั้ง ก่อนขับต่อไป เมื่อไปถึงบริเวณท่าเรือ ตำรวจขี่รถติดตามมา และถามว่าทำอะไรผิด ฝ่ายชายตอบว่าไม่ทราบ ตำรวจจึงแจ้งว่าขับรถย้อนศร ฝ่ายชายบอกว่า ตนขับมาตาม GPS และไม่ทราบว่าผิด ก่อนตำรวจขอใบขับขี่ และให้ขี่รถตามไปที่ป้อมจราจร
ไรเดอร์ เล่าว่า ขณะนั้นเริ่มรู้สึกกังวล เพราะตำรวจให้ตามไปที่ป้อม ซึ่งเป็นจุดลับตา และตนไม่เคยเดินทางมาบริเวณดังกล่าว จึงรู้สึกไม่ปลอดภัย ก่อนตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน โดยคำพูดที่ทำให้รู้สึกกังวลมากขึ้น คือ ตำรวจพูดในลักษณะว่าจะ "จวกให้หนัก" และจะเพิ่มข้อหาให้
ไรเดอร์ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการมีปัญหากับตำรวจ เพียงต้องการให้เจ้าหน้าที่ออกใบสั่งให้เร็ว เพราะต้องรีบไปส่งพัสดุ ส่วนค่าปรับ ตำรวจไม่ได้แจ้งจำนวนเงินให้ทราบในขณะนั้น
ด้านไรเดอร์หญิงเล่าว่า ตอนแรกเข้าใจว่าเมื่อให้ใบขับขี่และแจ้งข้อหาแล้ว เรื่องจะจบตรงนั้น ไม่คิดว่าจะถูกให้ขี่รถตามไปที่ป้อมจราจร จึงเริ่มกังวลและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป ยอมรับว่า หากทำผิดก็พร้อมรับผิด พร้อมยืนยันว่า หากรู้ว่าเป็นทางย้อนศร คงไม่ขับเข้าไป เพราะคงไม่มีใครอยากเสียค่าปรับ
พร้อมยอมรับว่า วันเกิดเหตุต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ และขอโทษในส่วนของตนเอง แต่ไม่ชอบการพูดจาด้วยน้ำเสียงตะโกน จึงอยากให้ตำรวจพูดคุยกันดีๆ
ด้านพันตำรวจโทองอาจ ศรีทอง สารวัตรจราจร สภ.พระประแดง ในฐานะผู้บังคับบัญชาตำรวจที่อยู่ในคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณแยกท่าน้ำพระประแดง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการขี่รถสวนทางเป็นประจำ และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ตำรวจจึงลงพื้นที่กวดขันวินัยจราจร โดยจุดดังกล่าวมีการติดตั้งป้ายห้ามอย่างชัดเจน และพบรถจักรยานยนต์ที่มีชายสวมเสื้อไรเดอร์เป็นผู้ขับขี่ มีหญิงสาวซ้อนท้าย ขี่สวนทางเข้ามา
เจ้าหน้าที่จึงเป่านกหวีดเรียกให้หยุด แต่ผู้ขับขี่ยังคงขี่ต่อไป ตำรวจจึงติดตามไปพูดคุย โดยยอมรับว่า น้ำเสียงของตำรวจอาจแข็ง จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน
พันตำรวจโทองอาจ ยืนยันว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เรียกตำรวจนายดังกล่าวมาตักเตือนเรื่องการใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง พร้อมขอโทษประชาชน หากการพูดจาดูแข็งกร้าว แต่ยืนยันว่า การกวดขันวินัยจราจรมีเป้าหมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนน ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งประชาชน
พร้อมฝากถึงประชาชน หากได้รับใบสั่งแล้วไม่เข้าใจ หรือมีข้อสงสัย สามารถเข้าพบสารวัตรจราจรหรือผู้กำกับการสถานีตำรวจได้โดยตรง เพื่อขอคำชี้แจงและตรวจสอบข้อเท็จจริง
ขณะที่ตำรวจนายที่ปรากฏในคลิป ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุพบชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมา จึงเป่านกหวีดเตือนไม่ให้ขี่สวนทาง และโบกมือเรียกให้หยุด แต่ทั้งคู่ไม่หยุด จึงขี่รถติดตามไปที่ท่าน้ำด้านหน้า สภ.พระประแดง
ตำรวจยืนยันว่า เจตนาจริงๆ ไม่ได้ต้องการดำเนินคดี แต่ต้องการเชิญมาที่ห้องจราจรเพื่อว่ากล่าวตักเตือน และไม่ได้ตั้งใจจะปรับตั้งแต่แรก แต่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเป็นผู้ขอใบสั่งเอง
เมื่อทั้งคู่ขอใบสั่ง ตำรวจจึงถามว่าจะรับใบสั่งแบบใด โดยฝ่ายชายตอบว่าจะสแกนจ่าย ตำรวจจึงออกใบสั่งให้ แต่เมื่อถึงเวลาสแกนจ่าย ฝ่ายชายกลับไม่จ่าย และบอกว่าจะไปจัดการเอง ตำรวจยืนยันว่า ตนเป็นคนเสียงแข็ง เวลาพูดจึงอาจดูเสียงดังหรือแข็งกร้าว แต่ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่หรือกลั่นแกล้ง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดผู้บังคับบัญชาได้เรียกตำรวจนายดังกล่าวมาตักเตือนเรื่องการใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงแล้ว ส่วนประเด็นข้อกล่าวหาและการออกใบสั่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป