สังคม

เผยเบื้องหลัง “สมีโชติ” ลาสิกขา คนวัดปิดปากเงียบ ยันไม่รู้ปมฉาวสีกา-ยักยอกทรัพย์

2 ชั่วโมงที่แล้ว

21 views

ตำรวจคุมตัวสมีโชติ ชี้จุดภายในกุฏิ หลังลาสิกขาพ้นสมณเพศ ก่อนเร่งตรวจค้นหาหลักฐานและทรัพย์สิน ขณะที่โต๊ะฉันภัตตาหารถูกยกออกไปเป็นของกลาง พร้อมเชิญไวยาวัจกรสอบปากคำ ก่อนช่วงค่ำขนเอกสารการเงิน เงินสด และของมีค่าออกจากกุฏิส่งกองปราบฯ ตรวจสอบ

หลังจาก สมีโชติ หรืออดีตพระวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ลาสิกขาเป็นฆราวาสแล้ว ตำรวจกองปราบปรามยังคงควบคุมตัวและตรวจค้นภายในกุฏิอย่างต่อเนื่องจนถึงดึก

ซึ่งบรรยากาศภายในวัดค่อนข้างเงียบเหงา ร้านค้าปิดเกือบทุกร้าน ญาติโยมและนักท่องเที่ยวเดินทางมาบางตา ขณะที่บริเวณทางเข้ากุฏิมีลูกศิษย์ประมาณ 4-5 คน แต่ตำรวจนำ Police Line กั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป

ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ยึดโต๊ะกลม ซึ่งเป็นโต๊ะของกลางไว้ และเตรียมนำโต๊ะกลมไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อเก็บไว้เป็นวัตถุพยานประกอบคดี ระหว่างการค้น ยังมีตำรวจนำเครื่องนับเงินเข้าไปภายในกุฏิ 2-3 เครื่อง

ต่อมาพระครูพิจิตรกิจจาทร เจ้าคณะตำบลสำเภาล่ม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากมีหลักฐานว่า เจ้าอาวาสกระทำความผิดก็ขาดจากความเป็นพระทันที และสิ่งที่เกิดขึ้นท่านก็ยอมรับผิด และทำพิธีการลาสิกขา ได้สวมชุดขาวและสละสมณเพศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สวมใส่ชุดฆราวาสสีขาว และก็เผยต่อว่าเป็นห่วงพระศาสนา

พระวชิโรภาส รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ได้ เดินออกจากภายในพื้นที่ กุฏิและโบสถ์ หลังทำการลาสิกขาให้กลับสมีโชติเสร็จ ระหว่างนั้นพระวชิโรภาส ได้เปิดเผยว่า เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาทาง หลวงพ่อโชติ ได้ลาสิกขาเป็นฆราวาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสีหน้าท่าทางของทิดโชติก็เป็นปกติทั่วไปไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด สำหรับตัวอาตมาเองก็ไม่ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นไปเป็นมาอย่างไรทั้งเรื่องของเงินและเรื่องของสีกา

ส่วนตัวของสมีโชติเอง ระหว่างที่ลาสิกขาก็ไม่ได้บอกกล่าวหรือพูดจาอะไรกับอาตมา แต่ตัวท่านเองจะสำนึกผิดหรือไม่นั้น อาตมาก็ไม่สามารถที่จะคิดแทน หรือวิเคราะห์แทนตัวท่านได้ แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาตมาเชื่อว่า ท่านได้มีการคิดและตัดสินใจไปแล้ว การลาสิกขาของท่านในครั้งนี้ก็ไม่สามารถมีใครจะบังคับได้ ก็แสดงว่าท่านมีจุดประสงค์และความเต็มใจที่จะลาสิกขาด้วยตัวท่านเอง

ซึ่งส่วนตัวเองอาตมาอยากจะขอฝากไปถึงชาวพุทธว่า อยากให้ญาติโยมสาธุชนชาวพุทธ มุ่งมั่นตั้งใจ และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้อย่าไปคิดอะไร ถือว่าตัวท่านเองซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดได้สละแล้ว ขอให้พี่น้องชาวพุทธรักพระพุทธศาสนา เพราะฝืนแผ่นดินไทยจะต้องอยู่ด้วย 3 หลักใหญ่คือ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ชาวพุทธเองก็มีหน้าที่ที่จะดูแลพระพุทธศาสนาต่อไปส่วนตัวพระสงฆ์เองก็มีหน้าที่ที่จะสวดมนต์และปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

จากนั้นตำรวจสอบสวนกลาง ก็ยังคงควบคุมตัวสมีโชติอยู่ภายในกุฏิ ได้ตรวจค้นหลักฐาน โดยเฉพาะทรัพย์สิน, วัตถุมงคล และของมีค่าต่างๆ ระหว่างนั้นพบชายสวมเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดบริเวณห้องฉันภัตตาหารและถูกระบุว่าเป็นลูกศิษย์ที่คอยดูแลสมีโชติ

โดยผู้สื่อข่าวสอบถามชายเสื้อน้ำเงินที่อยู่ในคลิปว่า ที่ผ่านมาเคยสังเกตเห็นความผิดปกติของอดีตเจ้าอาวาสหรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า "ไม่เคย"

เมื่อถามถึงเรื่องเงิน บอกว่า "ไม่ทราบ" และเมื่อถามว่าอยู่กับหลวงพ่อมานานเท่าไร ก็ตอบเพียงว่า "ไม่ทราบ" ก่อนเดินกลับเข้าไปภายในกุฏิพร้อมพระอีก 1 รูป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญไวยาวัจกรของวัดออกจากพื้นที่ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องเงินและพฤติกรรมเกี่ยวกับสีกา แต่ไวยาวัจกรไม่ตอบคำถาม ก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถตู้เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปราม

กระทั่งเวลาประมาณ 19.50 น. ตำรวจกองปราบปรามทยอยขนวัตถุพยานและของกลางออกจากกุฏิของสมีโชติ ทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เงินสด รวมถึงทรัพย์สินและของมีค่าต่างๆที่พบภายในกุฏิ รวมถึงนำตัวสมีโชติ ไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมเป็นหลักฐาน

ขณะที่การตรวจค้นครั้งนี้ นอกจากหลักฐานเกี่ยวกับพฤติการณ์ตามคลิปแล้ว ตำรวจยังมุ่งตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน เงินสด และเอกสารทางการเงินภายในกุฏิ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ และมีที่มาอย่างไร



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ivgvdP77NUg

คุณอาจสนใจ

Related News