สังคม
"กรรชัย" สรุปครบ! "ต้า-ยัต" เผชิญหน้าในโหนกระแส ยอมถอยคนละก้าว จ่ายตามสัดส่วน ถอนฟ้องทุกคดี
1 ชั่วโมงที่แล้ว
6 views
มหากาพย์ "ยัต-ต้า" เผชิญหน้ากันเมื่อวานนี้ในรายการโหนกระแส จบด้วยการไกล่เกลี่ย ถอนฟ้องทั้งคู่
เมื่อวานนี้ รายการโหนกระแสได้เชิญคุณยัต แอม ภรรยา ยัต ทนายอาร์ม ต้า ทนายไข่มุก และทนายตุ๋ย มาร่วมรายการ โดยเมื่อวานได้มีการเล่าย้อนกลับไปถึงจุดแตกหักเรื่องการลาออกจากบริษัท
ยัต ชัยโสโร เปิดเผยว่า ตนเพียงแค่อยากให้ต้าพูดความจริงทั้งหมดตามที่ตกลงกันไว้ อยากให้ต้าพูดความจริง ก็อย่างที่ตอนออกเป็นตกลงกันไว้ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็เซ็นออก คุณบอกว่าไม่เอาอะไร เพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เอาเงินเฟ็ดเฟ่ไป มีการคุยกันแล้ว 4-5 รอบ"
ขณะที่ "ต้า เฟ็ดเฟ่" ได้โต้แย้งเล่าถึงความทุกข์ทรมานใจตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จนถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์และพยายามจบชีวิตตนเองหลายครั้ง "เป็นระยะเวลาที่ผ่านมาแล้วเกือบ 2 ปี ณ วันนั้นผมเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น ไม่รู้ว่าจะหนีจากการโดนครอบงำ บังคับ ข่มขู่ด่าทุกวันได้อย่างไร ผมตัวคนเดียว เป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่สามารถเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาใครได้ ต้องเก็บไว้คนเดียวจนเริ่มมีอาการทางจิตเวช พยายามจบชีวิตหลายรอบมาก ปรึกษาจิตแพทย์เขาก็บอกว่าอย่าพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีนั้น แต่ผมคิดถึงครอบครัว ทิ้งเขาไม่ได้... ที่พิมพ์ชี้แจง ณ เวลานั้นว่าออกมาโดยไม่เอาอะไร เพราะแค่อยากเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น"
นอกจากนี้ ต้ายังได้เอ่ยปากขอโทษแอม ภรรยาของยัต กลางรายการ หลังเคยมีบทสนทนากันแต่ไม่สามารถหาข้อยกเว้นได้
ต้าบอกว่า "ณ วันนั้นที่คุยกับหนูอะ หนูไม่เกี่ยว เพราะเราเปิดบริษัทกันสองคน พี่รำคาญ พี่เลยคุยไปแบบนั้น (ยกมือขอโทษ)"
ขณะที่ทนายตุ๋ยก็บอกว่า ทำไมยัตไม่คิดว่าชัยโสโรเป็นของต้าด้วยเหมือนกัน เหมือนที่ต้าเคยคิดว่าเฟ็ดเฟ่เป็นของเพื่อนทุกคน
ยัต ชัยโสโร บอกว่า เขามาพูดหลังจากที่มีสื่อ แล้วมันโจมตีกลับมาที่บริษัท เรื่องลบช่อง เรื่องสิขสิทธิ์ที่เอาไปลงช่องอีก
ทนายตุ๋ย บอกว่า มันเลยเป็นเรื่องพันกันที่คุณคิดว่าเขาไม่ควรจะได้รับตรงนั้น
แอม ระบุว่า มันน่าจะเป็นช่วงเวลาขณะนั้น ไม่ใช่แค่แชทที่พิมพ์ เขาสองคนมีอะไรเขาจะคุยกันค่อนข้างเยอะ ช่วงท้าย ๆ พี่ต้าจะเป็นแบบไม่ค่อยพูด แอมก็เห็นถึงสถานการณ์ตรงนั้น แอมไม่ได้ยืนยันว่าแชทที่พูดถึงจะเป็นแบบนั้น
ต้า เฟ็ดเฟ่ ยังบอกอีกว่า สมมติว่าผมออกมาเอง แล้วไม่เอาอะไรเลย ผมถาม "ยัต" ว่า ออกมาแต่ตัว พ่อเราก็ป่วย เรามีเงินเดือน 4 หมื่น เราขอออกมา เราเหนื่อยทำมาด้วยกัน 6-7 ปี นายไม่ให้เงินขวัญถุงเราเลยหรอ
ในส่วนของคดีความที่มีการฟ้องร้องกันสูงถึง 20 ล้านบาท ทนายอาร์ม (ทนายความฝั่งยัต) ชี้แจงเหตุผลที่แนะนำให้ยัตดำเนินการฟ้องร้อง 2 คดี (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และลิขสิทธิ์) ว่าเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายไม่ยอมหันหน้าคุยกัน
ทนายอาร์ม บอกว่า 70% เป็นส่วนที่ทนายแนะนำให้ฟ้อง เพราะเพื่อนเขาไม่พูดคุยกันเลย การไปคุยในศาลคือการที่ศาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หมด พอเจอร่องรอยการกู้ Facebook ก็เลยฟ้อง
ส่วนกรณีที่ต้าสงสัยว่ามีการคัดค้านการประกันตัวตนเองในคดีที่ศาลมีนบุรี ทางทีมทนายได้ทำความเข้าใจกันในรายการจนได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายยัตไม่ได้มีการคัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นสัญญาโอนหุ้นที่เคยเป็นข้อสงสัยเรื่องลายเซ็นปลอม แอมได้ยืนยันชัดเจนว่า ต้าเป็นคนเซ็นเองกับมือทุกฉบับ และไม่มีภาวะป่วย ณ ตอนนั้น ซึ่งในรายการได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่า ลายเซ็นดังกล่าวเป็นของจริง ไม่ได้มีการปลอมแปลง ส่วนรายละเอียดเอาไว้คุยกันในชั้นศาล
นอกจากนี้ ฝั่งยัตยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของต้าที่พบว่ามีบัญชีผูกกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งต้าได้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือเล่นการพนันใดๆ ทั้งสิ้น
มีช่วงหนึ่งพี่หนุ่มก็ได้วิเคราะห์ถึงจุดยืนและทางออกของทั้งสองฝ่าย โดยระบุว่าเรื่องความจริงของทั้งคู่อาจเป็นความขัดแย้งทางความรู้สึกที่คุยเท่าไหร่ก็ไม่จบ แต่ต้องมองไปที่หลักการและสิทธิทางกฎหมาย
พี่หนุ่มยังบอกอีกว่า "วันนี้ประเด็นอยู่ที่ธงทางต้า คือต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม อยากได้ส่วนของตัวเองคืน ง่าย ๆ เลย ย้อนกลับไป ณ วันที่ต้าเป็นผู้ถือหุ้น 49% แล้วกลับไปกระทบยอดดูว่าเงินตั้งแต่เปิดบริษัทมาจนถึงวันที่เขาออกมีเท่าไหร่ หักกลบลบหนี้เงินที่ยืมกรรมการเอาไปซื้อบ้าน ซื้อรถ ตอนนั้นแล้วเหลือเท่าไหร่ แล้วนำมาแบ่งกันให้ถูกต้อง"
ส่วนเงิน 3 แสนบาท ที่ต้าได้มานั้น คือเงินที่ต้ายืมยัตไปให้ฝั่งเฟ็ดเฟ่ ซึ่งยัตบอกว่า เขายืมไปคืนเพื่อน โดยที่ยืมไป แล้วพอวันหนึ่งคุยเรื่องที่เขาจะออก แล้วปรึกษากับคนทำบัญชีว่ามันไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แล้วเขายังไม่ได้ใช้หนี้ เลยหักจากหุ้นของเขา
ด้านพี่หนุ่ม กล่าวเสริมว่า กรณีเงิน 3 แสนบาทที่ยัตอ้างว่าจ่ายค่าขายหุ้นให้ต้านั้น เมื่อเทียบกับการที่ยัตยืมเงินบริษัทไปหลายสิบล้าน การจ่ายเพียง 3 แสนบาทแล้วให้ต้าออกไปเลยจึงอาจดูไม่เป็นธรรมเท่าที่ควร
ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลง โดยยัต ชัยโสโรยืนยันว่าพร้อมที่จะพูดคุยเรื่องการประเมินสัดส่วนทรัพย์สินใหม่ตามกฎหมาย
ยัต ชัยโสโร บอกว่า "เดี๋ยวมาดูสัดส่วน คุยกันได้คุยกันเลย มาดูกฎบ้าน ผมยอม แต่ไม่ต้องไปพาดพิงคนอื่น น้องๆ คนอื่น ด่ามาด่าผมคนเดียว"
ขณะที่ต้าได้ฝากทิ้งท้ายก่อนจบรายการด้วยการขอความเห็นใจจากทุกฝ่าย "อยากให้หยุดโจมตีกันก่อน จะได้ทำให้การพูดคุยหาข้อสรุปง่ายขึ้น"
ทั้งนี้ยัตและต้าตกลงร่วมกันว่าจะนำเรื่องการคำนวณบัญชีและสัดส่วนหุ้น 49% เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อคิดคำนวณตัวเลขที่เป็นธรรมที่สุดแก่ทั้งสองฝ่าย และหลังจากเคลียร์กันลงตัวแล้วทั้งคู่ก็จะถอนฟ้องกันทุกคดี
ขณะเดียวกันช่วงท้ายรายการ ยัต ก็ได้ร้องให้ต่อหน้าพี่หนุ่ม และต้า โดยพี่หนุ่มต้องปลอบ หลังจากนั้นก็ก็ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ต้าเฟ็ดเฟ่ ,ต้ายัต ,ยัตชัยโสโร