สังคม

ชายแดนใต้ระอุ ผอ.ข่าวกรอง เผย 3 ปัจจัย คนร้ายก่อเหตุ หวังต่อรองเจรจา

5 ชั่วโมงที่แล้ว

17 views

ชายแดนใต้ระอุต่อเนื่อง ล่าสุดที่ปัตตานีคนร้ายกว่า 10 คนบุกเผา-ลอบวางระเบิดเทศบาลตำบลพ่อมิ่งเสียหายหนัก เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐาน

หลังเกิดเหตุความไม่สงบและเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่คืนวันเสาร์ 22 สิงหาคม โดยคนร้ายกระจายกำลังก่อกวน วางระเบิด และลอบวางเพลิงสถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ รวมกว่า 51 เหตุการณ์ ซึ่งจังหวัดนราธิวาสมีรายงานเหตุความรุนแรงมากที่สุด 22 เหตุการณ์ ปัตตานี 11 เหตุการณ์ และยะลา 18 เหตุการณ์ เบื้องต้นมีรายงานประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

โดยภาพรวมเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในแต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดเมื่อคืนนี้ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี มีรายงานเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน ปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนสงคราม ลอบเข้าไปวางระเบิด และวางเพลิงภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ โดยคนร้ายมีการแบ่งกำลังออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของอาคารสำนักงานและก่อเหตุวางเพลิง

ขณะที่กลุ่มที่ 2 เข้าไปบริเวณโรงจอดรถเพื่อวางเพลิง ส่วนกลุ่มที่ 3 ทำหน้าที่ดูต้นทางและควบคุมสถานการณ์ ก่อนนำระเบิดไปวางไว้บริเวณป้อมยามทางเข้าเทศบาล หลังจากก่อเหตุแล้ว คนร้ายทั้งหมดได้พากันหลบหนีออกจากพื้นที่ ไม่นานเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น 1 ครั้ง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์

ขณะเดียวกันเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของอาคารสำนักงาน และโรงจอดรถ ส่งผลให้รถดับเพลิง รถขยะ และรถของเทศบาล รวม 3 คัน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ป้อมยามบริเวณทางเข้าเทศบาลยังได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดด้วย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

วันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง พบว่า เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน ทั้งนี้บริเวณโรงจอดรถ พบรถดับเพลิง รถขยะ ของเทศบาลถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 3 คัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำไปวางไว้บริเวณป้อมยาม เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ไม่ใส่สะเก็ด น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนของระเบิดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์และขยายผลต่อไป

เบื้องต้นหน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของกลุ่มคนร้าย เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป





ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่าวันนี้จะมีหารือกับท่านนายกฯ ถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ ยอมรับว่าในทางการข่าวรัฐบาลรู้ล่วงหน้า แต่อาจคาดการณ์ได้ไม่ดีพอ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี / เลขาธิการ สมช. / ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และดำเนินการในขั้นต่อไป

เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง และต้องยอมรับความจริงว่า การข่าวเราทราบล่วงหน้า แต่ก็ยังเกิดเหตุขึ้น จำเป็นต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ทันท่วงที ต้องมาประเมินสถานการณ์ว่าผู้ก่อเหตุการณ์คือใคร และการเตรียมพร้อมของเราบกพร่องหรือไม่ จำเป็นต้องมาทำให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นในทุกจุด

เพราะแม้จะรู้การข่าวล่วงหน้า แต่คนร้ายจะปฏิบัติการเมื่อไหร่นั้น เราอาจคาดการณ์ได้ไม่ดีพอ ประกอบกับการก่อเหตุกระจายออกไป การคาดการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ต้องกลับมาดูเรื่องการข่าว เรื่องความพร้อมที่จะสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้

ส่วนที่มีการระบุว่า อาจเป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่นั้น นายสีหศักดิ์ บอกว่า คงมีสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกันซึ่งต้องหารือกันก่อน ว่าสาเหตุมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยังไม่อยากสรุป

ส่วนเรื่องของการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ท่านนายกฯได้สั่งการให้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว

ทางด้าน ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ซึ่งเป็นหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พูดถึงการประเมินสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ ว่ามี 3 สาเหตุหลัก คือ

1. การพูดคุยสันติสุขที่กำลังจะเดินหน้า ในช่วงปลายเดือน ต.ค. นี้ ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา

2. ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และมีการก่อเหตุลักษณะก่อกวน

และ ปัจจัยที่ 3. คือ ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมไว้อาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดีจึงก่อเหตุ

ส่วนประเด็นว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผอ.ข่าวกรอง บอกว่า บางครั้งพวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน



เมื่อถามว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ ผอ.ข่าวกรอง บอกว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่นหากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหนก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/UhDN-F4RRx4

คุณอาจสนใจ

Related News