สังคม

เด็กชาย 3 ขวบดับปริศนา ซี่โครงหัก พ่อเลี้ยงวัย 20 อ้างเมา สะดุดล้ม เข่ากระแทกท้อง ยันไม่มีเจตนาทำร้าย

9 ชั่วโมงที่แล้ว

28 views

กรณีเด็กชายวัย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนา แม่อ้างลูกป่วยไข้ขึ้นสูง แต่หมอตรวจพบเด็กซี่โครงหัก ล่าสุดพ่อเลี้ยงวัย 20 สารภาพเมาเดินสะดุดล้ม หัวเข่ากระแทกท้องเด็ก


ที่จังหวัดมุกดาหารมีกรณีการเสียชีวิตของเด็กชายวัย 3 ขวบ ซึ่งแม่ของเด็กแจ้งกู้ภัยให้มาช่วยลูก อ้างว่า ลูกไม่สบายมีไข้สูง มีอาการอ่อนแรง ตัวซีด และไม่มีการตอบสนอง ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ชีพนาโสกเข้ารับตัวที่บ้านพักในตำบลนาโสก อำเภอเมือง ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร โดยระหว่างที่อยู่บนรถกู้ภัย แม่ของเด็กร้องไห้ฟูมฟาย แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลไม่นานเด็กก็เสียชีวิต ซึ่งแพทย์ที่ทำการรักษาวินิจฉัยเบื้องต้นว่า เด็กไม่ได้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วย แต่เด็กซี่โครงหักจากการถูกทำร้ายร่างกาย


โดยตำรวจคุมตัวนางสาวจุ๋ม อายุ 24 ปี แม่ของเด็ก และนายลูกหิน อายุ 20 ปี พ่อเลี้ยงของเด็ก ไปสอบสวนตั้งแต่เมื่อวานนี้ เบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ ตรวจปัสสาวะพบว่ามีผลเป็นบวก มีสารเสพติทั้ง 2 คน จึงมีการแจ้งข้อหา เสพสารเสพติดเอาไว้ก่อน


ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพัก ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ารับตัวเด็ก พบขวดเหล้าขาวและขวดน้ำกระท่อมทิ้งเกลื่อนหลังบ้าน โดยสอบถามจากแม่ของนายลูกหิน ให้ข้อมูลว่า นางสาวจุ๋มและเด็กชาย 3 ขวบ ได้ย้ายมาอยู่กับลูกชายตนเองเมื่อเดือนมีนาคม 69 ที่ผ่านมา ส่วนวันเกิดเหตุตนเองพักอยู่บ้านอีกหลัง จึงไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ขณะที่นายไหม เพื่อนบ้านที่มีบ้านอยู่ติดกัน เล่าว่า ในช่วงเช้าวันเกิดเหตุได้ยินเสียงเด็กร้องดังในบ้าน และเสียงผู้เป็นแม่ร้องห้ามไม่ให้ทำร้ายเด็ก โดยภายในบ้านเปิดเพลงเสียงดังเพื่อกลบเสียงร้องของเด็ก ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง


ขณะที่แพทย์นิติเวชนำร้างเด็กชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอยู่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ


ล่าสุดเช้าวันนี้ นายลายหิน พ่อเลี้ยงขอเด็กได้เปิดปากรับสารภาพ ระบุว่า เหตุเกิดตอนตี 1 ของวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะที่แม่ของเด็กออกไปทำธุระนอกบ้าน ตนอยู่กับน้องคอปเตอร์ ภายในบ้าน ขณะนั้นตนอยู่ในอาการมึนเมาสุรา เกิดเดินสะดุดล้มทำให้หัวเข่ากระแทกเข้าที่บริเวณหน้าท้องของเด็กอย่างแรง ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูกเลี้ยงจนเสียชีวิตแต่อย่างใด



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/J2O4cPFMM-0

คุณอาจสนใจ

Related News