สังคม
บีบหัวใจ! ครูทรายสูญเสียสามี หลังหมอวินิจฉัยผิด ซ้ำด่าประสาทแดก
20 ก.ค. 2569
35 views
ครูทรายร้องไห้ขอความเป็นธรรม หลังสูญเสียสามีวัย 30 ปี เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกลับจากโรงพยาบาล เผยสามีมีอาการชาปลายนิ้ว ร้าวขึ้นแขน แน่นหน้าอก เหงื่อแตก แต่ครอบครัวอ้างว่าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะแพนิคและให้กลับบ้าน สุดท้ายเสียชีวิต ผลชันสูตรพบหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น
ยังคงเป็นกรณีที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับการเสียชีวิตของ "คุณฟูม" ชายวัยประมาณ 30 ปี หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ด้วยอาการปวดร้าวจากนิ้วลามขึ้นแขน หน้าอก และมีเหงื่อออกผิดปกติ ก่อนเสียชีวิตในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังกลับบ้าน โดยผลชันสูตรพลิกศพระบุสาเหตุจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งมีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจจากคลิปที่ครูทรายภรรยาออกมาเปิดเผยว่าหลังสามีมีอาการแปลกๆตามที่ระบุ ได้พาสามีไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี แต่กลับได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นแพนิค และด่าครูทรายว่าประสาทแดกเด็กรุ่นใหม่ไปเชื่อข้อมูลจาก AI จาก Google มากเกินไป
จากนั้นหมอแนะนำให้สามีกลับบ้านและนอนแยกห้องกับภรรยาเผื่อสามีอาการจะดีขึ้น ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงต่อมาสามีเธอเสียชีวิต เธอจึงถามหาความยุติธรรม เพราะเธอและสามีได้ไปถึงโรงพยาบาลถึงมือหมอแล้วแต่หมอกลับปฏิเสธการรักษาและใช้คำพูดไม่ดีกับเธอ หลังจากสามีเสียชีวิตเธอได้กลับไปที่โรงพยาบาลไปเจอกับหมอ คนเดิมอีกครั้ง พร้อมบอก หมอว่าตอนนี้แฟนเธอเสียชีวิตแล้วและผลชันสูตรพบว่า หลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ภรรยาอ้างว่า ทางหมอคนดังกล่าวกลับตอบเพียงว่าขอโทษวินิจฉัยโรคผิด
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ เดินทางไปยังวัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพของ คุณฟูม ผู้เสียชีวิต โดย "ครูทราย" ภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้า เช้านี้ได้นำก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆของโปรดของสามีมาให้พร้อมเคาะโรงเรียกชื่อสามีและบอกกับสามีว่า วันนี้เธอจะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ ช่วยส่งพลังให้กับเธอด้วย
ครูทราย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ โรงพยาบาลมีการออกแถลงการณ์ แต่ไม่เคยติดต่อมาพูดคุยกับครอบครัวโดยตรง เธอบอกว่า แม้โรงพยาบาลจะแจ้งว่าให้แพทย์คนดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว แต่สำหรับเธอ ยังถือว่า ไม่เพียงพอ เพราะแพทย์เจ้าของไข้ยังไม่เคยออกมาชี้แจงต่อสังคมด้วยตนเอง
ครูทรายมองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อครอบครัวของเธอ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่ยังใช้บริการโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงอยากให้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริง เปิดชื่อหมออย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สังคมได้รับคำตอบ เพราะเธอเชื่อว่าหมอคนนี้รักษาคนไข้หลายคนไม่ใช่แค่สามีเธอคนเดียว
เธอบอกว่า สามีเธอไม่สามารถกลับมาได้แล้ว แต่หากเหตุการณ์ครั้งนี้จะช่วยให้คนอื่นได้รับการวินิจฉัยที่รอบคอบมากขึ้น และไม่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวเหมือนเธอ ก็ถือว่าเป็นบุญกุศลครั้งสุดท้ายของสามี
ครูทราย กล่าวว่า ครอบครัวของเธอกำลังเริ่มต้น ทั้งคู่เพิ่งมีลูกวัยเพียงขวบเศษ สามีไม่มีโอกาสได้เห็นลูกเติบโต ไม่มีโอกาสได้ยินลูกเรียกคำว่า "พ่อ" ด้วยซ้ำ ความสูญเสียครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจากไปของคนคนหนึ่ง แต่คือการสูญเสียอนาคตทั้งครอบครัว ซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้
เธอยังย้อนเล่าถึงวันที่พาสามีไปโรงพยาบาลว่า วันนั้นต้องพบแพทย์หลายแผนก กระทั่งได้พบแพทย์อาวุโส ทำให้รู้สึกอุ่นใจ เพราะเชื่อว่ามีประสบการณ์สูง แต่สุดท้ายกลับเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด ที่ทำให้เธอต้องเจอกับความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนได้
ครูทรายอ้างว่า ตลอดการรักษา เธอพยายามอธิบายอาการของสามี ทั้งอาการแน่นหน้าอก เหงื่อแตก และประวัติครอบครัวที่มีโรคหัวใจ แต่รู้สึกว่าแพทย์ไม่ได้รับฟังข้อกังวลของครอบครัวอย่างจริงจัง หนำซ้ำยังต่อว่าเธอด้วยคำพูดที่รุนแรง บอกว่าเธอเป็นประสาทแดกคิดมากไปเอง เด็กรุ่นใหม่ชอบเชื่อข้อมูลจาก Google หรือ AI มากเกินไป สุดท้ายก็ให้เธอและสามีกลับบ้านไม่กี่ชั่วโมงต่อมาสามีเสียชีวิต
หลังสามีเสียชีวิต เธอได้กลับไปพบแพทย์คนดังกล่าวอีกครั้ง โดยระบายความรู้สึกว่า หากวันนั้นแพทย์รับฟังและตรวจเพิ่มเติม ตามที่เธอร้องขอ อาจทำให้สามีมีโอกาสรอดชีวิต พร้อมกล่าวว่า วันนี้สามีไม่สามารถกลับมายิ้มให้เธอได้อีกแล้ว
ครูทรายระบุว่า ไม่ต้องการชี้นำความคิดของสังคม แต่ในฐานะภรรยา เธอรู้สึกเพียงว่า หากวันนั้นแพทย์เปิดใจรับฟังข้อมูลจากคนไข้และญาติให้มากกว่านี้ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไป
เธอย้ำว่า ไม่ได้มีอคติต่อแพทย์ทุกคน เพราะเชื่อว่ายังมีแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีจริยธรรมอีกจำนวนมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ทำให้ความเชื่อมั่นที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์สั่นคลอนอย่างมาก
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ekOgZYqX3DM