สังคม
โจ๋อุ้มคู่กรณีสางแค้น บังคับดวลหมัด ก่อนรุมกระทืบสลบ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
เพจดังเผยคลิปสะเทือนใจ อ้างวัยรุ่นในพื้นที่ลำนารายณ์ จ.ลพบุรี ก่อเหตุอุ้มคู่กรณีออกจากบ้านไปทำร้ายร่างกาย บังคับให้ชกต่อยแบบตัวต่อตัว ก่อนมีการรุมทำร้ายต่อเนื่องหลายชั่วโมง จนผู้เสียหายสลบ พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่
เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Return Part 7 เผยแพร่คลิปเหตุการณ์วัยรุ่นชกต่อยกันกลางถนน พร้อมข้อความอ้างว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี โดยระบุว่า มีกลุ่มวัยรุ่นอุ้มตัวคู่กรณีออกจากบ้านไปทำร้ายร่างกาย
ในโพสต์ระบุว่า ผู้เสียหายถูกพาตัวออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. และถูกบังคับให้ต่อสู้แบบตัวต่อตัว โดยอ้างว่าเป็นการเคลียร์ปัญหาแบบ 1 ต่อ 1 แต่เมื่อไปถึงกลับถูกรุมทำร้ายต่อเนื่อง จนถึงเวลาประมาณ 05.00 น. ของอีกวัน ส่งผลให้ผู้เสียหายหมดสติ
นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังอ้างว่า ผู้เสียหายไม่เคยบอกเรื่องดังกล่าวกับพ่อแม่ และระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่ โดยอ้างว่ามีวัยรุ่นหลายคนเคยตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน พร้อมระบุว่ามีคลิปหลักฐานของเหตุการณ์
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับแม่และน้องอายุ 15 ปีที่ถูกทำร้าย โดยน้อง เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ในคืนเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นไม่ได้บอกว่าจะพาไปเคลียร์ปัญหาหรือไปชกต่อย แต่ใช้วิธีชักชวนว่าให้ออกไปนั่งเล่น ก่อนจะมีชายชื่อ "ทีม" ขี่รถจักรยานยนต์มารับที่บ้าน โดยระหว่างทางไม่มีการพูดถึงเรื่องการชกต่อยแต่อย่างใด
เมื่อไปถึงที่จุดเกิดเหตุ น้อง 15 ปี บอกว่า กลุ่มวัยรุ่นได้ยื่นนวมชกมวยให้ พร้อมบังคับให้ขึ้นชก โดยบอกว่า "ต่อยกันแล้วเรื่องจะจบ" แต่ในตอนแรกตนเองไม่ยอม เพราะไม่เข้าใจว่าจะให้จบเรื่องอะไร กระทั่งถูกกดดันและยัดเยียดให้ออกชก
ผู้เสียหายระบุว่า จุดเกิดเหตุมีแต่คนฝั่งคู่กรณีอยู่จำนวนมาก ไม่มีเพื่อนของตนอยู่ด้วย แม้จะรู้จักบางคนผ่านเพื่อนของเพื่อนอีกที แต่ไม่ได้สนิทกัน โดยปมปัญหาที่ถูกกล่าวอ้างขึ้นมา เป็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งตนยืนยันว่า บุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวไม่ใช่ของคนที่ขึ้นชกกับตน และคนที่ทำร้ายตนจนสลบก็ไม่ใช่เจ้าของบุหรี่ไฟฟ้าด้วย
น้องเชื่อว่าสาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจากการที่อีกฝ่ายไม่ชอบตนเป็นการส่วนตัว มากกว่าจะเป็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมอ้างว่า กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับวัยรุ่นคนอื่นมาแล้วหลายครั้ง หากไม่พอใจใครก็จะพาตัวไปบังคับให้ชกต่อย
เมื่อถูกถามว่าทำไมจึงยอมขึ้นชก ผู้เสียหายตอบว่า ไม่ว่าจะยอมหรือไม่ยอมก็ต้องถูกทำร้ายอยู่ดี หากไม่ต่อยก็จะถูกทำร้าย แต่หากต่อยและชนะ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมจบ จึงไม่มีทางเลือก
น้อง 15 เล่าว่า ตนถูกบังคับให้ชกกับชายชื่อ "ทีม" ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์มารับตนจากบ้าน หลังจากชกต่อยกัน ตนสู้ไม่ไหวมีจังหวะที่ล้มลงจึงถูก ชายอีกคนชื่อ "เฟรม" ได้เข้ามาเตะซ้ำจนตนหมดสติ โดยยืนยันว่า "เฟรม" ไม่ใช่เจ้าของบุหรี่ไฟฟ้าเช่นกัน แต่เชื่อว่าไม่ชอบตนเป็นการส่วนตัว
หลังหมดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ยังพบว่าตัวเองนอนอยู่บริเวณริมถนน ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะนำตัวกลับไปส่งบ้านในเวลาประมาณ 04.00 น. โดยเหตุการณ์ทั้งหมดกินเวลาหลายชั่วโมง นับตั้งแต่ถูกชักชวนออกจากบ้านในช่วงค่ำจนถึงช่วงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น
ด้านแม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ลูกชายยังมีอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะแก้มและจมูกยังบวม แม้อาการริมฝีปากจะเริ่มยุบลงแล้ว แต่ยังคงมีสภาพจิตใจที่หวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนสาเหตุ ลูกชายเล่าว่า ปัญหาเกิดจากความเข้าใจผิดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีคนกล่าวหาว่าลูกชายนำบุหรี่ไฟฟ้าของคนอื่นไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นเพียงการยืมกันใช้ ทำให้เพื่อนของเจ้าของบุหรี่ไฟฟ้าเข้าใจผิดว่าลูกชายขโมยไป ทั้งนี้ บุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวก็ไม่ใช่ของผู้ก่อเหตุที่ลงมือทำร้ายลูกชาย
ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นได้โทรศัพท์และติดต่อผ่านอินสตาแกรม ชวนลูกชายออกไปนั่งเล่น ด้วยความที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ลูกชายจึงยอมออกจากบ้าน เมื่อไปถึงกลับถูกชายชื่อ "ทีม" ยัดนวมและสนับแข้งให้ พร้อมบังคับให้ขึ้นชก ทั้งที่ลูกชายพยายามปฏิเสธและถามว่าจะต่อยกันทำไม
แม่เล่าว่า หลังลูกชายถูกชกจนเริ่มเสียหลักและเห็นว่าสู้ไม่ได้ ก็เหมือนเหตุการณ์จะยุติลง แต่ชายชื่อ "เฟรม" ซึ่งเชื่อว่าไม่ชอบลูกชายเป็นการส่วนตัว กลับเข้ามาเตะซ้ำอีก 2 ครั้ง จนครั้งที่สองลูกชายล้มลงและหมดสติ แล้วพามาส่งที่บ้านโดยที่พ่อกับแม่ไม่รู้เรื่องเลยว่าลูกหายไปไหนทั้งคืน
กระทั่งรุ่งเช้าวันเกิดเหตุ เมื่อแม่ปลุกลูกไปโรงเรียนในเวลาประมาณ 06.00 น. ก็พบว่าลูกชายมีใบหน้าบวมผิดปกติ จึงสอบถามจนทราบเรื่องราวทั้งหมด
แม่ผู้เสียหายยังอ้างว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับเยาวชนคนอื่นมาแล้วหลายครั้ง โดยเชื่อว่าอาจทำไปเพื่อต้องการถ่ายคลิปเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย สร้างชื่อหรือเรียกยอดวิว ขณะที่ผู้เสียหายหลายคนไม่กล้าแจ้งความ เพราะกลัวผู้ก่อเหตุและกลัวถูกผู้ปกครองตำหนิ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดี แม่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยติดตามคดีอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่า ลูกชายไม่ใช่เด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง และเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการถูกบังคับให้ขึ้นชกอย่างชัดเจน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/gzEhTL2of1Q