สังคม
"แอร์สาว" รับหิ้วแลกเงิน 8,800 บาท แฟนหนุ่มเผยเปิดกระเป๋าเช็กของแล้ว แต่ไม่รู้ซุกเฮโรอีนข้างใน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
26 views
ความคืบหน้ากรณีแอร์สาวการบินไทย รับจ้างหิ้วกระเป๋าผ้าลายช้าง 12 ใบ เข้าประเทศออสเตรเลีย แต่ถูกจับได้ว่ามีเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ ล่าสุดเลขาฯ ป.ป.ส.เผยเจ้าตัวรับจ้างหิ้วในราคา 8,800 บาท
คดีนี้ต้องย้อนกลับไปวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจออสเตรเลียได้ควบคุมตัวนางสาว มีนา ลูกเรือหญิงของสายการบินไทย วัย 26 ปี ที่สนามบินเมลเบิร์น หลังถูกสุนัขดมกลิ่นเจอสิ่งแปลกปลอมในกระเป๋าเดินทางที่เอามาด้วย เจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนออสเตรเลีย หรือ ABF จึงเรียกตรวจสัมภาระ พบว่ามีสิ่งผิดปกติในกระเป๋าผ้าที่ปักรูปช้างจำนวน 12 ใบ ที่เอามา เมื่อใช้มีดกรีดดูพบว่า มีผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ตามซับในของกระเป๋า 1 ใบ ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็น "เฮโรอีน" มูลค่าประมาณ 5 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 11 ล้านบาท
ตำรวจจึงแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ และครอบครองยาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ข้อมูลตอนนี้ที่ยืนยันได้ คือ "มีนา" ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีน้ำหนักรวม 9 กิโลกรัม ใบกระเป๋าใบนั้นมีถุงผ้าลายช้าง 12 ใบ ซึ่งตำรวจออสเตรเลียพบว่ามี 1 ใบ ที่ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้น้ำหนัก 900 กรัม และอีก 1 ใบอยู่ระหว่างตรวจสอบในห้องแล็ป ว่ามีสารเสพติดหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าขบวนการนี้มีวิธีการซุกซ่อนที่แยบยล ด้วยการซีนยาเสพติดฝังเข้าไปในเนื้อผ้าของกระเป๋า
ส่วนการสอบปากคำแฟนหนุ่มของมีนา ให้การว่า แฟนสาวรับงานหิ้วของออกนอกประเทศ และตอนที่จะเอากระเป๋าผ้าใส่ในกระเป๋าเดินทาง ยังเอามาตรวจสอบด้วยการเปิดซิปของกระเป๋าผ้าดูก่อนเลย ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของแอร์สาวที่ให้ข้อมูลกับ AFP ว่า ได้รูดซิบเปิดดูของแล้ว แต่ไม่เห็นยาเสพติด และยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นว่าเป็นยาเสพติด เนื่องจากมีบุลคลติดต่อผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "Rose" ติดต่อมาอีกที แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับที่ใช้ชื่อว่า "แป้งที่แปลว่าแป้ง" ที่ตระเวนทักแอร์หลายคนเพื่อฝากหิ้วของหรือไม่
ป.ป.ส.ก็เข้าไปตรวจสอบเช่นกัน พบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Rose จะตระเวนโพสต์ข้อความตามกลุ่มลับต่างๆ ที่รับหิ้วของ เพื่อหาคนที่มีพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง ประมาณ 20 กิโลกรัม โดยถ่ายรูปลง อ้างว่าต้องการฝากส่งผลิตภัณฑ์โอทอป หรือสินค้าไทยไปให้ลูกค้าที่ออสเตรเลีย เสนอค่าจ้างให้เป็นเงิน 8,800 บาท ตอนแรกแอร์สาวไม่ได้ปักใจเชื่อ และได้ทักท้วงแหล่งที่มา รวมถึงตัวตนของปลายทางแล้ว เพราะยืนยันไปแล้วว่าไม่รับของจากเฟซบุ๊กอวตาร ก่อนที่ต้นทางก็แสดงความน่าเชื่อถือ ให้ตรวจสอบได้ จนแอร์สาวหลงเชื่อ และรับหิ้ว แต่ยังน่าสงสัยว่า แค่กระเป๋าผ้า 12 ใบ ทำไมรับหิ้วในราคา 8,800 บาท
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่คอนโดมิเนียมของ "มีนา" ย่านบางนา พบว่า วันที่ 23 มิถุนายน มีไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาวางไว้ตรงจุดส่องของ จากนั้นช่วงเย็นมีนาก็มานำกล่องดังกล่าวขึ้นห้องพัก แล้วเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 24 มิถุนายน เพื่อปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน TG465 บินไปออสเตรเลีย ก่อนจะลงที่สนามบินเมลเบิร์น และถูกจับคาสนามบินในวันที่ 25 มิถุนายน และถูกส่งตัวฝากขัง 26 มิถุนายน ซึ่งมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้ง ในวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้
ส่วนการตรวจสอบห้องพักในคอนโดฯ ย่านบางนา และการเข้าค้นบ้านแม่ที่จังหวัดพะเยา ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งบ่งชี้ที่ผิดปกติ รวมถึงเส้นทางการเงินทั้งหมดก็ยังไม่พบเส้นเงินต้องสงสัย หรือรายได้ที่มากมายอะไร นอกจากนี้ยังพบว่าแอร์สาวมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ส่งเงินให้แม่เดือนละประมาณ 10,000 บาท และต้องชำระหนี้ กยศ. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจรับงานหารายได้เสริมดังกล่าว หลังจากนี้ต้องมาพิสูจน์ต่อว่าเจตนาของแอร์สาวเป็นเพียงผู้รับหิ้วหรือผู้ร่วมขบวนการ ต้องมาดูแรงจูงใจและผลตอบแทนที่ได้
เลขาฯ ป.ป.ส.ย้ำด้วยว่า ปัจจุบันกลุ่มนักค้ายาเสพติดข้ามชาติได้เปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จากเดิมที่มักจ้างวานบุคคลลักลอบกลืนหรือซุกซ่อนในร่างกาย หันมาใช้วิธีส่งผ่านระบบพัสดุภัณฑ์ หรือพยายามเจาะกลุ่มลูกเรือของสายการบินแทน โดยอาศัยช่องว่างในการผ่านด่านศุลกากร ซึ่งปีที่ผ่านมา มีเคสการลักลอบส่งยาเสพติดลักษณะนี้ไปยังประเทศออสเตรเลียมากกว่า 30 คดี
เฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2569 ทางการไทยจับคนที่ลักลอบส่งยาเสพติดไปต่างประเทศได้ 14 คดี และยังเจอพัสดุที่ลักลอบส่งออกไปอีก 71 ครั้ง ปลายทางมักจะเป็นประเทศออสเตรเลีย
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/jQv6kkMlno8