สังคม

2 สาวเด็กเอ็นฯ โดนตบเล็บข่วนหน้ายับ ฉุนรับงานตรง ไม่ผ่านโมเดลลิ่ง

4 ชั่วโมงที่แล้ว

22 views

เด็กเอ็น 2 สาว ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกโมเดลลิ่งสาวทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บหนัก สาเหตุไม่พอใจรับงานตรงไม่ผ่านโมฯ ผู้เสียหายหนึ่งในนั้นถูกเล็บกรีดใบหน้าจนต้องเย็บแผล เสี่ยงเสียโฉม ซึ่งลักษณะเล็บเป็นลักษณะคล้ายฟันเลื่อย ด้านผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ คุณนฤชา กมุทโยธิน ได้ติดต่อไปหา เรยา เพื่อนของ สาวเอ็นที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนถ่ายคลิปและไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าใฟ้ฟังว่า เธอได้รับการติดต่อจากคะน้า สาวเอ็นคนแรกที่ถูกทำร้ายเมื่อเธอ เดินทางมาถึง ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมกดดันให้เสี่ยทรงเอ พามายด์มิ้นท์ออกมาพูดคุยและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ แต่เสี่ยทรงเอแจ้งว่าหากทั้งสองยังอยู่ในพื้นที่ อาจเข้าข่ายบุกรุก ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ระหว่างนั้น ผู้ชมไลฟ์สดจำนวนมากทยอยเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ รวมถึง "น้อง B" ที่เห็นเหตุการณ์ผ่านการไลฟ์ จึงรีบเข้ามาช่วยเหลือ

ช่วงแรก มายด์มิ้นท์หลบอยู่ภายในร้าน ก่อนจะออกมาพร้อมแฟนหนุ่ม แต่ระหว่างการพูดคุย น้อง B กับมายด์มิ้นท์เกิดมองหน้ากัน ก่อนมีปากเสียงและเข้าปะทะกันอีกครั้ง

หลังทั้งสองฝ่ายถูกแยกออก ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์สังเกตเห็นว่า น้อง B มีบาดแผลลึกหลายแห่งบริเวณใบหน้า เลือดไหลจำนวนมาก ก่อนจะมีการอ้างว่า มายด์มิ้นท์ตัดเล็บให้มีลักษณะแหลมคล้ายฟันปลา หรือฟันเลื่อย จนเป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผล ต้องเข้ารับการรักษาและเย็บแผล ขณะที่น้อง B ได้โพสต์ภาพบาดแผลของตัวเองลงบนโซเชียล นอกจากนี้ ระหว่างเหตุชุลมุน ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย จากการถูกกัดที่นิ้วเท้า

ภายหลังเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ขณะที่เรย่าได้พาน้อง A และน้อง B เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมายด์มิ้นท์แล้ว โดยขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังต้องรอการชี้แจงจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

น้องคะน้า เด็กเอ็นฯ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากเพื่อนของเจ้าของร้านติดต่อว่าจ้างให้ไปชงเหล้าและเอนเตอร์เทน 4 ชั่วโมง ค่าจ้าง 2,000 บาท แต่เนื่องจากเคยรับงานผ่าน "เจ๊มิ้น" ซึ่งเป็นโมเดลลิ่งมาก่อน จึงแจ้งลูกค้าตั้งแต่แรกว่าให้ติดต่อผ่านโมเดลลิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ลูกค้ายืนยันว่าจะติดต่อโดยตรง ทำให้น้องคะน้าส่งข้อความไปหาเจ๊มิ้น แจ้งว่าจะโอนค่าโมเดลลิ่งให้ 500 บาทหลังจบงาน แม้ เจ๊มิ้น คู่กรณีไม่เปิดอ่านข้อความ แต่เธอก็ยังฝากเพื่อนสนิทของเจ๊มิ้นช่วยแจ้ง เจ๊มิ้น อีกทางหนึ่ง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้มีเจตนารับงานตรงจากลูกค้า

น้องคะน้ายืนยันว่า ตลอดเวลาที่รับงานผ่านโมเดลลิ่ง จะถูกหักค่าโมเดลลิ่ง 500 บาทเป็นปกติ และครั้งนี้ก็ยังตั้งใจทำตามกติกาเดิมทุกอย่าง เมื่อเดินทางไปถึงร้าน ช่วงแรกยังทำงานตามปกติ แต่สังเกตได้ว่าฝั่งเจ๊มิ้นมีท่าทีไม่พอใจ ก่อนจะเรียกไปพูดคุยเรื่องการรับงาน โดยเธอพยายามอธิบาย พร้อมจะเปิดแชตให้ดูว่าได้แจ้งเรื่องไว้แล้ว แต่คู่กรณีกลับปฏิเสธไม่ยอมดู

หลังจากนั้น ระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำ น้องคะน้าระบุว่า ยังถูกพูดจาเหน็บแนม แซะไม่หยุด จึงตัดสินใจเข้าไปสอบถามตรง ๆ ว่ามีปัญหาอะไร ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย เมื่อเจ๊มิ้นเดินเข้ามากระชากศีรษะและทำร้ายร่างกายกลางวงเหล้า โดยแฟนของคู่กรณีต้องเข้ามาช่วยแยก

ขณะที่ "น้องน้ำผึ้ง" ผู้เสียหายอีกคน เปิดเผยว่า ตัดสินใจเดินทางมาที่ร้านหลังเห็นการไลฟ์สด เพราะเป็นห่วงว่าฝั่งเพื่อนมีผู้หญิงเพียง 2 คน แต่ฝั่งคู่กรณีมีผู้ชายอยู่หลายคน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

เมื่อมาถึง น้องน้ำผึ้งเข้าไปสอบถามเจ๊มิ้นว่า เหตุใดจึงทำร้ายน้องคะน้ารุนแรง ทั้งที่เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงค่าโมเดลลิ่งไม่กี่ร้อยบาท และยืนยันว่าคะน้าตั้งใจจะจ่ายเงินให้ตั้งแต่แรก

แต่ระหว่างการพูดคุย กลับเกิดการปะทะคารม ก่อนที่เจ๊มิ้นจะลุกขึ้นมากระชากตัวและเข้าทำร้ายทันที โดยน้องน้ำผึ้งระบุว่า คู่กรณีมุ่งทำร้ายเฉพาะบริเวณใบหน้า จนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ไปถึงที่หลังแต่เจ็บหนักกว่า มีแผลลึก บริเวณใบหน้าใกล้เบ้าตาหลายจุด รวมทั้งมีรอยฟกช้ำตามแขน ข้อศอก และลำตัว

นอกจากนี้ น้องน้ำผึ้งยังเล่าว่า ระหว่างชุลมุน ทั้งสองล้มลงกับพื้น เมื่อตนใช้เท้าถีบเพื่อพยายามดันตัวคู่กรณีออก กลับถูกกัดเข้าที่นิ้วเท้าอย่างแรงจนเกิดอาการบวมเขียว ต้องใช้เท้าอีกข้างถีบจึงหลุดออกมา พร้อมยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งเจ็บและตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะถูกกัด

น้องน้ำผึ้งระบุว่า ขณะนี้ได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ยังต้องรอเอกสารจากโรงพยาบาลเพื่อประกอบการแจ้งความอย่างเป็นทางการ

สำหรับการเยียวยา น้องน้ำผึ้งยืนยันว่า ยังไม่สามารถประเมินค่าเสียหายได้ เพราะต้องหยุดรับงานทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง ขณะที่ยังมีภาระต้องดูแลครอบครัว ทั้งแม่ ลูก ค่าเช่าห้อง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บยังทำให้ไม่สามารถรับงานได้ตามปกติ

น้องน้ำผึ้งยังเปิดเผยอีกว่า จนถึงขณะนี้ ฝั่งคู่กรณียังไม่เคยติดต่อมาขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/VtLFYbdbdMc

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เด็กเอ็น ,โมเดลลิ่ง

คุณอาจสนใจ

Related News