สังคม
ค้นที่พัก "แอร์สาวไทย" พบชายส่งพัสดุปริศนาให้ - เปิดแชต "แป้งที่แปลว่าแป้ง" ทักจ้างรับหิ้ว
3 ชั่วโมงที่แล้ว
29 views
ความคืบหน้ากรณีตำรวจออสเตรเลียได้ควบคุมตัวลูกเรือหญิงของสายการบินไทย วัย 26 ปี ในสนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังถูกสุนัขดมกลิ่นเจอสิ่งแปลกปลอมในกระเป๋าเดินทางที่เอามาด้วย เจ้าหน้าที่กองกำลังชายแดนออสเตรเลีย (ABF) จึงเรียกตรวจสัมภาระ พบว่ามีสิ่งผิดปกติในกระเป๋าผ้าที่ปักรูปช้างจำนวน 12 ใบ ที่เอามา เมื่อใช้มีดกรีดดูพบว่า มีผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ตามซับในของกระเป๋า ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็น "เฮโรอีน" มูลค่าประมาณ 5 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 11 ล้านบาท
ตำรวจจึงแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ และครอบครองยาเสพติดควบคุมชายแดนในปริมาณเชิงพาณิชย์ โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี
มีข้อมูลว่า ลูกเรือหญิงไทยคนนี้ปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน TG465 เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ก่อนจะลงที่สนามบินเมลเบิร์นและถูกจับ ในวันที่ 25 มิถุนายน แล้วถูกส่งตัวก่อนจะถูกส่งตัวฝากขังเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นอีกครั้ง ในวันที่ 14 กันยายน 2569
เพจเฟซบุ๊ก Thai Airways โพสต์ชี้แจงกรณีนี้ว่า บริษัทฯ มีระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน รวมถึงนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอย่างเคร่งครัด โดยห้ามมิให้พนักงานครอบครอง นำเข้า ขนส่ง หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด
จากข้อมูลเบื้องต้น บริษัทฯ เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับพนักงานรายบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่เกิดเหตุ โดยบริษัทฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้นำกำลังเข้าค้นคอนโดมิเนียมย่านบางนา ของแอร์สาวคนนี้แล้ว กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าก่อนวันเดินาทง มีผู้ชายคนหนึ่งนำกล่องพัสดุมาวางไว้ที่จุดวางของหน้าคอนโด จากนั้นแอร์สาวก็มารับพัวดุขึ้นไป ซึ่งในห้องพักของเธอก็เจอกล่องพัสดุดังกล่าววางอยู่ ไม่มีการจ่าหน้าผู้ส่ง หรือผู้รับ เจ้าหน้าที่ได้นำไปตรวจสอบเพื่อหาลายนิ้วมือแฝง และสารเสพติดแล้ว และวันนี้จะไปขยายผลค้นบ้านแม่ของเธอที่จังหวัดพะเยาด้วย
ส่วนแฟนหนุ่ม จากการสอบถามปฏิเสธรู้เห็นเรื่องนี้ ทราบเพียงแค่แฟนสาวรับหิ้วของเท่านั้น และวันเกิดเหตุแฟนสาวไม่ได้โทรมาหา เพราะตำรวจออสเตรเลียให้โทรหาใครบางคนได้ 1 ครั้ง และแฟนสาวเลือกจะโทรหาแม่ ส่วนเขาทราบเรื่องจากเพื่อนของแฟนสาวอีกที
ในเรื่องนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องรู้เห็นรับขนของ และโดนหลอกจ้างวานให้ส่งของ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการกระทำผิดนั้นสำเร็จมีการนำยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย และ เบื้องต้นแอร์สาวได้มีการขอแต่งตั้งทนายความเอกชนไปสู้คดีแล้ว
หลังจากนี้ ป.ป.ส.จะรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลในประเทศไทย และนำข้อมูลส่งไปยังตำรวจที่ประเทศออสเตรเลีย เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องยาเสพติดและเฝ้าระวังกลุ่มต้องสงสัยกันเป็นประจำแต่จากประวัติฐานข้อมูลยังไม่พบว่าแอร์สาวเคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน
พร้อมฝากเตือนประชาชนที่เดินทางไปต่างประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับฝากสิ่งของจากผู้อื่นหรือคนรู้จักเพราะอาจจะเข้าข่ายกฎหมายด้านภาษีและการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายข้ามประเทศ
ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่า นำยาเสพติดออกนอกประเทศได้อย่างไร เรื่องนี้นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า กรณีกระเป๋าของลูกเรือคนดังกล่าวเครื่องเอ็กซเรย์แจ้งว่ามีสถานะเคลียร์ ไม่พบวัตถุระเบิดกระเป๋าจึงผ่านขั้นตอนขาออกได้ กรณีของการตรวจสอบยาเสพติดนั้น ที่ผ่านมาสนามบินทั่วโลกจะเน้นการตรวจเฉพาะในเที่ยวบินขาเข้าประเทศ โดยจะใช้รูปแบบการตรวจโดยสุนัขดมกลิ่น เนื่องจากเครื่องเอ็กซเรย์ไม่สามารถตรวจยาเสพติดได้
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับแอร์สาว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานยังไม่พบเส้นเงินผิดปกติ พร้อมกำชับไปยังการท่าอากาศยานแก้ไขจุดอ่อน ตรวจสัมภาระของผู้เดินทางเข้าออกประเทศ
พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากการบุกค้นห้องพักแอร์โฮสเตส ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายมีเพียงกล่องพัสดุที่ใช้ในการส่ง เบื้องต้นกับเพื่อนของแอร์สาว ทราบว่าแอร์สาวหารายได้เสริมด้วยการ รับหิ้วของ ขณะที่การตรวจสอบเส้นเงินไม่มีเงินอะไรที่ผิดปกติ และเงินในบัญชีก็มีอยู่ไม่มาก จากการตรวจสอบทราบว่า จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อสัมภาระถึงออสเตรเลียแล้ว โดยในวันนี้ได้มอบหมายให้ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ไปสอบถามแม่ของแอร์สาวด้วย เพราะทางออสเตรเลียอนุญาตให้แอร์สาว พูดคุยกับแม่ได้เพียงคนเดียว
ขณะที่ข้อมูลทางการข่าวที่ออสเตรเลียส่งมา พบว่ากระเป๋าของกลางทั้งหมด มี 12 ใบ แต่พบผิดปกติแค่ 2 ใบ ซึ่ง ป.ป.ส. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับแอร์สาว โดยในขั้นต้นทางประเทศออสเตรเลีย ได้จับกุมพร้อมของกลาง แต่ในการสืบสวนของประเทศไทย ต้องดูพยานหลักฐานอื่นประกอบด้วย
ส่วนการกำชับไปยังบริษัทท่าอากาศยานไทยนั้น เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันว่ามีข้อจำกัดในการตรวจสอบอย่างไร และต้องแก้ไขที่จุดอ่อนทั้งหมด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/G0vc8huuYAg
แท็กที่เกี่ยวข้อง ขนเฮโรอีน ,แอร์โฮสเตส ,การบินไทย