สังคม
ร่างทรงลวงรักข้ามภพ 6 ชาติ กักขังหนุ่มสูญเงินแสน เหยื่อโผล่นับสิบ กุเรื่องถูกขืนใจหลอกพาเข้าบ้าน
19 มิ.ย. 2569
50 views
เปิดใจเหยื่อร่างทรงพญานาค หลอกว่าจะถูกข่มขืนจึงหลวมตัวพาเข้าบ้าน กลายเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิต
หนุ่มวัย 40 ปี เปิดประสบการณ์ชีวิตคู่สุดสะพรึง เหมือนตกนรกทั้งเป็น หลังถูกสาวที่รู้จักผ่าน TikTok อ้างตัวเป็นร่างทรงและหมอดู ครอบงำชีวิตนานหลายเดือน ทั้งทำร้ายร่างกาย กักขัง ยึดโทรศัพท์ บังคับโอนเงิน และใช้ความเชื่อเรื่องอดีตชาติมาอ้างเพื่อผูกมัดไม่ให้ไปไหน จนต้องส่งสัญญาณมือขอความช่วยเหลือผ่านคลิปใน TikTok ทำให้ตำรวจเข้าช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ
ชายวัย 40 ปี รายหนึ่ง ใช้นามสมมติว่า คุณเอฟ ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าประสบการณ์ชีวิตที่เรียกว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิต หลังรู้จักหญิงสาวคนหนึ่งผ่าน TikTok ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา อ้างตัวว่าเป็นร่างทรง มีสัมผัสพิเศษ และสามารถมองเห็นเรื่องราวของผู้อื่นได้เพียงแค่จับมือ
เจ้าตัวเล่าว่า ในช่วงแรกฝ่ายหญิงอ้างว่า เคยเป็นคู่กันมาแล้วถึง 6 ชาติ และชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายที่จะได้เป็นคู่บุญคู่บารมีกัน พร้อมบอกว่าต้องผ่านบททดสอบร่วมกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคต
แม้ตอนแรกจะไม่เชื่อ แต่หลังจากใช้เวลาร่วมกัน ฝ่ายชายยอมรับว่าตนเองค่อย ๆ ถูกชักจูงและครอบงำจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ต้องใช้ชีวิตอยู่กับฝ่ายหญิงตลอดเวลา แบบทุกวินาที ปวดฉี่ก็ต้องอุ้มพาไปเข้าห้องน้ำ ต้องดูแลทุกอย่างตามที่ร้องขอ เนื่องจากฝ่ายหญิงอ้างว่าป่วยหลายโรค
ต่อมามีเหตุการณ์ที่ฝ่ายชายระบุว่าเป็นเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งการอ้างว่ามีลูกเทพชายหญิงจะมาเกิด และเข้าร่างฝ่ายหญิงเพื่อพูดคุยกับตน รวมถึงเหตุการณ์ผีเข้าร่าง บางครั้งก็มีอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมอย่างหนัก จนทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันหลายครั้ง กระทั่งฝ่ายชายพยายามขอเลิกรา แต่กลับไม่สำเร็จ
ฝ่ายชาย อ้างว่าเคยพยายามหลบหนีมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนได้รับบาดเจ็บ ข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กถูกทุบทำลายเสียหาย อีกทั้งยังถูกเขียนข้อความใส่ร้ายบนผนังคอนโด พยายามสร้างสถานการณ์ว่าตัวเองนั้นถูกทำร้ายร่างกายและฝ่ายชายพยายามจะฆ่า ทำให้ฝ่ายชายต้องทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว
ฝ่ายชายยังระบุอีกว่า ถูกควบคุมการใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งเรื่องการติดต่อสื่อสาร การใช้โทรศัพท์ ไอแพด และบัญชีโซเชียลมีเดีย โดยฝ่ายหญิงเป็นผู้จัดการทั้งหมด รวมถึงมีการกดดันเรื่องการเงิน เมื่อเงินหมดก็ถูกบังคับให้ไปยืมเงินจากผู้อื่น จนทุกวันนี้ชีวิตกลายเป็นหนี้ติดลบและติด เครดิตบูโร
เหตุการณ์รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ขณะที่พยายามหลบหนีอีกครั้ง ฝ่ายหญิงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของ และใช้มีดฟันเข้าที่แขนซ้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและเสียเลือดจำนวนมาก
ฝ่ายชายอ้างด้วยว่า แม้ตนเองจะได้รับบาดเจ็บ แต่กลับไม่ได้รับการรักษาในทันที โดยถูกพาไปโรงพยาบาลในช่วงค่ำ และยังต้องรอให้ฝ่ายหญิงเข้ารับการรักษาอาการของตัวเองก่อน กว่าจะได้พบแพทย์ก็เป็นเวลาหลายชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
แพทย์ประเมินว่าแผลมีความรุนแรง ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมให้ย้ายโรงพยาบาล ทำให้สุดท้ายต้องกลับมาดูแลแผลด้วยตนเอง และต้องทนกับอาการบาดเจ็บอยู่นานเกือบ 6 วันกว่าจะได้รับการเย็บแผลอย่างเหมาะสม
ในช่วงดังกล่าว ฝ่ายชายระบุว่าแม้ร่างกายจะบอบช้ำอย่างหนัก แต่ยังต้องทำหน้าที่ดูแลฝ่ายหญิง ทั้งจัดหาอาหาร จัดยา ช่วยเหลือเรื่องกิจวัตรประจำวัน รวมถึงดูแลแผลทำจมูกของฝ่ายหญิงด้วย
ต่อมาเมื่อเงินเริ่มขาดมือ ฝ่ายหญิงพยายามกดดันให้เปิดรับบริจาคผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารและเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถเข้าถึงบัญชีของตนเองได้ อีกทั้งยังบังคับให้โอนเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากเพื่อนและคนรู้จักเข้าบัญชีของฝ่ายหญิงทันที
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นราววันที่ 6 มิถุนายน เมื่อฝ่ายหญิงถ่ายคลิปขณะช่วยล้างแผลให้ฝ่ายชาย โดยเจ้าตัวได้แอบส่ง "Signal for Help" หรือสัญญาณมือขอความช่วยเหลือระหว่างการบันทึกคลิป ซึ่งข้อความที่โพสต์ลงในคลิป ไม่ได้ระบุว่าถูกไปยิงทำร้ายแต่ระบุว่าถูกโจรวิ่งราวขโมยทรัพย์สินและใช้มีดฟันแขนจนได้รับบาดเจ็บพร้อมทั้งขอเปิดรับบริจาคขอเงินช่วยเหลือ
หลังคลิปดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่บน TikTok เพื่อนของฝ่ายชายสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบประสานกับทางครอบครัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนเข้าช่วยเหลือออกจากคอนโดได้สำเร็จเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา
เจ้าตัวยอมรับว่า วินาทีที่เห็นเพื่อนและเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วย รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เพราะมองว่าตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกแล้ว
หลังได้รับการช่วยเหลือและรักษาแผลที่ถูกทิ้งไว้นาน ขณะนี้ยังต้องใส่เฝือกและล้างแผลต่อเนื่อง เจ้าของโพสต์ขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือและบล็อกการติดต่อจากฝ่ายหญิงแล้ว ทรัพย์สินหลายรายการสูญหาย ชีวิตได้รับผลกระทบอย่างหนักทั้งการเงิน สุขภาพ และชื่อเสียง จึงต้องการเผยแพร่เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้รับการเปิดเผยจาก คุณอ้วน ผู้ที่ติดตามพฤติกรรมของร่างทรงหญิงรายนี้มาตั้งแต่ปี 2563 หลังเคยตกเป็นข่าวกรณีอ้างว่าถูกพิษพญานาคและต้องไปรำที่คำชะโนดเพื่อรักษาอาการป่วย แต่จากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์ในขณะนั้น พบว่าอาการที่ถูกนำเสนอไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมดและฝ่ายหญิงยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ได้เกี่ยวกับพิษพญานาค
คุณอ้วน บอกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา พบผู้เสียหายมากกว่า 10 ราย โดยพฤติกรรมจะมีรูปแบบคล้ายกัน คือสร้างเรื่องราวเรียกความสงสาร อ้างว่าถูกทำร้าย ถูกข่มขืน ป่วยหนัก หรือมีเหตุจำเป็นต่าง ๆ เพื่อให้คนเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนจะเข้าไปอาศัยอยู่ด้วยและให้ผู้เสียหายรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีการอ้างเรื่องอดีตชาติ เรื่องพญานาค เรื่องร่างทรง หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ เพื่อสร้างความเชื่อใจให้กับผู้เสียหาย บางรายถูกชักชวนให้ช่วยเหลือเรื่องเงิน บางรายถูกนำบัญชีหรือพื้นที่บนโซเชียลมีเดียไปใช้เปิดรับบริจาค โดยมีการสร้างเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมาประกอบ
คุณอ้วน ยกตัวอย่างผู้เสียหายในอดีตหลายราย ทั้งกรณีชายชื่อเล่น "คุณเอก" ที่ฝ่ายหญิงไปอ้างว่าตั้งครรภ์จนมีการสู่ขอแต่งงาน และกรณีชายชื่อเล่น "กอล์ฟ" ที่ไปรับตัวฝ่ายหญิงมาอยู่ด้วยหลังอ้างว่าถูกชายอีกคนคุกคาม พยายามข่มขืน ก่อนจะเกิดปัญหาตามมาหลายเรื่อง จนต้องแยกทางกันในที่สุด
ส่วนกรณีล่าสุดของ คุณเอฟ ผู้เสียหายรายล่าสุดที่ถูกฟันแขน คุณอ้วน ระบุว่าเป็นรูปแบบที่คล้ายกับผู้เสียหายรายก่อน ๆ คือเริ่มจากการขอความช่วยเหลือ ก่อนจะเข้าไปควบคุมการใช้ชีวิต การเงิน และตัดการสื่อสารของผู้เสียหายจากโลกภายนอกรวมถึงมีการใช้บัญชีและโซเชียลมีเดียของผู้เสียหายในการโพสต์ข้อความหรือเปิดรับเงินช่วยเหลือ
คุณอ้วน ยังเปิดเผยว่า ในอดีตเคยมีการประสานงานเจ้าหน้าที่ จนทำให้ฝ่ายหญิงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญาอยู่ระยะหนึ่ง แต่หลังจากออกมาก็ยังคงมีพฤติกรรมในลักษณะเดิม จึงมองว่าปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นเวลานานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มองว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นภัยสังคม และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง
ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้พูดคุยกับคุณกอล์ฟ หนึ่งในบุคคลที่อ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายจากร่างทรงหญิงรายนี้ โดยเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเห็นคลิปสอนนั่งสมาธิใน TikTok จึงกดติดตามเอาไว้ โดยไม่เคยดูดวงหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน
ต่อมาฝ่ายหญิงได้ทักข้อความมาขอความช่วยเหลือ อ้างว่ากำลังจะถูกข่มขืนและถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยความสงสารและกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายจริง คุณกอล์ฟจึงขับรถไปรับตัวมาจากภาคอีสาน ก่อนพามาพักอาศัยที่บ้านในจังหวัดลำพูน
คุณกอล์ฟ ระบุว่า ช่วงแรกไม่มีปัญหา แต่หลังจากอยู่ร่วมกันได้ไม่นาน ก็ตกลงเป็นแฟนกัน เพราะฝ่ายหญิงอ้างเรื่องบุพเพสันนิวาศ เป็นคู่บุญ คู่บารมีกันมาแต่ชาติปางก่อน หลังคบหากันได้สักพัก ฝ่ายหญิงเริ่มมีพฤติกรรมควบคุมชีวิต ไม่ให้ตนออกไปทำงาน อ้างว่า ดวงกำลังมีเคราะห์ ถ้าออกไปจะถูกรถชนตาย
กลายเป็นว่า ต้องอยู่ที่บ้านกับฝ่ายหญิงตลอดเวลา ใช้เงินเก็บไปเรื่อยๆจนหมด และฝ่ายหญิงมีพฤติกรรมสั่งซื้อของออนไลน์ สั่งอาหารออนไลน์โดยให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือ บางทีก็อ้างว่าไม่ได้สั่ง รวมทั้งขอให้ดูแลเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยอ้างว่าตัวเองป่วยและช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เต็มที่ เคยถึงขั้นนั่งฉี่ในห้องนอนเพราะคุณกอล์ฟไม่ยอมอุ้มพาเธอไปเข้าห้องน้ำ
นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมที่ชอบแต่งเรื่อง เช่น บอกว่าตัวเองอยู่ๆก็เดินลงไปในคูเมืองเชียงใหม่ โดยไม่รู้ตัว จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและพักรักษาตัวหลายวัน แต่เมื่อ คุณกอล์ฟ พยายามตรวจสอบ กลับไม่พบข้อมูลการเข้ารักษาในโรงพยาบาลตามที่กล่าวอ้าง แต่ไปพบความจริงที่ว่า ร่างทรงหญิงนั้นแอบไปหาผู้ชายอีกคนและก็ไม่ได้ไปเชียงใหม่ อยู่โรงแรมแถวๆบ้านคุณกอล์ฟ
คุณกอล์ฟ ยังอ้างอีกว่า ภายหลังฝ่ายหญิงเริ่มไปเจอผู้ชายคนนี้บ่อยขึ้น และมีการสร้างเรื่องว่า ตนพยายามข่มขืนและทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จนทำให้ตนทะเลาะกับผู้ชายคนนั้น ตนจึงตัดสินใจขอแยกทาง ส่งต่อผู้หญิงคนนี้ให้กับชายคนดังกล่าวไปดูแลแทน และ ได้แต่บอกกับตัวเองว่า รอดแล้วกู กระทั่งมาเห็นข่าวคุณเอฟ รายล่าสุดทำให้ตนก็ตกใจว่าพฤติกรรมของร่างทรงหญิงรายนี้รุนแรงขึ้นจนน่ากลัว
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/bcTukNqRP0Q