สังคม
"ฟารีดา" มั่นใจ 100% "ติณติณ" เป็นพ่อเด็ก เปิดใจทั้งน้ำตา ขอโอกาสสังคม - "ติณติณ" มองเป็นบทเรียนราคาแพง
11 ชั่วโมงที่แล้ว
55 views
เรื่องราวดรามาความรักของฟารีดากับติณติณ วันนี้เดินทางมาไกลถึงขั้นต้องตรวจ DNA เด็กในครรภ์ว่าแท้จริงแล้วเป็นลูกของใครกันแน่ ซึ่งทางติณติณ พร้อมให้พิสูจน์ความจริง หากเด็กในท้องฟารีดาเป็นลูกของตนจริงก็ยินดีรับผิดชอบ ด้านผู้จัดการติณติณ จวกแรงสังคมโลกสวยเชื่อเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการเตรียมลากคอดำเนินคดี ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอต้องรออีก 14 วันเพราะส่งตรวจ Lab ที่ฮ่องกงความแม่นยำ 99.99%
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศที่หน้าคลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ ซอยวิภาวดีรังสิต 16/6) โดยวันนี้ฟาริดาและติณติณจะต้องมาตรวจดีเอ็นเอ
โดยฟารีดา วันนี้เดินทางมาพร้อมกับทนายพัฒน์ เพื่อให้ทนายพัฒน์เป็นพยานในการตรวจ DNA ส่วนติณติณมาพร้อมกับคุณพ่อ คุณแม่และนีโอ เพื่อนสนิท ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างของทางฟารีดาเป็นการเจาะเลือด ส่วนของทางติณติณใช้การสวอบเก็บเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม
ภายหลังการเก็บตัวอย่างทางฟาริดาพร้อมทนายพัฒน์ออกมาให้สัมภาษณ์ ฟารีดา เปิดเผยว่า วันนี้ไม่ได้รู้สึกกังวลใจและมั่นใจมากกว่า 100% ส่วนสภาพจิตใจพูดตรงตรงว่าแย่มากๆตอนนี้ มีวิธีการรับมือคือไม่เข้าโซเชียลเลย เพื่อไม่เห็นข่าวไม่เห็นอะไรเลย โฟกัสกับน้องในท้องมากกว่า
ยืนยันที่ผ่านมาตนพูดความจริงทุกอย่าง ส่วนใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ ถามว่ามีคนเชื่อไหมก็มี ตนก็ฟังคอมเม้นต์ที่ดีกับคนเชื่อดีกว่า เรื่องลูกในท้อง ตอนนี้ทราบเพศแล้วว่าเป็นลูกสาว วันนี้จากเรื่องที่เกิดขึ้นเธอเองอยากขอโอกาสในการทำงานหาเงินเพราะในอนาคต เธอยังต้องเลี้ยงลูกที่กำลังจะคลอดออกมา
กรณีของบุคคลที่ 3 ที่ฟารีดาระบุว่าเป็นซาแซงของโฟล์คและฟอร์ม ฟาริดา บอกว่าแต่ก่อนเคยเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้ออกมา แฉ ตัวเธอเองเป็นเพราะไม่พอใจที่ไม่ให้ยืมเงินหรือไม่
ด้านทนายพัฒน์ เปิดเผยว่าวันนี้ ตนเดินทางมาเป็นเพื่อนของน้องฟารีดา เป็นพยานและเป็นคนกลางมห้ในเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นทนายในคดีให้กับน้อง กรณีหากผลตรวจออกมาว่า เป็นลูกของติณติณในทางกฎหมายสามารถเรียกค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง และหลังจากคลอดออกมาแล้วก็สามารถที่จะเรียกค่าเลี้ยงดูได้ ส่วนในมุมของติณติณ หากมีประเด็นไหนที่รู้สึกว่าได้รับความเสียหายก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ ในมิติของสังคมอยากให้มองเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์และบทเรียนปัญหาของวัยรุ่น
ด้านติณติณ เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมาตรวจพิสูจน์ DNA เพื่อให้เกิดความชัดเจนและตอนที่มาถึงไม่ได้เจอและไม่ได้พูดคุยกับฟาริดา ความกังวล ยังมีหลักฐานอีกหลายอย่าง เช่น แชตพูดคุยสนทนา ส่วนจะต้องนำมาใช้ในช่วงเวลาไหนขอดูสถานการณ์ไปก่อน วันนี้ขอโฟกัสและให้ความสำคัญกับเรื่องผลการตรวจ DNA มากกว่า เรื่องนี้ ตนได้รับบทเรียน เยอะมากพอสมควร
ติณติณ เผยด้วยว่า ตนมีความรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่ตนถูกใส่ร้ายใส่ความเจตนาทำให้ตนเสียหายเช่นเรื่องเสพยาและการพรากผู้เยาว์
ด้านคุณพ่อของติณติณ มองว่า สิ่งที่ฝ่ายหญิงพูดหลายประเด็นค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะ เรื่องกล่าวหาว่ามีการพรากผู้เยาว์และเรื่องการเสพยาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างรุนแรง ทางครอบครัวมองว่า 2 เรื่องนี้จะปรึกษาทางทนายความอาจจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ขอรอผลตรวจก่อน
ขณะที่คุณแม่ ในฐานะเป็นผู้หญิงด้วยกันและในฐานะคนเป็นแม่รู้สึกเสียใจ เพราะถ้าเป็นตนเองตนจะโฟกัส ที่เด็กในท้องเรื่องสุขภาพของเด็กมากกว่า และมองว่าควรคุยกันหลังบ้านก่อนที่จะปล่อยให้มาเป็นประเด็นสังคม
พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ เผยว่า การตรวจวันนี้จะไม่ใช้การเจาะถุงน้ำคร่ำเพราะมีความเสี่ยงแผงเลยใช้เทคนิคการเจาะเลือด เพื่อเอาตัว DNA มาตรวจวิเคราะห์เทียบกับทางคุณพ่อและคุณแม่ของเด็ก ซึ่งในส่วนของติณติณใช้การเก็บเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม โดยจะส่งไปตรวจที่แล็บในประเทศฮ่องกง ความแม่นยำ 99.99%
การตรวจสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 9 สัปดาห์ขึ้นไป จากการประเมินสภาพร่างกายของฟารีดา ดูเบื้องต้นน้องมีสภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และสภาพจิตใจปกติ
ด้านพี่มด ดวงใจ จันทร์เสม ผู้จัดการของพี่ก๊อท จักรพันธ์ และเป็นผู้จัดการของติณติณ สวนแรงบอกว่าเรื่องนี้ เชื่อมีการทำเป็นขบวนการและเชื่อว่าฝ่ายหญิงกำลังหาเหยื่อ หรือ หาคนมารับผิดชอบเป็นพ่อเด็ก ขอเตือนไว้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเหล่านี้ให้เตรียมรับผิดชอบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
พี่มดยังสวนสังคมบางส่วนที่ยังโลกสวย ทั้งด่า ทั้งตำำหนิติณติณเรื่อง ไม่ใส่ถุงยาง ขอถามกลับว่า ถ้าไม่ป้องกัน ป่านนี้ผู้หญิงไม่ท้องเป็นสิบ เป็นร้อยคนแล้วหรือ
พี่มดเผยอีกว่า ตนมองว่าสังคมควรจะมองตามข้อเท็จจริงอย่ามาโลกสวย ตนอายุ 65 แล้วตนไม่สนใจว่าใครจะมาด่าตน วันนี้หักเหตุการณ์กลับกันว่าผู้หญิงเมาเดินขึ้นไปนอนแล้วผู้ชายเดินตามขึ้นไปและมีอะไรกันสังคมก็จะบอกว่าผู้ชายข่มขืนผู้หญิง
แต่เหตุการณ์นี้ติณติณ เมาเดินขึ้นไปนอนไม่รู้สึกตัวผู้หญิงเดินตามขึ้นไปและรู้กันสองคน พอตื่นมา อ้าว ! เหมือนในหนังในละครแนวตั้ง ซีรี่ย์เกาหลีจีน ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าเหตุการณ์นี้ตินๆเป็นเหยื่อ ใช่หรือไม่ พี่มด จวกซ้ำฝ่ายตรงข้ามว่า ขอรอดูก่อนถ้าฝั่งนั้นยังไม่เลิกปลูกสวนสตอเบอรี่เดี๋ยวจะลากทั้งก๊วนทั้งกระบวนการออกมาให้หมด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/qRTmSo8BeK0