สังคม

“กระต่าย พรรณนิภา” งานเข้า! ซีอีโอสาวหอบหลักฐานฟ้องฉ้อโกง แฉเบิกจ่ายทิพย์ โอนเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

3 มิ.ย. 2569

119 views

ทนายโนบิ ควง CEO สาว หอบหลักฐานฟ้อง กระต่าย พรรณนิภา ข้อหาฉ้อโกง แฉพฤติกรรม เบิกจ่ายทิพย์ 22 รายการ

นางสาวสวรีย์ เลิศไพบูลวณิช หรือ คุณกิ๊ก นักธุรกิจสาวชาวสกลนคร เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมชื่อดัง มอบหมายให้ นายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิ พร้อมทีมทนายความ นำพยานหลักฐานเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับ กระต่าย พรรณนิภา นักร้อง ในฐานความผิด ฉ้อโกง ต่อศาลจังหวัดสกลนคร หลังตรวจสอบพบพฤติกรรมการตั้งเบิกค่าใช้จ่ายบริษัทอันเป็นเท็จ หรือ บิลทิพย์ จำนวนมากถึง 22 ครั้ง

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากคุณกิ๊ก และกระต่าย พรรณนิภา นักร้อง ได้ตกลงทำสัญญาร่วมลงทุนทางธุรกิจเพื่อจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Bunny โดยมีการแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ซึ่งกระต่ายดูแลด้านการตลาดและโฆษณา ส่วนคุณกิ๊กรับผิดชอบด้านสินค้าและระบบบัญชี ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันว่า หากมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการทำงาน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือของใช้สำหรับทีมงาน ให้ทางกระต่ายสำรองจ่ายไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จมาตั้งเบิกคืนจากบริษัทเป็นรายเดือน

แต่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระต่าย พรรณนิภา ได้ตัดสินใจฉีกสัญญา พร้อมทั้งลบตะกร้าสินค้าและคลิปวิดีโอโปรโมตออกจากช่องทางออนไลน์ทั้งหมด ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทและนำไปสู่การตรวจสอบเอกสารทางบัญชีอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบบัญชีดังกล่าว ทางคุณกิ๊กพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายหลายรายการ โดยระบุว่ากระต่ายได้นำสลิปค่าใช้จ่ายส่วนตัวมากล่าวอ้างว่า เป็นค่าใช้จ่ายของทีมงานเพื่อขอเบิกเงินจากบริษัท เป็นการเบิกจ่ายทิพย์

อย่างเช่น การช้อปปิ้งออนไลน์ แต่เบิกเป็นค่าข้าวทีมงาน, เบิกค่าน้ำมันไปเล่นคอนเสิร์ตส่วนตัว แล้วนำใบเสร็จมาตั้งเบิกกับบริษัท อ้างว่าเป็นค่าน้ำมันสำหรับการเดินทางไปทำคอนเทนต์หรือไปส่งพนักงาน, โอนเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง หรือเติมเงินเข้า ทรูมันนี่วอลเล็ท ของตัวเอง มาตั้งเบิกอ้างว่าเป็นค่าอาหารหรือค่าจัดทำคอนเทนต์, แม้กระทั่งค่าทำเล็บ เสริมความงาม ก็มาเลิกจ่ายอ้างว่าเดินทางไปถ่ายทำสื่อโฆษณาให้แบรนด์ นอกจากนี้ยังใช้สลิปของแฟนหนุ่มที่ไปเลี้ยงหมูกระทะทีมงาน มาตั้งเบิกบริษัทด้วย โดยอ้างว่าเลี้ยงหมูกระทะทีมงาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงทีมงานกำลังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ

ด้านทนายโนบิ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จำนวนเงินในบางรายการอาจดูไม่สูงมาก แต่พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก และต่อเนื่อง 22 ครั้ง หรือ 22 กรรม มูลค่าประมาณ 22,910 บาท เท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้น ซึ่งความผิดฐานฉ้อโกงแต่ละกรรมมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี นอกจากนี้ การยกเลิกสัญญาของกระต่าย ทำให้บริษัทเสียหายกว่า 40 ล้าน อย่างไรก็ตาม ความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายถือเป็นความผิดที่ยอมความได้ หากคู่กรณีสามารถเจรจาพูดคุยก็มีโอกาสหาแนวทางยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวนมูลฟ้องอยู่ โดยศาลมีการออกหมายนัดไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานตามกระบวนการทางยุติธรรมใน วันที่ 3 สิงหาคม 2569



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/pAMqlYi6YXo

คุณอาจสนใจ

Related News