สังคม
ลุงโดนแฝดรุมกระทืบ เย็บ 12 เข็ม แต่ต้องจ่ายค่าเสียหาย 3.6 หมื่น อีกฝ่ายโต้กลับ ลุงเริ่มก่อน ซ้ำขี่รถตามมาหาเรื่อง
28 พ.ค. 2569
47 views
จากกรณีที่เพจดังได้ลงคลิปเหตุการทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดสถานที่แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสงคราม หน้าร้านมินิมาร์ท ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 เวลา 18.00 น. ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบนายณัฐพล อายุ 52 ปี เจ้าของร้านขายน้ำแข็ง ดอนหอยหลอด ได้รับบาดเจ็บมีแผลที่ศีรษะ เย็บถึง 12 เข็ม ได้เปิดกล้องวงจรปิดให้ผู้สื่อข่าวได้ดู พร้อมพาไปดูจุดเกิดเหตุ และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันเกิดเหตุตนกำลังขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเพื่อไปซื้อของที่ร้านมินิมาร์ท พอจอดรถเสร็จและกำลังจะเดินเข้าร้าน ได้มีชายรูปร่างอ้วน ซึ่งเป็นพรรคพวกของคนชื่อ "ต้น" ที่มีเรื่องเขม่นกันมาก่อนหน้านี้ ปรี่ลงมาจากรถพ่วงข้างแล้วตรงเข้ามาหาเรื่องทันที
โดยตะโกนด่าว่า "มึงนักเลงมากใช่ไหม" ก่อนจะเปิดฉากชกต่อยตนอย่างแรงจนเกิดการตะลุมบอนกันขึ้น ซึ่งระหว่างเกิดเหตุ แฟนของตนได้พยายามเข้ามาช่วยดึงและห้ามปรามเอาไว้
นายณัฐพลเล่าต่อด้วยความช้ำใจว่า ตนเองไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกับชายอ้วนคนนี้มาก่อน คาดว่าน่าจะเป็นคนชื่อต้นที่พามาก่อเหตุ เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนกับนายต้นเคยมีปัญหาเบียดเบียนกันเรื่องขับรถข่มขู่บนถนน และยังมีประเด็นขัดแย้งเรื่องที่ตนนำซุ้มกาแฟมาตั้งให้แม่บ้านขายขำๆ ซึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายมองว่ามาแย่งลูกค้าเพราะฝั่งนั้นวิ่งหาลูกค้าอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเกิดเรื่องตนไปโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อเย็บแผลถึง 12 เข็ม และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงครามในวันรุ่งขึ้น
แต่กลับพบว่าฝั่งคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กลับมาเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากตนสูงถึง 36,000 บาท อ้างว่าต้องนอนโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ตนที่เป็นผู้ถูกกระทำแท้ๆ กลับไม่ได้นอนโรงพยาบาลเพราะห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องงาน ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง จึงอยากวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย
ขณะที่ภรรยานายณัฐพลเปิดเผยข้อมูลอีกด้านว่า ก่อนเกิดเหตุตนสังเกตเห็นชายอ้วน และนายต้นมาด้อมๆ มองๆ อยู่แถวหน้าร้าน โดยได้เดินมาถ่มน้ำลายใส่หน้าร้านของตน เมื่อตนเดินออกไปถามว่ามีอะไร นายอ๊าตก็ย้อนถามกวนๆ ว่า "มีอะไรพี่ๆ" ก่อนจะพากันขี่รถออกไป จากนั้นพอนายณัฐพลขี่รถออกไปซื้อของ ตนเอะใจจึงรีบขี่รถตามไป ก็พบว่าทั้งสองฝ่ายกำลังตะลุมบอนกันอยู่หน้าร้านมินิมาร์ทแล้ว ตนจึงรีบเข้าไปช่วยห้ามตามสัญชาตญาณความห่วงสามี
โดยยืนยันว่าปมปัญหานั้นมาจากนายต้นที่คอยหาเรื่องระรานครอบครัวตนมาตั้งแต่ปี 2563 ทั้งเรื่องขับรถปาดหน้าข่มขู่ และความฝังใจจากอุบัติเหตุรถชนในอดีตที่นายต้นไปเข้าข้างอีกฝ่าย ส่วนเรื่องซุ้มกาแฟไม่น่าใช่ประเด็นหลักเพราะตนเลิกขายไปนานแล้วเนื่องจากไม่มีเวลา
ด้านชายอ้วน หนึ่งในคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องนอนโรงพยาบาลถึง 3 คืน ชี้แจงว่า วันนั้นตนตั้งใจจะไปซื้อของที่ร้านค้าฝั่งตรงข้ามอนามัยชูชี แต่ระหว่างทางเจอสุนัขวิ่งเข้ามาหา ด้วยความที่เคยถูกสุนัขกัดจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาก่อนจึงเกิดความระแวง จึงบ้วนน้ำลายใส่สุนัขเพื่อไล่ ซึ่งตนไม่รู้เลยว่าจุดนั้นเป็นหน้าร้านของคู่กรณี ต่อมาฝั่งนายณัฐพลได้ขี่รถตามมาล็อกตัวและเปิดฉากถามว่า "มึงมี ค..ยอะไรกับอ้วน มึงนักเลงเหรอ" ก่อนจะเข้ามากระชากคอเสื้อตนจนเกิดการต่อสู้กัน
ยืนยันว่าฝั่งลุงณัฐพลเป็นฝ่ายหยิบท่อนเหล็กแป๊บจากรถพ่วงข้างฟาดตนก่อน จนตนหัวแตก เลือดอาบหน้า มองไม่เห็น และส่งผลให้กะโหลกยุบ มีเลือดคั่งในสมอง ต้องเย็บแผลรวมกว่า 15 เข็ม โดยที่ตนไม่มีอาวุธใดๆ เลย ส่วนค่ารักษาพยาบาลจำนวน 36,000 บาทนั้น ตนเรียกเก็บตามบิลจริงของโรงพยาบาล ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียเวลาใดๆ เพิ่มเติม และฝั่งตนก็ถูกกระทำทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ๆ จนแฟนสาวถึงกับเอ่ยปากว่าตนคราวนี้ "ซวยจริงๆ"
ทางด้านนายต้น คู่กรณีอีกราย กล่าวเสริมว่า วันเกิดเหตุตนเพียงแค่พานายอ๊าตแวะซื้อของหน้าร้านมินิมาร์ทเท่านั้น แต่ลุงณัฐพลกลับขี่รถตามมาด่าทอหยาบคายและปรี่เข้ามาหาเรื่องนายอ๊าตก่อน โดยลุงณัฐพลเป็นฝ่ายวิ่งไปหยิบเหล็กแป๊บที่รถพ่วงข้างมาฟาดใส่นายอ๊าตจนเลือดอาบ ตนเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปช่วยเพื่อนและเกิดการนัวเนียกันขึ้น ยืนยันว่าตนและนายอ๊าตไม่ได้ตั้งใจมาหาเรื่อง ส่วนมูลเหตุในอดีตยอมรับว่าเคยเดินชนไหล่กันในดอนหอยหลอดแต่ก็ไม่ได้มีปากเสียงอะไร และเรื่องซุ้มกาแฟฝั่งตนก็ขายของตามปกติ ไม่เคยคิดริษยาหรือกลัวโดนแย่งลูกค้าตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผกก. สภ.เมืองสมุทรสงคราม เนื่องจากติดภารกิจสำคัญ โดยเปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งความตนได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินทางมาให้ปากคำเบื้องต้นแล้ว และหลังจากนี้จะเชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจในข้อกฎหมาย โดยตำรวจจะยึดตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและผลแพทย์เป็นหลัก พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างแน่นอน
ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.สมชาย ขอค้า ผกก. สภ.เมืองสมุทรสงคราม ตำรวจได้ส่งตัวคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า เพื่อขอใบรับรองแพทย์ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรอใบรับรองแพทย์ว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน เพื่อประกอบสำนวนร่วมกับพยายบุคคล กล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อม ฟ้องศาลดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/1Am7w7IlL8Q
แท็กที่เกี่ยวข้อง รุมกระทืบ ,ทำร้ายร่างกาย