สังคม
คึกคัก! ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" ทำสถิติใหม่ 23 นาที พุ่งทะลุ 10 ล้านราย
3 ชั่วโมงที่แล้ว
24 views
เปิดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" วันแรก มีประชาชนแห่เข้าลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังกันคึกคัก ดันยอดทะลุ 10 ล้านคนภายในเวลาเพียง 23 นาที ทุบสถิติเดิม และเพียง 2 ชั่วโมง 40 นาที ยอดลงทะเบียนพุ่งไปถึง 20 ล้านสิทธิ และล่าสุด ณ เวลา 11.00 น. เหลือสิทธิคงเหลือ 7.9 ล้านเท่านั้น
โดยทันทีที่เปิดระบบตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีประชาชนแห่เข้าลงทะเบียนกันคึกคัก ส่งผลให้ระบบเกิดอาการหน่วง เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจเข้ามากดรับสิทธิพร้อมกันมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที ซึ่งภายในเวลาเพียง 23 นาทีแรก มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จไปแล้วถึง 10 ล้านคน ทำให้ทางธนาคารกรุงไทยต้องเร่งขยายช่องสัญญาณระบบเพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนรายการต่อวินาที เพื่อรองรับการใช้งาน
เวลา 08.40 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จถึง 20 ล้านสิทธิ จากสิทธิทั้งหมด 30 ล้านสทธิ โดยใน 20 ล้านสิทธิแรก มีผู้มาลงทะเบียนสำเร็จ 14.6 ล้านคนคน รอตรวจสอบคุณสมบัติ 3.7 ล้านคน ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 2.18 แสนคน เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 218,399 คน
ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 2.18 แสนคน เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์เข้าร่วมโครงการนี้เนื่องจากได้รับสิทธิความช่วยเหลือในส่วนอื่นจากรัฐบาลอยู่แล้ว
ความน่าสนใจของการเปิดลงทะเบียนในรอบนี้ คือ การสร้างสถิติใหม่ที่สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชน โดยสามารถทำยอดลงทะเบียนสำเร็จทะลุ 10 ล้านคน ภายในเวลาเพียง 23 นาทีเท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการของรัฐในอดีต พบว่า รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 1 เท่าตัว รอบที่แล้วใช้เวลา 30 นาที สำหรับยอด 5 ล้านคนแรก
สำหรับการลงทะเบียนในครั้งนี้ ผู้ที่เคยลงทะเบียนในโครงการครั้งก่อน จะได้รับการยืนยันสิทธิ์ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนจะต้องรอการตรวจสอบภายใน 3 วัน หากพบว่าเข้าเงื่อนไข และคุณสมบัติ ก็จะได้รับสิทธิ 4,000 บาททันที
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะขึ้นข้อความบนหน้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง และได้รับข้อความ SMS ยืนยันว่า "ลงทะเบียนสำเร็จและสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป"
กรณี "สแกนใบหน้าไม่ผ่าน" ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรกหรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือ สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
ทั้งนี้ กรณีพบว่า คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนไม่ผ่าน รัฐจะนำสิทธิกลับคืนมาเปิดลงทะเบียนใหม่ในรอบวันถัดๆ ไป หรือ จนกว่าจะครบ 30 ล้านสิทธิ
ในส่วนของร้านค้า ขณะนี้มีร้านค้ารายเดิมที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 977,296 ราย โดยร้านค้ากลุ่มดังกล่าว สามารถเข้าไปกดยืนยันสิทธิและยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้ทันที เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายของประชาชน
ขณะที่ประชาชนหลายคนที่ลงทะเบียนไม่ได้ ก็เดินทางไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย แก้ปัญหาลงทะเบียนให้
ทีมข่าวลงพื้นที่ธนาคารกรุงไทย ย่านแจ้งวัฒนะ พบว่าตลอดเช้าที่ผ่านมามีประชาชนหลายสิบคนทยอยกันเข้ามาที่ธนาคารกรุงไทย เพราะเจอปัญหาลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้ จึงต้องมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารแก้ปัญหาอย่างนางสาว จิราลักษณ์ เขียวโสภา เดินทางมาพร้อมสามี บอกว่า เมื่อช่วงเช้าเธอสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันได้ แต่สามีลงทะเบียนไม่ได้เพราะเปลี่ยนโทรศัพท์ และเปลี่ยนเบอร์ เมื่อโหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังมาก็ขึ้นว่าให้ไปยืนยันตัวตน เมื่อวานนี้ก็ไปที่ธนาคารกรุงไทยสาขาหนึ่งมา แต่ก็ทำไม่ได้ วันนี้จึงมาที่นี่หวังว่าจะสามารถลงทะเบียนได้ แม้เงินที่ได้แค่เดือนละ 1,000 จะน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้
เช่นเดียวกับป้ามะลิวรรณ อายุ 68 ปี ก่อนหน้านี้ตอนเปิดโครงการคนละครึ่ง เคยพยายามลงทะเบียนแล้วครั้งหนึ่งแต่ทำไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่อ้างว่าโทรศัพท์เก่า ไม่รองรับระบบ พอมีโครงการไทยช่วยไทยเลยมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วย ปรากฎว่าลงทะเบียนได้ ทำให้เธอเสียสิทธิ์โครงการคนละครึ่งครั้งก่อน ส่วนเงินที่รัฐให้ครั้งนี้ 1,000 บาท ต่อเดือนแม้จะไม่พอใช้ แต่ก็ยังช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านได้บ้าง
นางวรรณี เหลืองอารมณ์ อายุ 80 ปี เดินทางมาที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบว่า การที่เธอกดยืนยันไปเมื่อเช้าลงทะเบียนเรียบร้อยหรือไม่ เพราะแอฟหมุนช้าทำให้ไม่มั่นใจ พร้อมบอกว่า เงินที่รัฐบาลให้มานั้นมาเทียบกับครั้งที่แล้วถือว่าน้อยกว่า ไม่เหมือนกับคนละครึ่ง 50:50 แต่ครั้งนี้ 60:40 ซึ่งจำนวนเงินน้อยกว่า และอยากให้ทำโครงการที่ทำให้ผู้สูงอายุนั้นใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/QgO-Mr91G9w
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไทยช่วยไทยพลัส ,ลงทะเบียน