สังคม

เร่งซ่อมผิวจราจรรถไฟชนรถเมล์ ขสมก.จัดเจ้าหน้าที่ดูแล คุมเข้มวินัยไม่จอดคร่อมราง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

4 views

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ และรถยนต์อีกหลายคัน ตรงจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และบาดเจ็บอีก 30 คน วันนี้ ขสมก. จัดเจ้าหน้าที่ร่วมดูแลการจราจร แทบไม่เจอรถจอดคร่อมรางรถไฟ


ย้อนกลับไปราวบ่าย 3 โมง 36 นาที ของวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา รถไฟขนสินค้าสินค้าเลขที่ 2126 (ท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ) พุ่งชนรถเมล์ปรับอากาศสาย 206 ที่จอดคร่อมรางรถไฟบริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก- ดินแดง ใต้แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน ทำให้ไฟลุกท่วมรถ และผู้โดยสารในรถเมล์โดนไฟคลอกเสียชีวิต 8 ศพ และยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้อีก 30 คน เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 9 ชั่วโมงจึงเปิดการจราจรได้อีกครั้ง


วันนี้ถือเป็นวันที่ 2 ที่เปิดการจราจรถนนอโศก-ดินแดง หลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งการจราจรหนาแน่นตั้งแต่เช้า เพราะเป็นวันเปิดเทอมวันแรก ทีมข่าวสังเกตว่าช่วงที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน ก็มีรถจอดคารางรถไฟอยู่บ้าง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดสัญญาณเตือนว่ามีรถไฟวิ่งผ่าน รถยนต์และมอเตอร์ไซต์ทุกคันหยุดหลังเส้นเหลืองทันที และมีเจ้าหน้าที่การรถไฟมาตรวจสอบถนนทั้ง 2 ฝั่ง ว่าไม้กั้นลงมาเรียบร้อยหรือไม่ จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้รถไฟวิ่งผ่านไปได้


นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สายตรวจของ ขสมก.ลงพื้นที่บริเวณแยกอโศก–เพชรบุรี เพื่อคอยสังเกตการณ์และดูแลความเรียบร้อยของรถโดยสารสาธารณะทุกสาย ไม่ให้จอดคร่อมรางรถไฟในช่วงที่รถไฟกำลังจะผ่าน นายวงค์มณี มณีวงษ์ เจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ขสมก. เปิดเผยว่า ได้กำชับพนักงานขับรถโดยสารทุกสายที่ใช้เส้นทางผ่านจุดตัดทางรถไฟบริเวณอโศก-เพชรบุรี ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่การจราจรติดสะสมจากแยกอโศก พร้อมย้ำชัดว่าห้ามจอดรถคร่อมบนทางรถไฟเด็ดขาด หากประเมินแล้วว่าไม่สามารถขับผ่านจุดตัดได้ จะกำชับให้รถอยู่หลังเส้นเหลืองเพื่อความปลอดภัย


แต่ต้องยอมรับว่า ช่วงเวลาเร่งด่วนมีปริมาณรถหนาแน่นมาก ทำให้มีรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ต้องจอดคาบนรางอยู่บ้าง ส่วนการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎจราจร ขึ้นอยู่กับวินัยและจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนนแต่ละคน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้น


ขณะที่ตรงจุดเกิดเหตุพบว่ามีชาวต่างชาติและคนไทยนำดอกไม้ พวงมาลัย รวมถึงอาหารและน้ำมาวางเพื่อไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต ทีมข่าวได้เจอกับชายคนหนึ่งซึ่งเป็นลุงของ 1 ในผู้เสียชีวิตบนรถเมล์ ก็มาร่วมไว้อาลัยด้วย บอกว่า หลานชายวัย 24 ปี กำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย ต้องมาจบชีวิตเพราะความบกพร่องในการจัดระเบียบและเร่งระบายการจราจร พร้อมบอกว่า ไม่ควรเอาเรื่องความประมาทกับเสพยามาเป็นข้ออ้าง เพราะปัญหาสำคัญคือการจัดการจราจรในพื้นที่จนทำให้มีคนตาย


นอกจากนี้ยังมีนายไมเคิล ชาวออสเตรเลีย เดินออกกำลังกายในตอนเช้า เดินมาจากถนนสุขุมวิท เพื่อมาสวดมนต์ตามความเชื่อทางศาสนาแสดงความอาลัยแก่ผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และมองว่าอุบัติเหตุลักษณะนี้สามารถป้องกันได้ หากมีมาตรการด้านความปลอดภัยและการจัดการจราจรที่เหมาะสม และเมื่อช่วงสายที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซมชานชลาสถานีมักกะสันที่เสียหายจากอุบัติเหตุแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง  รถไฟชนรถเมล์ ,โศกนาฏกรรม

คุณอาจสนใจ

Related News