สังคม
ตร.สาวร้องถูกผู้หมวด ลวงเข้าม่านรูด หวังข่มขืน คดีไม่คืบ ซ้ำท้าทายอยากฟ้องก็เชิญ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
315 views
ตำรวจสาว ร้องขอความเป็นธรรม ถูกผู้หมวด สภ.ปากเกร็ด ลวงพาเข้าม่านรูด พยายามข่มขืนและกระทำอนาจาร เคราะห์ดีส่งแชทขอความช่วยเหลือจากแม่จนรอดชีวิต เผยคดีเงียบกว่า 2 เดือน ซ้ำถูกท้าทาย "อยากฟ้องก็เชิญ"
ส.ต.ท.หญิง ตำรวจสายอำนวยการ สังกัดกองบัญชาการแห่งหนึ่งในพื้นที่นนทบุรี เล่าว่า เธอเป็นผู้เสียหาย ถูกนายตำรวจยศร้อยตำรวจตรี สังกัด สภ.ปากเกร็ด ก่อเหตุล่อลวงไปกระทำอนาจารและพยายามข่มขืน ภายหลังได้เข้าแจ้งความ แต่คดีกลับไม่คืบหน้า ร้องเรียนวินัยไป ก็อ้างว่าต้องรอให้คดีอาญาสิ้นสุดก่อนถึงจะดำเนินการทางวินัยได้
ส.ต.ท.หญิง เล่าอีกว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากกรณีโทรศัพท์มือถือของเธอถูกแฮกเฟซบุ๊กและไลน์ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ดและส่งเครื่องให้ตรวจสอบที่พิสูจน์หลักฐาน 1 ใช้เวลานานหลายเดือนยังไม่เสร็จสิ้น เธอต้องการขอโทรศัพท์คืน พนักงานสอบสวนจึงให้มาถอนแจ้งความและประสานให้ ร้อยตำรวจตรี ท่านหนึ่ง (ผู้หมวด) เป็นผู้พาไปรับของกลางคืน
วันเกิดเหตุ ผู้หมวดขับรถส่วนตัว เป็นรถเบนซ์สปอร์ตมารับถึงที่ โดยมีแม่ของผู้เสียหายนั่งไปด้วย ระหว่างทางไม่มีสิ่งผิดปกติ และยังพาไปรับโทรศัพท์คืนพร้อมเลี้ยงข้าวอีกด้วย ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกเคารพและเชื่อถือ กระทั่งมีการขอไลน์เธอ ซึ่งเธอก็ให้ไปโดยเธอบอกว่าไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่าเป็นตำรวจด้วยกัน
ไม่กี่วันต่อมา ผู้หมวดคนดังกล่าวได้นัดผู้เสียหายออกไปทานข้าวอีกครั้ง อ้างว่าจะพูดคุยเรื่องผลตรวจโทรศัพท์ เธอจึงรับนัด ผู้หมวดให้เธอขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้แถวทะเลสาบเมืองทอง จากนั้นก็ขับรถเบนซ์คันเดิมมารับเธอไปทานข้าว วินาทีแรกตั้งแต่ขึ้นรถไปผู้หมวดเริ่มพูดจาแทะโลมเธอ พร้อมกับนำมือมาจับมือ จับขาของเธอ เธอก็พยายามปัดมือออก
เมื่อไปถึงร้านอาหารก็เริ่ม พูดจาในลักษณะเสนอค่าเลี้ยงดูเดือนละ 5,000 บาทพร้อมกับบอกว่าจะซื้อรถให้ใช้ เธอได้ตอบปฏิเสธและพยายามชวนคุยเรื่องคดีความของเธอและเรื่องผลการตรวจโทรศัพท์มือถือ ซึ่งใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าโดยผู้หมวดชายดื่มเหล้าหมดไปประมาณครึ่งแบนส่วนเธอไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ พยายามให้ตัวเองมีสติตลอดเวลา
หลังจากเช็คบิลที่ร้านอาหารร้านแรกซึ่งเธอเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหาร 1,080 บาท ผู้หมวดได้ชวนเธอไปต่อร้านที่ 2 แต่พอไปถึง ร้านปิด ผู้หมวดเริ่มขับรถพาออกนอกเส้นทาง อ้างจะไปหาต่อร้านอื่น สุดท้ายเลี้ยวรถเข้าโรงแรมม่านรูดอย่างรวดเร็ว ทำให้สิบตำรวจโทหญิงตั้งตัวไม่ทัน ทำอะไรไม่ถูก และเจ้าตัวระบุว่าอยู่ในภาวะกดดัน ไม่กล้าหลบหนี กลัวอันตราย เพราะ 2 ข้างทางมีแต่ป่าทึบและเข้าไปในซอยเปลี่ยว
ตอนนั้นตำรวจหญิง บอกว่า ด้วยความกลัวเธอนั่งตัวแข็งอยู่ในรถไม่ยอมลงจากรถ ทำให้ผู้หมวดหนุ่มต้องลากเธอลงจากรถและพยายามดันตัวเธอเข้าไปในห้อง เมื่อขึ้นไปภายในห้อง ผู้หมวดพยายามใช้กำลังบังคับ ทั้งกอดจูบลวนลาม และพยายามข่มขืน เธอพยายามขัดขืนเต็มที่ จังหวะนั้นโชคดีที่ พนักงานโรงแรมเคาะประตูเรียกเก็บเงินพอดี ทำให้เธอสบโอกาส รวบรวมสติและแอบส่งข้อความพร้อมพิกัดไปขอความช่วยเหลือจากแม่ ซึ่งแม่พยายามโทรหาเธอแต่จังหวะนั้นผู้หมวดกลับเข้ามาพอดีทำให้เธอไม่สามารถรับสายของแม่ได้
จากนั้นผู้หมวดก็พยายามบังคับข่มขืนเธอและผู้หมวดไปเห็นว่า แม่ของเธอโทรมาบ่อยจนผิดสังเกต ทำให้ผู้หมวดรู้สึกหงุดหงิดต่อว่าเธอว่าไปฟ้องแม่หรอ แม่ถึงโทรมาบ่อยขนาดนี้ ระหว่างนั้นเองแม่ได้ส่ง ข้อความไปขอช่วยเหลือที่แฟนหนุ่มของเธอด้วย ซึ่งแฟนหนุ่มของเธอเป็นตำรวจคอมมานโด สามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผู้หมวดคนดังกล่าวได้ จึงมีการต่อสายตรงเข้าไปที่ผู้หมวดซึ่งตอนแรก ผู้หมวดไม่รู้ว่าเป็นใครจึงรับสาย
พอผู้หมวดรับสาย ทางตำรวจหนุ่มคอมมานโด ก็ใส่เต็มที่ด้วยอารมณ์โมโหว่า "มึงเอาแฟนกูไปไว้ไหน มึงบอกกูมาเดี๋ยวนี้อย่าคิดว่ากูเช็คไม่ได้นะว่ามึงอยู่ที่ไหน"
ทำให้ผู้หมวดคนดังกล่าวตกใจจนลนลานทำอะไรไม่ถูก ตอบกลับไปว่า "แยกย้ายกับน้องผู้หญิงตั้งนานแล้ว น้องผู้หญิงไปไหนต่อตัวเองไม่ทราบ" แล้วกดตัดสายทันที ก่อนจะหันมาต่อว่า เธอว่าไปฟ้องแฟนหนุ่มทำไม จากนั้นยัดเงินให้ 3,000 บาท และรีบพาออกจากที่เกิดเหตุ ไปส่งทิ้งไว้หน้าห้างสรรพสินค้า โรบินสันศรีสมาน
จากนั้นแฟนหนุ่มของเธอก็มารับและพาเข้าแจ้งความทันทีในวันเดียวกัน คือวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สภ.ปากเกร็ด ในข้อหากระทำอนาจาร พยายามข่มขืน และหน่วงเหนี่ยวกักขัง แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 2 เดือน คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน
นอกจากนี้ ยังระบุว่าระหว่างติดตามคดีมีลักษณะถูกเพิกเฉยและมีคำพูดในทำนองท้าทายว่า "ไม่พอใจก็ไปร้องเรียนได้" ทำให้ต้องยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง และ ร้องวินัยร้ายแรงไปด้วย เส้นทางคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง บอกว่ายังไม่สามารถตัดสินหรือเอาผิดทางวินัยได้ต้องรอให้คดีอาญาสิ้นสุดเสียก่อน
ซึ่งตอนนี้ สภาพจิตใจของตำรวจหญิง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องเข้ารับการรักษา มีอาการหวาดระแวง ไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ ยิ่งช่วงเย็นๆค่ำๆ จะมีอาการหลอนหากใครเข้ามาใกล้จะเกิดอาการหวาดระแวง
ผู้เสียหายยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะนอกจากเธอ รู้สึกโดนหยามศักดิ์ศรีในความเป็นผู้หญิงแล้วยังรู้สึกโดนหยามเกียรติเนื่องจากผู้ก่อเหตุก็เป็นตำรวจเหมือนกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/TjF4KL-OmX8
แท็กที่เกี่ยวข้อง