สังคม

คนขับเก๋ง ยันตอนส่งเจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่ เชื่อต้องการปลีกวิเวก ช่างรับเหมาแจงหนี้ 1.4 ล้าน ไม่ใช่ชนวนเหตุ

12 ชั่วโมงที่แล้ว

37 views

พบแล้วคนขับเก๋ง ส่งเจ้าอาวาสวัดสนามไชย ยืนยันยังมีชีวิตอยู่ ที่ออกจากวัดไปนั้น เจ้าอาวาสต้องการปลีกวิเวก หนีปัญหาทางวัด ระบุ ตอนนี้จุดสุดท้ายพำนักที่จังหวัดตาก อดีตภภรยาตั้งข้อสังเกต เจ้าอาวาสไปตากทำไม ยืนยันไม่มีญาติอยู่ภาคเหนือ ด้านช่างรับเหมาก่อสร้างเปิดใจ ยืนยันหนี้ค้างกว่า 1.4 ล้านบาท ไม่ใช่ชนวนเหตุ เชื่อท่านไม่มีปัญหาการเงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตคนขับรถที่มารับท่านก่อนวันหายตัว

ตำรวจภูธรภาค 1 ติดตามตัวคนขับรถเก๋งสีบรอนซ์เงินที่ไปรับพระครูปลัดสมบัติจากวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินทางไปรับลูกที่จังหวัดราชบุรี ไปส่งยังจังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นครอบครัวติดต่อไม่ได้นานกว่า 1 เดือน

โดยตำรวจนำตัวคนขับรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำ ยืนยันว่า ในคืนวันที่ 16 มีนาคม 2569 ได้รับพระครูปลัดสมบัติออกมาจากวัดสนามไชย มุ่งหน้ามายังจังหวัดราชบุรี ก่อนจะจอดนอนค้างคืนในรถที่ปั๊ม ปตท.วังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

หลังจากนั้นรุ่งเช้าได้เดินทางออกตากวังเย็น ไปรับลูกชาย ที่ศูนย์แห่งหนึ่งในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี จากนั้นเวลา 09.33 น. เดินทางมุ่งหน้าไปจังหวัดขอนแก่นเพื่อส่งลูกชาย

ต่อจากนั้นพระครูปลัดสมบัติ ได้ขอให้คนขับไปส่งที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่คนขับรถขับต่อไปไม่ไหว พระครูปลัดสมบัติ จึงต้องเรียกรถคันอื่นไปส่งแทน

คนขับให้ปากคำกับตำรวจว่า ได้แยกกับพระครูปลัดที่ปั้ม ปตท. จังหวัดสระบุรี วันที่ 17 มีนาคม จากนั้นก็มีรถเก๋ง สีดำมารับต่อ มุ่งหน้าไปจังหวัดตาก วันที่ 18 มีนาคม ทั้งนี้ยืนยันว่า พระครูสมบัติยังมีชีวิตอยู่ การที่ท่านเดินทางออกจากวัด เนื่องจากต้องการหนีปัญหาชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่พบพิรุธจากคนขับรถจึงไม่ได้มีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่ม นอกจากนี้ยังไม่พบว่ามีการทำร้าย หรือชิงทรัพย์ ที่สำคัญพระครูปลัดสมบัติยังมีชีวิตอยู่

เมื่อวานนี้ พันตำรวจเอก อิทธิพัทธ์ ศรีมั่น ผู้กำกับการ สภ.หนองเรือ ได้เชิญตัว นางสุกัญญา อายุ 58 ปี อดีตภรรยาเจ้าอาวาส เข้าให้ข้อมูลและชี้ตัวยืนยันตนที่ขับรถมาส่งลูกชาย หลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบภาพรถต้องสงสัย เก๋งโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ซึ่งอดีตภรรยาได้ยืนยันตรงกันว่า เป็นบุคคลเดียวกับที่ขับรถพาเจ้าอาวาสมาส่งลูกชายจริง

จากการไล่เส้นทางการเดินรถ พบว่า หลังส่งตัวที่อำเภอหนองเรือ ได้ออกจากพื้นที่มุ่งหน้าผ่านจังหวัดชัยภูมิ ก่อนเข้าสู่จังหวัดสระบุรี และได้มีการเปลี่ยนรถในจังหวัดสระบุรี ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดนครสวรรค์ และมีสัญญาณว่าไปถึงจังหวัดตาก

ทั้งนี้ตำรวจได้ตรวจสอบเหตุการณ์ในทุกมิติ รวมถึงคดีอาชญากรรม ไม่พบว่ามีเหตุร้ายหรือคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาส ทำให้สามารถยืนยันได้ว่า ในช่วงที่อยู่ในพื้นที่หนองเรือ เจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่

ด้านนางสุกัญญา อดีตภรรยา เผยว่า ตนสงสัยเหตุใดเจ้าอาวาสจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น โดยเฉพาะจังหวัดตาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้แจ้งว่า จะรีบกลับไปบวชเณร ยืนยันทั้งตนเองและเจ้าอาวาส ไม่มีญาติหรือคนรู้จักในพื้นที่ภาคเหนือ

ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้ข้อมูลจากคนขับรถคันแรกจะระบุว่ายังปลอดภัย แต่การที่มีรถคันที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมฝากถึงเจ้าอาวาส หากยังมีชีวิตอยู่ ขอให้รีบติดต่อกลับทางครอบครัวโดยเร็ว

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์เดินทางไปที่วัดสนามชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เจอกับ "เฮียขาว" ช่างรับเหมาก่อสร้างที่ทำงานกับวัดมานานกว่า 10 ปี ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเงินของวัดและตัวเจ้าอาวาส

โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกัน เจ้าอาวาสเป็นพระนักพัฒนา มุ่งสร้างสาธารณูปโภคภายในวัด ทั้งศาลาการเปรียญ บ่อน้ำมนต์ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้งบบริจาคจะมีไม่มาก กฐินผ้าป่าแต่ละปีก็ได้ประมาณ 2-3 ล้านบาท บางครั้งแทบไม่พอจ่ายค่าก่อสร้างทั้งหมด แต่เจ้าอาวาสก็ใช้วิธีทยอยก่อสร้างตามกำลังทรัพย์

ในส่วนของหนี้ค่าก่อสร้างที่ยังค้างอยู่ประมาณ 1.4 ล้านบาท เฮียขาวยืนยันว่า เป็นลักษณะการทยอยจ่ายและตนไม่ได้ติดใจหรือเร่งรัด เนื่องจากเข้าใจข้อจำกัดของวัด และทำงานในลักษณะช่วยเหลือมากกว่าหวังผลกำไร

นอกจากนี้ ยังย้ำชัดว่าไม่พบพฤติกรรมทุจริตทางการเงิน เจ้าอาวาสนำเงินที่ได้จากการทำบุญ กฐิน และวัตถุมงคล กลับมาพัฒนาวัดทั้งหมด โดยแทบไม่ได้ใช้จ่ายส่วนตัว

สำหรับครั้งสุดท้ายที่พบเจ้าอาวาส คือช่วงงานกฐินเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ก่อนจะมาทราบข่าวการหายตัวจากไวยาวัจกรในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความตกใจและเป็นห่วงอย่างมาก

เฮียขาวยังแสดงความเห็นว่า การหายตัวไม่น่าเกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สิน หรือการหลบหนีปัญหาอะไร แต่มีความกังวลในประเด็นความปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทาง เนื่องจากเจ้าอาวาสมีการเรียกรถมารับ ซึ่งไม่มีใคร รู้จักและไม่ใช่คนขับรถของทางวัดอาจเสี่ยงต่อเหตุไม่คาดคิด เพราะวันที่เจ้าอาวาสเดินทางไป ก็พกเงิน จำนวนหนึ่ง หลักแสนใส่ย่ามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ยังไม่เชื่อว่าการหายตัวจะเป็นการปลีกวิเวก เข้าป่าธุดงค์ เนื่องจากตามปกติหากจะไปปฏิบัติธรรม จะต้องแจ้งลูกศิษย์หรือคนใกล้ชิดให้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ช่างรับเหมารายนี้ฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสหรือพบตัวเจ้าอาวาส ขอให้แจ้งกลับมายังทางวัด ของฝากถึงตำรวจหากเร่งติดตามตั้งแต่แรกๆที่ลูกศิษย์และไปแจ้งความคงได้เบาะแสอะไรมากกว่านี้



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/sEsCO9oTLIE

คุณอาจสนใจ

Related News