สังคม

เปิดไทม์ไลน์เจ้าอาวาสหายปริศนา 1 เดือน เร่งแกะรอยเก๋งต้องสงสัย ลูกศิษย์แจ้ง ตร.สภ.หนองเรือ โยนให้ไปแจ้งที่อยุธยา

21 เม.ย. 2569

37 views

เจ้าอาวาสวัดสนามไชย อยุธยา หายตัวปริศนากว่า 1 เดือน หลังเรียกรถผ่านแอปฯ ไปส่งลูกชาย ทางญาติฝันเป็นลางไม่ดี หวั่นเกิดเรื่องร้าย เพราะก่อนจะหายตัวไปมีเงินสดติดตัว 1 แสนบาท


กรณีญาติและไวยาวัจกร แจ้งความ พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 30 วันก็ยังไร้ร่องรอย โดยเจ้าอาวาสได้แจ้งกับทางไวยาวัจกรวัดว่า จะเดินทางไปรับลูกชาย ที่จังหวัดราชบุรี ไปส่งให้อดีตภรรยาดูแลชั่วคราวที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อได้


เมื่อไล่เรียงไทม์ไลน์ เริ่มจากวันที่ 16 มีนาคม ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง หลวงพ่อได้ให้พระลูกวัดช่วยส่งพิกัดวัดผ่าน Messenger เพื่อเรียกรถเก๋งผ่านแอปพลิเคชั่นมารับที่วัด โดยแจ้งไวยาวัจกรว่าจะเดินทางไปรับลูกชาย ที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งเข้ารับการบำบัดอยู่ที่บ้านพึ่งสุข จังหวัดราชบุรี โดยมีเงินสดติดตัวไปนับแสนบาท เพื่อไปที่จังหวัดขอนแก่น โดยหลวงพ่อบอกว่า จะกลับวัดในวันที่ 17 มีนาคม เพื่อเตรียมงานบวชสามเถรภาคฤดูร้อน


กระทั่ง 1 ทุ่ม วันที่ 17 มีนาคม เจ้าอาวาสยังไม่กลับวัด ไวยาวัจกรจึงได้โทรหาเจ้าอาวาส แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเจ้าอาวาสจะไม่ปล่อยให้โทรศัพท์ขาดการติดต่อ พอเช้าวันที่ 18 มีนาคม เจ้าอาวาสยังไม่กลับวัด จึงได้ติดต่อไปยังอดีตภรรยาที่ขอนแก่น ให้ข้อมูลว่า เจ้าอาวาสได้พาลูกชายไปส่งเรียบร้อยแล้ว และแจ้งว่าจะรีบเดินทางกลับวัดเพื่อเตรียมงานบวชสามเณร


จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าบ้านพึ่งสุข จังหวัดราชบุรี ช่วง 9 โมงของวันที่ 17 มีนาคม พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบทะเบียน ขับเข้ามาจอดบริเวณป้อม รปภ. จากนั้นเจ้าอาวาสลงจากรถเพื่อไปรับลูกชาย และพาขึ้นรถคันเดิมเดินทางต่อไปยัง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น


ต่อมาช่วง 5 โมงเย็นของวันเดียวกัน กล้องวงจรปิดของ สภ.หนองเรือ สามารถบันทึกภาพรถเก๋งคันดังกล่าวขับออกจากพื้นที่ ซึ่งจุดนี้หลวงพ่อได้นัดกับอดีตภรรยาให้มารับลูกชาย


ช่วงเวลา 17.50 น.จะเห็นรถกระบะสีเขียวของอดีตภรรยา ขับเข้ามาที่ สภ.หนองเรือ มีการพูดคุยกันประมาณ 5 นาที ระหว่างนั้นจะเห็นคนขับรถเก๋งยืนรออยู่ที่รถ จากนั้น 17.56 น. รถกระบะของอดีตภรรยา ได้ขับออกไป ตามด้วยรถเก๋งที่หลวงพ่อนั่ง ขับออกไปในเวลา 18.05 น. ซึ่งถือเป็นภาพสุดท้าย ก่อนที่จะไม่สามารถติดต่อกับเจ้าอาวาสได้อีกเลย


หลังจากนั้น ญาติและผู้เกี่ยวข้องพยายามติดตามตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คาดว่า เจ้าอาวาสอาจไป แต่ไม่พบ จึงเริ่มกังวลว่าอาจเกิดอันตราย เนื่องจากเจ้าอาวาสได้เบิกเงินมาเตรียมใช้ในงานบวช 1 แสนบาท และได้พกติดตัวไปด้วย


ญาติจึงได้เข้าแจ้งความในหลายพื้นที่ วันที่ 24 มีนาคม ไปแจ้งความที่ สภ.หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่ปรากฏตัว วันที่ 29 มีนาคม ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา และวันที่ 9 เมษายนที่ สภ.บ้านคา จังหวัดราชบุรี


ด้านนางสุกัญญา อดีตภรรยา ที่อยู่จังหวัดขอนแก่น และนายพงศกร อายุ 28 ปี ลูกชายหลวงพ่อที่พามาส่งก่อนหายตัวไป ได้เล่าว่า ช่วงที่หลวงพ่อมาส่งลูกชาย และตนเองไปรับที่ สภ.หนองเรือ หลวงพ่อหยิบนับเงินในย่ามยื่นให้ลูกชายจำนวนหนึ่ง และจังหวะนั้นหลวงพ่อทำย่ามตก คนขับรถได้ก้มลงเก็บให้ และหลวงพ่อบอกกับตนว่า จะรีบกลับวัดไปบวชเณร ซึ่งเณรรออยู่ที่วัดแล้ว ก่อนจะขึ้นรถไป แต่ลูกชายลืมโทรศัพท์ไว้ในรถทำให้คนขับต้องวนรถกลับมาเอาโทรศัพท์ให้อีกรอบ ก่อนจะแยกย้ายกัน


ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม ตนได้โทรศัพท์และส่งไลน์ไปหาหลวงพ่อก็ไม่อ่าน แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งวันที่ 7 เมษายน ลูกชายอีกคนได้โทรศัพท์มาหาตน บอกว่าหลวงพ่อยังกลับไม่ถึงวัดเลย คนที่วัดพยายามติดต่อตามหาหลวงพ่อ ทั้งจากลูกชายที่อยู่กรุงเทพฯ และน้องชายหลวงพ่อที่อยุธยา ซึ่งครั้งสุดท้ายหลวงพ่อบอกกับน้องชายว่า กำลังตีรถกลับมาแล้ว แต่พอโทรไปอีกทีก็ตัดสาย ก่อนจะปิดเครื่อง และติดต่อไม่ได้อีกเลย


ตอนนี้สงสัยคนขับรถว่ามาจากไหน ถามญาติโยมที่วัดก็ไม่มีใครรู้จัก โดยคนขับเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 ปี มีพุง แต่งกายดีสวมเสื้อเชิตสีขาว ตอนที่คนขับมาส่งลูกชายพร้อมกับหลวงพ่อนั้น คนขับจะมองดูตนตลอดเวลา และเร่งรีบจะเดินทางกลับตลอด


ส่วนทางคดีได้สอบถามตำรวจที่รู้จักว่าควรทำยังไงต่อ ทางตำรวจก็บอกแค่ให้รอก่อน เพราะเป็นพระอาจจะปลีกวิเวกก็เป็นได้ แต่ตนมั่นใจว่าหลวงพ่อมีกิจของสงฆ์ที่วัดอีกเยอะ และเป็นห่วงลูกชายคนนี้มาก ทำให้ตอนนี้สงสัยคนขับรถเพียงคนเดียวเพราะอยู่กับหลวงพ่อเป็นคนสุดท้าย ซึ่งเชื่อว่าหลวงพ่อจะเสียชีวิตแล้ว เพราะหลังจากที่หลวงพ่อกลับไปได้ 3 วัน ตนก็ฝันเห็นหลวงพ่อ และนอกจากตนแล้วยังมีแม่ที่ฝันเห็นหลวงพ่อเช่นเดียวกัน บอกว่าหลวงพ่อมาที่บ้านหลังที่อยู่ทุ่งนา ยืนอยู่หน้าบ้านไม่พูดอะไร อยากให้ตำรวจช่วยตามหาเบาะแสและคลี่คลายคดีโดยเร็ว


ส่วนความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 และชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่หาเบาะแส โดยไล่กล้องวงจรปิดติดตามรถเก๋งต้องสงสัย แต่ภาพที่ตำรวจมีอยู่ในมือ รวมทั้งของญาติและลูกศิษย์ ยังเห็นเลขทะเบียนไม่ชัดเจน ทำให้ตอนนี้ยังไม่ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเป็นของใคร ส่วนกล้องวงจรปิดบางส่วนก็ถูกลบทับไปหมดแล้ว เพราะผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว รวมทั้งการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของเจ้าอาวาส แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อเจ้าอาวาสไม่ได้เล่นโซเชียล


ด้านลูกศิษย์วัดสนามไชย ยืนยันว่า เจ้าอาวาสไม่ใช้โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ใช้เพียงโทรศัพท์สำหรับการโทรเข้า-ออกเท่านั้น แม้แต่การติดตามข่าวสารยังต้องให้ลูกศิษย์ช่วยเปิดให้ดู ขณะเดียวกัน ลูกศิษย์ได้โทรติดต่อไปยังตำรวจ สภ.หนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ได้รับคำชี้แจงในลักษณะให้ดำเนินการกลับไปยังโรงพักอยุธยา เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นทางของการหายตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่วัดสนามไชยเป็นหนี้กว่าหลักล้าน โดยหลวงพ่อได้จ้างช่างให้มาสร้างศาลาการเปรียญวัดให้ก่อน อาจเป็นไปได้หรือไม่ที่หลวงพ่อจะหนีไปเพราะเหตุนี้ ทีมข่าวได้สอบถามกับช่างขาว เจ้าหนี้รายใหญ่ เป็นร้านปูนปั้นอยู่ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน ช่างขาวให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า วัดติดหนี้ตนเองจริง ประมาณล้านกว่าบาท มีสัญญากันเป็นกิจลักษณะ


โดยหลวงพ่อว่าจ้างให้มาสร้างศาลาการเปรียญให้ก่อน มีการใช้หนี้เป็นเดือนๆ ละหลักแสน ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ติดใจ หรือเร่งรัดหนี้กับหลวงพ่อแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาเคยเป็นหนี้เป็นสิบล้านหลวงพ่อก็จ่ายคืนครบทุกบาททุกสตางค์ ที่หลวงพ่อหายตัวไปจึงไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องหนี้ แต่ตนห่วงเรื่องฆาตกรรม ส่วนเรื่องเครียดของหลวงพ่อเท่าที่รู้คือเครียดเรื่องลูกที่ป่วยเป็นจิตเวช



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/fEQ2YqdFei8

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เจ้าอาวาส ,เจ้าอาวาสหายตัว

คุณอาจสนใจ

Related News