สังคม

ผกก.ปากเกร็ด จ่อพิจารณาเพิ่มข้อหา "ช่างเอก" - เพื่อน "ตี๋" ร้องขอความเป็นธรรม ถูก ตร.รุมทำร้ายช่วงชุลมุน

21 เม.ย. 2569

45 views

จากกรณีนายเอก อายุ 58 ปี เจ้าของร้านตัดผมใช้สากทุบศีรษะนายตี๋ อายุ 26 ปี จนเสียชีวิตภายในร้านตัดผม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยขณะเกิดเหตุ มีภรรยาคนที่ 1 และคนที่ 2 อยู่ด้วย ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน


เมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดบางพัง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นคืนที่ 3 ในการจัดงานสวดอภิธรรมศพของนายตี๋ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัย พร้อมทั้งมีช่วงที่ครอบครัวได้เคาะโลงเรียกชื่อด้วยความอาลัย และขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ


ขณะที่ภายในงาน พันตำรวจเอกอดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับ สภ.ปากเกร็ด ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมกับเข้าพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มที่และเป็นธรรมที่สุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานไปแล้วจำนวนมาก และวัตถุพยานทั้งหมดได้ส่งตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เรียบร้อย จากแนวทางการสอบสวนเบื้องต้น มีความเชื่อมโยงถึงสาเหตุของการก่อเหตุ แต่ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน


ทั้งนี้ ขอให้พยานและผู้ที่มีข้อมูล หากมีหลักฐานให้เข้ามาให้ปากคำกับทาง สภ.ปากเกร็ด เพื่อให้ตำรวจรวบรวมและประเมินน้ำหนักพยานหลักฐาน รวมถึงหาสาเหตุจูงใจของการก่อเหตุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


สำหรับรูปคดีในขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากประจักษ์พยาน พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่แจ้งไปในเบื้องต้นมีน้ำหนักค่อนข้างครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงผลตรวจทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันในรายละเอียด พร้อมกับเตรียมพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในเรื่องการไตร่ตรองไว้ก่อน


นอกจากนี้ พันตำรวจเอก อดิเรก ยังได้ชี้แจงถึงเหตุชุลมุนในวันเกิดเหตุว่า ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ได้มีอำนาจตัดสินคดีในที่เกิดเหตุ โดยขณะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ ได้มีการขอความร่วมมือจากกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทำงาน แต่เนื่องจากบรรยากาศมีความตึงเครียดและอารมณ์รุนแรง จึงเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง เป็นเพียงการผลักดันและป้องกันตัว ไม่มีการใช้อาวุธแต่อย่างใด แม้แต่กู้ภัยฯ ที่เข้าช่วยเหลือก็ปฏิบัติงานได้ยากลำบาก


ขณะเดียวกันทางยุติธรรมจังหวัดฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อรับคำขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา และแจ้งสิทธิในการคุ้มครองพยานให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว


ส่วนในวันเกิดเหตุ หลังจากนายตี๋ถูกลวงไปก่อเหตุจนเสียชีวิต สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มเพื่อนและญาติ จนนำไปสู่เหตุชุลมุน มีการปิดล้อมร้านตัดผม เพราะเพื่อนของผู้ตายไม่พอใจอยากดูหน้าผู้ก่อเหตุ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าควบคุมสถานการณ์ และพยายามกันไม่ให้กลุ่มเพื่อนๆเข้าไปภายในร้านตัดผมทำให้เกิดเหตุชุลมุน เพื่อนของตี๋ถูกตำรวจ 3-4 นายล็อคคอกระทืบได้รับบาดเจ็บ


โดยกานต์ เพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ยังคาใจพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเกิดเหตุ โดยระบุว่าตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งที่สถานการณ์ยุติลงแล้ว และผู้ต้องหาได้ถูกควบคุมตัวออกจากพื้นที่ไปแล้ว


กานต์ เล่าอีกว่า น้องชายของตน ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ อายุ 17 ปีตัวเล็กนิดเดียว ถูกเจ้าหน้าที่กระชากตัวลงกับพื้น ก่อนถูกรุมทำร้าย ทั้งเตะและกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทหน้าที่ตำรวจ ที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาชน


นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เพียงให้ตำรวจสอบกันเอง และต้องมีบทลงโทษทางวินัยที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก


ขณะที่อาการของสตางค์ น้องชาย พบว่ามีอาการบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง และศีรษะ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนยังมีอาการปวดหัวเป็นระยะ แม้ยังไม่ทราบความเสียหายภายในร่างกายอย่างละเอียด


ส่วนกรณีที่มีการติดต่อขอไกล่เกลี่ยจากฝั่งตำรวจกาญ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยเป็นการส่วนตัวในโรงพัก หากจะขอโทษ ควรออกมาชี้แจงต่อสาธารณะผ่านสื่อ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ด้านสตางค์ ผู้ที่อ้างว่าถูกทำร้าย เล่าว่า วันเกิดเหตุถูกตำรวจประมาณ 4 นาย รุมทำร้าย โดยมีการเหยียบที่หน้าอก และเตะเข้าที่ท้อง ขณะตนอยู่เพียงลำพัง


หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ตรวจเอกซเรย์พบว่า มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่จนถึงขณะนี้ยังคงมีอาการปวดศีรษะต่อเนื่อง


สตางค์ยืนยันว่า ไม่ต้องการเพียงคำขอโทษ แต่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับโทษตามกระบวนการ พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำเติมความสูญเสียจากการเสียเพื่อนรักไปแล้ว ทั้งนี้ ประเด็นการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างถูกจับตาจากสังคมว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างไรต่อไป




อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/pGHlSLgUTos

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ช่างตัดผม ,หึงโหด

คุณอาจสนใจ

Related News