สังคม

หนังคนละม้วน! ฝั่งพ่อเด็กโต้กระบะเกือบทับเด็ก มีอาวุธครบมือ ซ้ำไม่ขอโทษ

17 เม.ย. 2569

85 views

ฟังอีกมุม กรณีชายวัย 45 ปี ถอยกระบะเกือบชนเด็กที่ยืนเล่นน้ำสงกรานต์ในซอยเรวดี ก่อนถูกพ่อเด็กและเพื่อน ๆ รุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ด้านพ่อเด็กโต้ ฝ่ายคนเจ็บอาวุธครบมือ แถมพูดจาไม่ดี ไม่ขอโทษ

กรณีนายอมร อายุ 45 ปี พร้อมภรรยาไปช่วยลูกสาวขายลูกชิ้นในซอยเรวดี อำเภอเมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน กระทั่ง 3 ทุ่ม ได้ถอยรถออกจากร้านเพื่อกลับบ้าน แต่รถตกหลุมทำให้ต้องเร่งเครื่อง จนรถเกือบชนเด็กที่ยืนเล่นน้ำอยู่

ทำให้พ่อเด็ก และกลุ่มเพื่อนๆ ไม่พอใจ เข้ามารุมทำร้ายนายอมรอย่างบ้าคลั่ง ภรรยานายอมรเข้าไปห้ามพร้อมกอดสามีไว้ ก็โดนทำร้ายร่างกายไปด้วย แม้แต่พลเมืองดีที่พยายามมาช่วยห้าม ก็ยังถูกลูกหลงไปตามๆ กัน กระทั่งมีตำรวจมาระงับเหตุ ความวุ่นวายจึงจบลง

นายอมร บอกว่า ตอนถอยรถ ต้องเร่งเครื่องเพราะรถตกหลุม ทำให้รถพุ่งแต่ก็เหยียบเบรกทัน จากนั้นคู่กรณีมาเคาะกระจกรถ แล้วบอกว่า "มึงรู้ไหมว่ามึงทับเด็ก" ตนจึงขอโทษ แล้วจะลงไปดู แต่กลับถูกทำร้าย ยืนยันว่าไม่เห็นเด็กและไม่รู้ว่ามีเด็กถูกทับจริงหรือไม่ แต่ถ้าทับเด็กจริง ตนคงถูกตำรวจจับตัวดำเนินคดีไปแล้ว

ไม่เข้าใจว่า ทำไมคู่กรณีต้องทำกันขนาดนี้ เพราะไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน ตนบาดเจ็บบริเวณตา ศีรษะ และหน้าอก โดยเฉพาะที่ศีรษะและตา ต้องเย็บรวม 12 เข็ม แถมตอนที่อยู่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า คู่กรณียังกระโดดลงมาจากเตียงมาต่อยตนซ้ำ

น.ส.ณัฐวดี อายุ 25 ปี ลูกสาวผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตอนเกิดเหตุมีเด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบ อยู่ท้ายรถจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ชนเด็ก ขณะที่ตนก็รีบเข้าไปยกมือไหว้ ขอโทษกลุ่มคู่กรณีแล้ว ซึ่งพ่อก็พยายามจะขอโทษเช่นกัน แต่คู่กรณีไม่รับฟัง พากันรุมทำร้ายพ่อตามคลิป

ซึ่งคู่กรณีมีอาการมึนเมา เพราะดื่มสุรากันมาตั้งแต่ช่วงเย็น และยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับฝ่ายคู่กรณีมาก่อน ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ก็ยังกังวล เพราะทราบว่า ฝั่งคู่กรณีมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่ในกลุ่ม และมีความรู้จักกับตำรวจ แถมยังได้แจ้งความกลับพ่อของ ในข้อหาพยายามฆ่า

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้คุยกับ นายเอ นามสมมุติ อายุ 38 ปี พ่อของเด็กที่เกือบถูกรถชน ชี้แจงอีกมุมว่า วันเกิดเหตุตนได้เช่าร้านมอเตอร์ไซค์ เพื่อพาลูก และเด็ก ๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์ โดยจุดที่ตั้งถังน้ำ ห่างจากถนนประมาณ 2 เมตร ช่วงเกิดเหตุ ได้ยินเสียงรถกระบะเบิ้ลเครื่อง แต่ไม่ได้เอะใจ เพราะบริเวณนั้นมีการเบิ้ลรถเป็นประจำ

ต่อมามองเห็นควันดำจึงออกมาดู แล้วเห็นรถกระบะจอดอยู่กลางถนน ก่อนจะเห็นว่ารถเหมือนติดอะไรอยู่ จากนั้น จู่ ๆ รถก็เร่งเครื่องถอยขึ้นมาบริเวณที่เด็กกำลังเล่นน้ำอยู่ โดยมีผู้ปกครองดึงเด็กไว้ได้หนึ่งคน แต่อีกคนถูกกระบะกระแทก เด็กจึงเดินมาบอกแม่ว่า "หนูโดนรถชน หนูเจ็บ" ตนจึงรอดูว่าเด็กโกหกหรือไม่ ก่อนจะเดินเข้าไปเคาะกระจกรถตามที่เห็นในคลิป พร้อมพูดว่า "เฮ้ยมึงขับรถแบบนี้ได้ยังไง จะทับเด็กตายอยู่แล้วไม่เห็นหรอ"

จากนั้นลูกของคนขับกระบะได้เดินมายกมือขอโทษ แต่เมื่อคนขับรถลงจากรถกลับพูดจาไม่ดีถามว่า "มีอะไร" ทำให้กลุ่มคนฝั่งตนไม่พอใจ จนเกิดการล้อมและชกต่อยกันตามคลิป ซึ่งโดยตนระบุว่าฝั่งคู่กรณีวิ่งเข้ามาจากด้านขวาของกล้องจำนวนมาก พร้อมอาวุธทั้งขวด เก้าอี้ ท่อแป๊บ มีด และดาบ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งน้องของตนถูกกระทืบจนชักอยู่ที่พื้นและขาหัก เมื่อตนเข้าไปช่วยก็ถูกฟันที่แขน

ขณะเดียวกันลูกสาวของลุงที่ขับรถกระบะได้ถ่ายคลิปและร้องว่า "อย่าทำพ่อหนู" ส่วนแฟนของลุงได้เข้ามาดึงตนไว้ไม่ให้ลุกขึ้น จึงทำให้ตนถูกกลุ่มคนรุมทำร้าย นายเอยืนยันว่าหากพูดกันตามจริง เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่ปรากฏในคลิป และเชื่อว่าหากอีกฝ่ายลงมาขอโทษตั้งแต่แรก เรื่องอาจไม่บานปลาย โดยตนมองว่าคนขับรถไม่ได้ตั้งใจจะลงมาขอโทษจริง เพราะท่าทางตอนลงจากรถเหมือนยังไม่สำนึก ขณะที่แฟนของลุงยังยกมือไหว้ขอโทษอยู่

นายเอ กล่าวอีกว่า ตนเป็นพ่อคน เมื่อเห็นลูกบอกว่าโดนรถชนก็ย่อมมีอารมณ์โกรธบ้าง แต่ยืนยันว่าเจตนาแรกเพียงต้องการเข้าไปต่อว่า ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปทำร้าย ส่วนตนเองก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเย็บ 5 เข็ม คาดว่าน่าจะโดนขวด โดยยืนยันว่าขวดที่แตกไม่ใช่ของฝั่งตน เพราะฝั่งตนดื่มคนละยี่ห้อ อีกทั้งยอมรับว่ามีการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ได้เมา เนื่องจากต้องพาลูกกลับบ้าน

สำหรับภาพในคลิปที่เห็นฝั่งตนถือขวดนั้น นายเอ ระบุว่าเป็นเพราะฝั่งตรงข้ามถือมีดเข้ามา จึงต้องถือขวดไว้ป้องกันตัว ไม่ได้ใช้ทำร้ายใคร พร้อมยืนยันว่าประเด็นเรื่องปืนที่ถูกกล่าวหานั้นไม่ใช่ของฝั่งตน โดยอ้างว่ามีเสียงผู้หญิงในคลิปพูดว่า "เก็บปืนก่อนๆ" ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นของฝั่งคู่กรณี เพราะหากตนพาลูกมาเล่นน้ำคงไม่พกอาวุธมา

นายเอ ยังกล่าวถึงเหตุที่ตนแจ้งความข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากน้องของตนถูกกระทืบจนขาหัก และตนถูกขวดฟาดศีรษะ ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ถึงขั้นเอาชีวิตกัน ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ารู้จักคนใหญ่คนโตและไปแจ้งความข้างบนนั้น นายเอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยวันนั้นตำรวจเพียงแยกให้ทั้งสองฝ่ายไปแจ้งความคนละจุดเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกัน เพราะอีกฝ่ายกำลังให้ปากคำอยู่ และตนไปแจ้งความหลังจากทำแผลที่โรงพยาบาลเสร็จแล้ว ก่อนตำรวจจะให้ขึ้นไปสอบปากคำด้านบน ซึ่งตนยืนยันว่าทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย

ด้าน นายเจ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นช่วงที่รถถอยชน แต่เห็นช่วงที่เกิดการรุมทำร้ายกันแล้ว จึงรีบเข้าไปห้าม แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นฝั่งรถกระบะยกเก้าอี้มาตี ตนจึงต้องใช้แขนป้องกันจนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำ อีกทั้งตนยังเป็นผู้โทรแจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้กำกับที่ประสานส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว โดยหลังตำรวจมาถึงสามารถควบคุมตัววัยรุ่นได้หนึ่งคน พร้อมมีดยาวประมาณ 55 เซนติเมตร ทั้งนี้ตนระบุว่าในตอนนั้นกลุ่มฝั่งลุงรถกระบะมีวัยรุ่นจำนวนมากและมีอาวุธหลายชนิด ทั้งมีด ไม้ ไม้เบสบอล และเก้าอี้ ส่วนกลุ่มผู้ปกครองที่พาเด็กมาเล่นน้ำตนเห็นว่าไม่มีอาวุธ หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความในข้อหาถูกทำร้ายร่างกาย และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างรอใบรับรองแพทย์มาประกอบสำนวน

ขณะที่ นายชัชพงศ์ หาญหฤหรรษ์ อายุ 30 ปี และนายชูพัฒน์ หาญหฤหรรษ์ อายุ 30 ปี อินฟลูเอนเซอร์สายกิน เจ้าของช่อง Thefadd_official ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.4 ล้านคน ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันเกิดเหตุพวกตนไปเล่นน้ำสงกรานต์จริง โดยตั้งใจพาลูกหลาน ทีมงาน และแม่บ้านไปนั่งเล่นฉีดน้ำประแป้งกันตามปกติ ไม่ได้มีเจตนาไปทำร้ายใคร โดยตนเป็นคนที่ใส่เสื้อเหลืองดำในคลิป ตอนแรกนั่งอยู่ด้านใน ก่อนจะได้ยินเสียงรถเบิ้ลเครื่องและมีคนเดินมาบอกว่าข้างนอกมีเรื่อง ตนจึงออกไปดู แต่ทันทีที่เข้าไปก็ถูกผลักจนล้มโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนผลัก

หลังจากลุกขึ้นมา ตนมองหาญาติและทีมงาน เห็นพี่ชายคนหนึ่งตาได้รับบาดเจ็บจึงรีบพากลับไปที่เต็นท์ แต่เมื่อหันกลับไปเห็นพี่อีกคนล้มอยู่ที่พื้น จึงเข้าไปช่วยพยุงขึ้นมาและพบว่ามือเปื้อนเลือดจากศีรษะของพี่ชายที่ถูกทำร้าย อย่างไรก็ตาม ตนระบุว่ามีบางสื่อนำเสนอว่าอินฟลูสายกินไปทำร้ายคนแก่ ทั้งที่ความจริงตนพยายามเข้าไปห้าม และในคลิปก็เห็นชัดว่าตนพูดให้หยุดเพราะอยู่ซอยเดียวกัน

นายชัชพงศ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงชุลมุนมีทั้งเก้าอี้และขวดถูกขว้างเข้ามาทางฝั่งตน โดยฝั่งของตนไม่มีอาวุธและไม่ได้ขว้างสิ่งของตอบโต้ แต่สื่อบางแห่งกลับพยายามโยงว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ตนเกิดและเติบโตในซอยเรวดี และไม่อยากให้พื้นที่เสียชื่อเสียง ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ตนไม่ได้โพสต์อะไรในโซเชียล เพราะต้องการให้เรื่องเงียบ แต่กลับถูกโจมตีในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะใน TikTok มีคนเข้ามาด่าทอและกล่าวหาว่ารุมกระทืบคนแก่ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ตนยอมรับว่าการมาเล่นน้ำครั้งนั้นตั้งใจมาถ่ายคลิปบรรยากาศสนุกสนานของสงกรานต์ในซอยเรวดี แต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์รุนแรง พร้อมฝากถึงผู้ที่เข้ามาต่อว่าหรือโพสต์ด่าตนโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า หากมีการขอโทษตนยินดีรับ แต่หากยังมีการกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริง ตนจะดำเนินคดีทั้งหมด เนื่องจากข่าวที่ออกไปทำให้ตนได้รับความเสียหายอย่างมาก ส่งผลต่อโอกาสในการรับงาน เพราะเมื่อมีคนจะจ้างงานก็มักพบคอมเมนต์และข่าวที่กล่าวหาว่าตนทำร้ายคนแก่ ซึ่งทำให้เสียชื่อเสียง โดยในวันนี้ตนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในข้อหาถูกทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทสื่อช่องดังที่นำเสนอข่าวบิดเบือนทำให้ตนเสียหายเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พ.ต.อ.ชยชัย นาธนกาญจน์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้รับแจ้งความจากทั้งสองฝ่ายแล้ว และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจและใบรับรองแพทย์จากผู้บาดเจ็บทั้งหมด เพื่อนำมาประกอบสำนวนก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/t1PcMaEKeFs

แท็กที่เกี่ยวข้อง  รุมกระทืบ ,ทำร้าย

คุณอาจสนใจ

Related News