สังคม

เมียหลวงสุดช้ำ สามีนอกใจ ไล่พ้นบ้าน แอบฮุบหุ้นบริษัท ปรนเปรอสาวใหม่

5 ชั่วโมงที่แล้ว

49 views

เมียหลวงสุดช้ำ เผยทั้งน้ำตาชีวิตพลิกผันจากเจ้าของบริษัทเป็นแม่ค้า หลังสามีแอบมีหญิงอื่น ก่อนยักยอกหุ้นบริษัท 49% ของเธอและแอบขนทรัพย์สินออกจากบ้านเกือบหมด ไปปรนเปรอผู้หญิงคนใหม่ แถมบีบด้วยการส่งหนังสือขับไล่เธอกับลูกอีกสองคนออกจากบ้านที่สร้าง ที่หามาด้วยกัน จนต้องร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ

คุณพลอย เปิดใจกับทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า เธอคบหากับคุณโอ มานานกว่า 11 ปี โดยต่างฝ่ายต่างมีลูกติดจากครอบครัวเดิมและมีลูกด้วยกันอีก 1 คน รวมแล้วเธอต้องดูแลลูกทั้งหมด 2 คน คบหากันมาตั้งแต่ปี 2554

ช่วงแรกเธอกับสามีร่วมกันทำร้านขายท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ โดยซื้ออาคารพาณิชย์ย่านดอนเมืองจำนวน 2 คูหาเป็นชื่อสามี เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตและจำหน่ายท่อไอเสีย ซึ่งสามีเธอมีความชำนาญด้านช่างกลึง ส่วนเธอทำหน้าที่หน้าร้านทั้งการขายและการดูแลลูกค้า ธุรกิจไปได้ดีมาก มีลูกค้ารายใหญ่จากต่างชาติ ปี 2558 จึงจัดงานแต่งพร้อมทำบุญร้าน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส

ต่อมาปี 2562 จึงพัฒนาธุรกิจจนจดทะเบียนตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีส่วนของการผลิตจริงจังได้มาตรฐาน มอก.

คุณพลอย บอกว่า เธอเป็นคนดูแลแทบทุกอย่างในธุรกิจ ตั้งแต่แพ็คสินค้า ส่งของ ซื้อเหล็ก ขณะที่สามีดูแลเรื่องการผลิตเป็นหัวหน้าช่างคุมงานลูกน้อง

จุดเปลี่ยนของชีวิตคู่เริ่มขึ้นในช่วงปี 2565 เมื่อพฤติกรรมของสามีเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งไม่รับโทรศัพท์ ไม่ค่อยกลับบ้าน และเริ่มหวงโทรศัพท์มือถือ

กระทั่งวันหนึ่งสามีได้พูดกับเธอตรง ๆ ว่า ต้องการมีบ้านอีกหนึ่งหลังและมีภรรยาอีกหนึ่งคน ทำให้เธอตกใจ เพราะตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น เพราะก่อนหน้านั้นสามีเคยขอไปฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ เธอก็คิดว่าพูดเล่น วันดีคืนดีกลับมาบ้านพร้อมอวัยวะเพศที่ใหญ่ขึ้น เธอก็ตกใจและสามีก็มีความต้องการทางเพศในลักษณะพิสดารมากขึ้น เธอจึงปฏิเสธที่จะมีอะไรด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาทะเลาะกัน และนำไปสู่การแยกห้องนอน

ต่อมาทั้งคู่มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ถูกผลักจนศีรษะกระแทกพื้น ต้องเย็บแผลที่หน้าผากถึง 6 เข็ม สามีพาไป รพ. แต่บอกหมอว่า หกล้ม

อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเธอไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าเป็นเพียงปัญหาครอบครัว และหวังว่าสามีจะกลับมาปรับความเข้าใจกัน

แต่กลายเป็นว่า สามีเริ่มไม่กลับบ้าน อ้างนอนที่โรงงาน และมักจะกลับมาเฉพาะช่วงที่เธอไม่อยู่และทยอยขนทรัพย์สินออกจากบ้าน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านเกือบหมด แม้แต่โน้ตบุ๊กที่ใช้ทำงานก็เอาไปด้วยและฝ่ายชายยังบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ทำให้เธอไม่สามารถติดต่อได้เลย เธอเคยหอบลูกสองคนออกตามหาก็ไม่เจอ สามีจะคุยและตอบแค่กับลูกเท่านั้น แต่ไม่บอกว่าอยู่ที่ไหนและไม่ได้สนใจเธอ ช่วงนั้นเธอเครียดมาก พยายามที่จะตามง้อสามีกลับมา ทั้งๆที่เธอก็ถามตัวเองตลอดว่า ฉันทำอะไรผิด เป็นแบบนี้เกือบ 2 ปี

กระทั่งช่วงกลางปี 2566 คุณพลอยตัดสินใจซื้อซิมใหม่เพื่อโทรศัพท์ไปหาสามี แต่เมื่อโทรไปกลับมีผู้หญิงรับสาย พร้อมพูดว่า "โทรมาหาผัวหนูทำไม"

เมื่อเธอบอกว่าเป็นภรรยาและแม่ของลูก ผู้หญิงคนดังกล่าวตอบกลับว่าได้ตรวจสอบแล้ว ผู้ชายไม่มีภรรยา และยังต่อว่าเธอว่าหน้าด้าน พร้อมบอกให้กลับไปขายของเลี้ยงลูก

หลังจากนั้นฝ่ายชายก็เปิดตัวคบหากับหญิงคนดังกล่าวอย่างเปิดเผย ชื่อตา ทั้งพาไปเจอพ่อแม่ฝ่ายชายและบอกกับใครต่อใครว่าเลิกกับเธอแล้ว เธอก็คิดว่า อาจจะทำเพื่อประชดเธอ เดี๋ยวคงกลับมาเพราะเธอก็คือ แม่ของลูกและยังอยู่ที่บ้านกับลูกๆตามปกติ กระทั่งต่อมาในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งสองโพสต์ภาพทะเบียนสมรสลงในเฟซบุ๊กโชว์สาธารณะ ทำเอาเธอจุก อก แบบไม่มีน้ำตาจะไหล ตลอดเวลาที่อยู่กับเธอ สามีไม่เคยยอมจดทะเบียนสมรส แต่กลับไปจดทะเบียนกับผู้หญิงคนใหม่

อีกเรื่องที่เธอบอกว่า เจ็บใจที่สุด คือการถูกยักยอกหุ้นบริษัทในส่วนของเธอ เชื่อว่ามีการปลอมลายเซ็น ปลอมแปลงเอกสาร เธอยืนยันว่า หุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ของเธอถูกโอนออกไปโดยที่เธอไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่หุ้นอีก 1 เปอร์เซ็นต์ที่น้องชายของเธอถือไว้ ยังถูกโอนไปให้พี่สาวของฝ่ายชาย

ล่าสุดฝ่ายชายยังส่งหนังสือแจ้งให้เธอและลูกย้ายออกจากบ้าน หากไม่ออกจะดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหายเธออีก

คุณพลอย บอกว่า ขณะนี้ได้ยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับหุ้นบริษัทไปแล้ว และต้องการให้มีการฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดที่สร้างมาด้วยกันอย่างเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ปัญหาสำคัญคือไม่มีเงินต่อสู้คดีหลายคดี ทั้งคดีหุ้น คดีแบ่งทรัพย์สินและคดีหมิ่นประมาทที่ฝ่ายหญิงคนใหม่ของสามีฟ้องเธอด้วย

นอกจากรู้สึกว่า ถูกหักหลังแล้ว ยังรู้สึกว่าถูกรุมกลั่นแกล้งเธอให้เธอหมดหนทาง อยากฝากถึงอดีตสามีว่า คนที่ลำบากสร้างตัวมาด้วยกันคือเธอ ไม่ใช่ผู้หญิงคนใหม่ และอยากให้เห็นแก่ลูกบ้าง เพราะลูกทั้งสองคนยังต้องใช้ชีวิตต่อไป ขอให้แบ่งทรัพย์สินบางส่วน เพื่อให้เธอและลูกได้ตั้งหลักชีวิตใหม่อีกครั้ง



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/iscl5gS7sm4

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ