สังคม
นายกฯ ถกด่วน สมช.-ภาคธุรกิจ รับมือเหตุสู้รบตะวันออกกลาง - เตรียมแผนอพยพคนไทยในอิหร่าน-อิสราเอล
3 ชั่วโมงที่แล้ว
31 views
สำหรับไทยเองก็ต้องรับมือกับผลกระทบ นอกจากการดูแลความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง กว่า 1 แสน 1 หมื่นคนแล้ว อีกส่วนสำคัญ คือแรงกระแทกเศรษฐกิจ วันนี้นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สมช. และภาคธุรกิจ เพื่อพิจารณามาตรการเร่งด่วน
ช่วงเช้า 10 โมง ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงยังมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งก่อนการประชุม นายกฯได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง บนตึกไทยคู่ฟ้าด้วย
วาระการประชุมในวันนี้ คาดว่าจะเป็นประเมินสถานการณ์การส่งออกและการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะน้ำมัน เพื่อเตรียมรับมือหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบสำคัญในการขนส่งสินค้า เนื่องจากหากมีการปิดทางเดินเรือจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ไทยจึงจำเป็นต้องระงับการส่งออกน้ำมันไว้ก่อน เพราะขณะนี้ไทยมีน้ำมันสำรองเหลือใช้ภายในประเทศเพียง 60 วัน
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการวางแผนอพยพคนไทยในตะวันออกออกกลางกลับประเทศ รวมถึงการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่มีความขัดแย้ง
ขณะที่ช่วงบ่าย 13.30 น. นายกรัฐมนตรีจะประชุมทุกภาคส่วน รวมไปถึงภาคเอกชน อาทิ ธนาคาร หอการค้าไทย และกลุ่มการค้าการส่งออก การนำเข้า ถึงมาตรการตรึงราคา ไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคที่อยู่ในประเทศไทย
สำหรับการดูแลคนไทย ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวานนี้ คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทย ในตะวันออกกลาง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอพยพคนไทยในตะวันออกกลาง
โดยภายหลังการประชุม นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ แถลง ปัจจุบันมีคนไทยในตะวันออกกลางประมาณ 110,000 คน โดยเฉพาะในอิสราเอล 65,000 คน และในอิหร่านมีประมาณ 250 คน แต่ในภาพรวม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบรุนแรง
โดยเฉพาะที่กรุงเตหะรานของอิหร่าน รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ ยอมรับว่า สถานทูตไทยตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เป้าหมายการโจมตี และสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุงแรงขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ซึ่งเบื้องต้น มีคนไทยแจ้งความประสงค์อพยพแล้ว ประมาณ 29 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและแรงงาน
ส่วนที่กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล พลเมืองไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคการเกษตร ขณะนี้แจ้งความประสงค์ขออพยพแล้วประมาณ 20 คน สำหรับคนไทยในประเทศอื่น ๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของอิหร่าน สถานทูตอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางอพยพ และประสานไปยังสายการบิน
ด้านกระทรวงแรงงาน ประชุมติดตามสถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ยืนยันยังไม่มีแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และไม่ถึงขั้นอพยพไปศูนย์พักพิง
เช้านี้ ที่กระทรวงแรงงาน มีการประชุมติดตามสถานการณ์ และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง มีพันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน
หลังประชุมแล้วเสร็จ พันตำรวจโทวรรณพงษ์ กล่าวว่า ได้ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไว้ 4 รูปแบบ คือ 1. สถานการณ์คงที่ 2.มีเหตุสู้รบขยายวงกว้าง 3.ยืดเยื้อ และ 4.เหตุการณ์ยุติแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในสถานการณ์คงที่ มีการสู้รบ และจำกัดอยู่ในบางพื้นที่ ทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศของกระทรวงได้เตรียมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ในการช่วยเหลือแรงงานไทยประมาณ 8 หมื่นคน ที่อยู่หลายประเทศในตะวันออกกลาง
ปลัดกระทรวงแรงงานยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแรงงานไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ปลอดภัยทุกคน สามารถติดต่อสื่อสารได้ และยังไม่ต้องอพยพไปศูนย์พักพิงต่างๆ ที่เตรียมไว้แล้ว ขอให้ญาติพี่น้องแรงงานไทยคลายความกังวลได้ พร้อมมอบหมายแต่ละจังหวัดตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เพื่อให้ญาติติดต่อสื่อสารแรงงานได้
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/2H7sr-SgfOs
แท็กที่เกี่ยวข้อง อิสราเอล ,อิหร่าน ,ตะวันออกกลาง