สังคม

"สีหศักดิ์" โต้กัมพูชากลางเวที UNHRC บิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายไทย - "พลโทมาลี" แถลงด่วน สวนกลับทันควัน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาผิดวินัย ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ใส่ชุดลาดตระเวนไทย 1 นัด ทำให้ไทยต้องตอบโต้กลับ



กองทัพภาค 2 รายงานเหตุการณ์ปะทะ ที่ฐานปฏิบัติการพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่า เมื่อ 08.50 น. ของเมื่อวานนี้ กองร้อยทหารราบได้จัดกำลังพล 8 นาย ลาดตระเวนตามแนวลวดหนามในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายเรา ถูกฝ่ายกัมพูชา ยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. 1 นัด ตกใกล้ฐานปฏิบัติการ ทำให้ฝ่ายไทยตอบโต้ตามสถานการณ์ ด้วยปืนเล็ก 5 นัด และอาวุธยิงขนาด 40 มม. รวม 2 นัด กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าไทยปฏิบัติภายใต้หลักความจำเป็นได้สัดส่วน และกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด



ขณะที่พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ภายหลังเหตุการณ์ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตอบโต้ยิง M79 ไปยังทิศทางที่ยิงมาตามกฎการปะทะ เพื่อเป็นการเตือนและป้องกันตนเองตามหลักการ



โฆษกกองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเหตุการณ์อาจเกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นกำลังพลใหม่และยังขาดความคุ้นเคยในระเบียบและการควบคุมบังคับบัญชา ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในการปฏิบัติในพื้นที่



ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวถ้อยแถลง ในระหว่างการประชุม ระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) สมัยที่ 61 โดยระบุว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ตนได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ท่ามกลางช่วงเวลาที่สำคัญของการทบทวนการทำงานของคณะมนตรี และยังจำการประชุมที่ กรุงเทพมหานคร ได้ที่ไทยได้มีการหารืออย่างสร้างสรรค์ ในตอนนั้นคณะมนตรี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ แต่ก็สามารถทำงานร่วมกับกลุ่มการเมืองและฝ่ายต่างๆ จากภูมิภาคอื่นๆ ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าคณะมนตรีจะทำงานได้ตามอาณัติที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของทุกคน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ กำลังเผชิญกับความท้าทายในเวทีพหุภาคี ตอนนี้ เราต้องคิดและดำเนินการอย่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรี ไม่ได้ชี้วัดที่จำนวนของร่างมติว่าเราผ่านได้แค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่าการทำงานของเราได้นำไปสู่พัฒนาการที่ดีขึ้นตามความเป็นจริงอย่างไร



อีกทั้งความท้าทายของสิทธิมนุษยชนในวันนี้อาจมาจากหลายรูปแบบ หนึ่งในภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อสิทธิมนุษยชนในเวลานี้คือ การขยายตัวของอาญชากรรมออนไลน์ข้ามชาติ คนหลายล้านคนทั่วโลกตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมนี้ คนที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ถูกกักขังอยู่ในฐานปฏิบัติการ ถูกบังคับอย่างทารุณให้ก่ออาชญากรรม เรากำลังเห็นเครือข่ายอาชญากรรมขยายตัวในระดับอุตสาหกรรม ไปสู่วิกฤตด้านสิทธิมนุษยชน



ปฏิบัติการเหล่านี้เติบโตได้เมื่อประเทศที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการมีความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย ไทยอยู่ในแนวหน้าของผลกระทบและความพยายามของนานาชาติในการแก้ไขปัญหานี้ และไทยจะยังคงผลักดันความร่วมมือเพื่อกำจัดเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดไป



การผลักดันให้คณะมนตรีมีศักยภาพ มากขึ้น ทุกฝ่ายต้องไม่ทำให้เปลืองเวลาของคณะมนตรีไปกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ ที่ควรไปพูดคุยในที่ที่เหมาะสมกว่า เดิมทีตนตั้งใจที่จะพูดถึงความท้าทายของสิทธิมนุษยชนและการทำงานที่สำคัญของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนมากกว่านี้ แต่เป็นอีกครั้งที่จำเป็นต้องตอบโต้คำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แทนที่กัมพูชาจะมุ่งเกินหน้าไปสู่สันติภาพตามที่เคยบอก แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่กัมพูชาเลือกที่จะใส่ร้ายประเทศไทย ด้วยข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และคำพูดที่บิดเบือนอีกครั้ง



หากให้พูดอย่างจริงใจ ไทยต้องถามว่าความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นอย่างไร ในความเป็นจริงคือ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นจากการที่กัมพูชารุกล้ำพื้นที่ของไทยมาตลอดหลายปี และมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง ราวกับเพื่อทดสอบความอดกลั้นของไทย รวมถึงความพยายามในการแทรกแซงการเมืองภายในของไทย นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมความตึงเครียดจึงยกระดับขึ้น นำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย จนทำให้พลเรือนเสียชีวิต เป็นช่วงเวลาที่น่าเศร้าในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน



นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ไทยมีเจตนาที่ดีให้กับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไทยมอบที่พักพิงให้กับผู้อพยพหนีการสู้รบ ไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการฟื้นฟูกัมพูชาในช่วงหลังสงครามกลางเมือง ไทยไม่เคยต้องการความขัดแย้ง เพราะเข้าใจดีว่าสันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ ในวันนี้ ไทยและกัมพูชามีการหยุดยิง นี่ควรเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเดินหน้าต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แทนที่กัมพูชาจะมุ่งให้ความสำคัญไปกับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่กัมพูชายังคงผลักดันปัญหาทวิภาคีในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งทำลายหนทางไปสู่สันติภาพ กัมพูชากล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาหยุดยิงและตกลงร่วมกันให้ทหารประจำอยู่ในตำแหน่งเดิม



โดยสิ่งที่ไทยต้องการในเวลานี้คือการคลี่คลายความตึงเครียด ไม่ใช่การปลุกปั่นความรู้สึกของสาธารณชน การยั่วยุอย่างมีการเตรียมการไว้ และหลังมีการหยุดยิง ทหารไทยยังเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บและยังคงมีการยิงกระสุนปืนข้ามชายแดนมาจนถึงวันนี้



นายสีหศักดิ์ เน้นย้ำว่าไทยเปิดกว้างที่จะมีการพูดคุย และขอย้ำอีกครั้งว่าเรามีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนคนไทยอย่างสุดความสามารถ จึงขอถามกลับไปยังฝ่ายกัมพูชา ว่าต้องการเลือกหนทางไปสู่สันติภาพหรือหนทางไปสู่ความตึงเครียดและความขัดแย้ง ที่จะนำไปสู่ความสูญเสียและความเจ็บปวดมากขึ้น



ที่ผ่านมาไทยชัดเจนมาตั้งแต่แรกว่าเลือกเส้นทางใด จึงขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะเดินหน้าต่อกับไทยในเส้นทางใด สันติภาพไม่ได้หมายได้ถึงไม่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่สันติภาพที่แท้จริงต้องเริ่มจากภายในประเทศก่อน สิทธิมนุษยชนจะผลิบานได้ก็ต่อเมื่อมีการเคารพหลักนิติธรรมและผู้นำมีความรับผิดชอบ ซึ่งแนวทางที่ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตของตัวเองต่อไปในสังคมที่เปิดกว้างอย่างเสรี รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนของทุกคนด้วย



ด้านพลโทมาลี ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของเพจทางการทหารและสื่อไทยหลายแห่ง ที่รายงานว่า กองกำลังกัมพูชายิงเครื่องยิงระเบิดขนาด 40 มม. หนึ่งนัดใส่พื้นที่ใกล้จุดตรวจของไทยเมื่อเวลา 08:50 น. ตรงข้ามกับพื้นที่กูลปรัมเบย เขตจักเจรง จังหวัดพระวิหาร-โดยกัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาดและเรียกร้องให้ฝ่ายไทยยุติการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น



ทั้งนี้ตามรายงานจากกองบัญชาการทหารภาคที่ 4 ของกองทัพกัมพูชา หลังจากได้รับรายงานเกี่ยวกับการระเบิดและการยิงปืนทางฝั่งไทย ทีมประสานงานจากกองบัญชาการทหารภาคที่ 4 ของกัมพูชาและกองบัญชาการทหารภาคที่ 2 ของไทยได้ติดต่อกันโดยทันที เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในระหว่างการติดต่อนี้ เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้แจ้งอย่างชัดเจนแก่ฝ่ายไทยว่า กองกำลังกัมพูชาไม่ได้ยิงอาวุธใดๆ ตามที่ถูกกล่าวหา



กระทรวงกลาโหมของกัมพูชายืนยันอย่างหนักแน่นและชัดเจนว่า จะเคารพและปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมของการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 และข้อตกลงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เคร่งครัด และมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามในการต่อต้านข่าวปลอม เพื่อทำให้สถานการณ์ลดความตึงเครียด และฟื้นฟูสถานการณ์ให้สู่ภาวะปกติ ตลอดจนฟื้นฟูสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงในระยะยาวตามแนวชายแดนอย่างรวดเร็ว



ในขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้ประชาชนและสื่อมวลชนทุกสำนักงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เผยแพร่โดยสื่อไทยดังกล่าว ขอให้ติดตามและเชื่อถือเฉพาะข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ชัดเจน ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยรัฐบาล สำนักข่าวอย่างเป็นทางการของผู้นำ กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/szuDrzYwlCU

คุณอาจสนใจ

Related News