สังคม

อธิบดีกรมอุทยานฯ - ทีมสัตวแพทย์ แจงเคลื่อนย้าย “สีดอหูพับ” ยันทำตามขั้นตอน เสียใจไม่ต่างจากทุกคน

7 ชั่วโมงที่แล้ว

37 views

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีช้างป่า “สีดอหูพับ” ตาย ระหว่างการเคลื่อนย้าย จากจังหวัดขอนแก่น ไปที่จังหวัดเลย ยืนยันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ที่เคยทำมาแล้ว 32 ครั้ง แต่ครั้งนี้เกิดความผิดพลาดจนช้างตาย ยืนยันเจ้าหน้าที่ทุกคนรักช้างไม่แพ้ประชาชน ครั้งนี้จะต้องถอดบทเรียนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น และจะไม่มีการย้ายช้างจากนี้ จนกว่าจะถอดบทเรียนถึงสาเหตุการตายของช้างป่าสีดอหูพับแล้วเสร็จ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) (สบอ.8) / นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และหัวหน้าชุดเคลื่อนย้ายช้างป่าสีดอหูพับ ร่วมกันแถลงข่าว ข้อเท็จการตายของช้างป่าสีดอ

การแถลงเริ่มด้วยนายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์มี่เกิดขึ้น ตั้งแต่ชานบ้านร้องเรียน การฟ้องศาล จนศาลมีคำสั่งให้ย้าย และจนมาถึงในวันปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ รวมถึงอธิบายขั้นตอนการย้ายช้างและการให้ยาซึม และอาการช้างก่อนสิ้นใจ

จากนั้นอธิบดีกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าทีมย้ายช้าง ทำการย้ายสร้างมาแล้ว 32 ครั้ง แต่มาเกิดปัญหาครั้งล่าสุด กับการย้ายช้างสีดอหูพับ ดังนั้นจากนี้จะหยุดการย้ายช้างในพื้นที่ต่างๆ จนกว่าจะมีการถอดบทเรียนสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นกับสีดอหูพับ

ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนรักช้างไม่ต่างจากประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเมื่อรู้ข่าวว่าประชาชนต้องตายเพราะช้าง เจ้าหน้าที่ก็เสียใจเช่นกัน การย้ายช้างครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครอง

ทั้งนี้ไม่อยากให้ทุกคนมองว่า พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เข้าไปรุกป่าทั้งหมด เพราะประชาชนบางพื้นที่ก็เป็นชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ ใช้พื้นที่ทำมาหากิน ไม่อยากให้มองชาวบ้านเป็นนายทุนทั้งหมด

การดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ต้องดูทั้งคนและช้างไปพร้อมๆกัน เพราะในอดีตที่ผ่านมา ก็มีประชาชนและชาวบ้าน ต้องตายจากการถูกช้างทำร้ายไปแล้วมากกว่า 270 ราย เช่นเดียวกับช้างที่ต้องตายเพราะความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องดูแลคนและช้างไปพร้อมๆกัน

ในครั้งนี้ต้องไปสอบสวนความผิดพลาดว่าเกิดจากอะไร แต่อยากขอกำลังใจให้ทีมงานทุกคน เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนรักช้างไม่ต่างจากประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกคนเสียใจ และเสียขวัญกำลังใจเช่นกัน แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา คนกับช้าง เจ้าหน้าที่ต้องรับความกดดันทั้งจากประชาชนที่เดือดร้อน และรับความจากกลุ่มคนรักช้าง

จากนี้ต้องรอผลจากคณะกรรมการฯที่ลงพื้นที่ไปสืบสวนในพื้นที่ และทุกอย่างจะชัดเจนถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขณะเดียวกัน กรมอุทยานฯจะยื่นเรื่องผ่านอัยการไปยังศาลปกครอง เพื่อรายการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะชะลอคำสั่งการเคลื่อนย้ายในพื้นที่อื่นออกไปก่อน จนกว่าจะมีผลการถอดบทเรียนที่ชัดเจน

ยืนยันว่าช้างอายุ 15-20 ปี ไม่ใช่อายุ 10 ปี ตามที่ประชาชนเข้าใจ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/JbZ_idTcLR4

คุณอาจสนใจ

Related News