สังคม
ลุงขี้รำคาญ อ้างนอนไม่หลับ ชักปืนขู่เพื่อนบ้านไอ-ขึ้นบันไดเสียงดัง แต่ตัวเองเลี้ยงนกหงส์หยกร้องเพราะ
3 ชั่วโมงที่แล้ว
40 views
ผู้เช่าบ้านย่านซอยเรวดี จ.นนทบุรี ร้องขอความเป็นธรรม ถูกเพื่อนบ้านอ้างเป็นอดีตตำรวจสายสืบ เรียกไปตำหนิ 4-5 ครั้งเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง ล่าสุดถูกสั่งห้ามไอเสียงดังพร้อมโชว์ปืนขู่ ทำให้ผู้เช่าหวาดกลัวและพยายามแก้ปัญหาเรื่องเสียงให้แต่ก็ไม่จบ จนเกิดการปะทะกัน
คุณปอนด์ ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวประมาณ 3–4 เดือน ก่อนหน้านี้มีคนในซอยเตือนว่า บ้านหลังข้างๆมีปัญหาบ่อยจนผู้เช่าอยู่ไม่ได้หลายรายแล้ว เพราะถูกเตือนเรื่องเสียงดัง แต่ตนก็คิดว่า น่าจะอยู่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคนดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไม่ได้ชอบปาร์ตี้ และมาเช่าเพื่ออยู่กับแฟนและแม่ที่อายุเยอะแล้ว คงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน จึงตัดสินใจเข้ามาเช่าบ้านหลังนี้ และในวันแรกได้เข้าไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ นอบน้อม
จากนั้นเพียงสัปดาห์แรกหลังย้ายเข้า ก็ถูกเพื่อนบ้านดักรอหน้าบ้าน เรียกไปตำหนิว่า เดินขึ้นลงบันไดเสียงดังในช่วงกลางคืน เนื่องจากบ้านเป็นบันไดไม้ ผู้เช่ายอมรับว่าไม่ทราบมาก่อนว่าเสียงจะรบกวน พร้อมขอโทษและพยายามปรับพฤติกรรม เดินแบบย่อง ให้เบาให้มากที่สุด แต่ปัญหาไม่จบลง ต่อมาเพื่อนบ้านเรียกไปเตือนอีกและตั้งเงื่อนไขว่าหลังเวลา 21.00 น. ห้ามมีเสียงใดๆรบกวน
ต่อมาปัญหาลุกลามไปถึงเรื่องเสียงท่อรถของคุณปอนด์เสียงดัง เพื่อนบ้านดักรออยู่หน้าบ้านและเรียกไปพูดคุยอีกครั้ง โดยมีอาวุธปืนอยู่กับตัว และสั่งให้ผู้เช่าเปลี่ยนท่อรถ พร้อมพูดในลักษณะข่มขู่ว่า "เสียงปืนดังมากกว่าเสียงท่อรถนะ อยากลองไหม" คุณปอน์และแฟนสาว ยอมรับว่ารู้สึกหวาดกลัว และเลือกยอมทำตามทุกอย่าง พยายามแก้ปัญหา ทั้งการเข็นรถเข้าออกบ้านทุกวัน ไปสตาร์ทรถปากซอยแทน และนำจุกยางไปอุดท่อไอเสีย ล่าสุดซื้อท่อใหม่มาเตรียมจะเปลี่ยนเพื่อแก้ปัญหา
คุณปอนด์เล่าอีกว่า แต่แล้วเหตุการณ์ล่าสุดก็เกิดขึ้น เพราะคุณปอนด์ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มีอาการไอบ่อย ไปหาหมอก็ต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อรักษาตัวกว่าจะหาย ถึงขั้นไปซื้อยาแก้ไอมากินหมดไปเกือบ 10 ขวด แต่มันก็ยังมีอาการไออยู่ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ แม้จะพยายามใช้ผ้าปิดปากและไออย่างระมัดระวังอย่างเต็มที่ แต่ยังถูกเพื่อนบ้านทุบกำแพงบ้านเตือนหลายคืนติดต่อกัน จนแฟนของคุณปอนด์ทนไม่ไหว และเข้าไปพูดคุย สุดท้ายก็ทะเลาะกัน
คุณปอนด์ ยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลือกจะไม่ตอบโต้ เพราะมองว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เคยอ้างว่ามีลูกเป็นทหารและตัวเองเป็นอดีตตำรวจสายสืบ เกษียณราชการแล้ว และมีอาวุธปืน รวมถึงอ้างว่า มีคนรู้จัก นับหน้าถือตาในพื้นที่จำนวนมาก เดินไปซอยไหนคนก็รู้จักหมด ที่ผ่านมาตนจึงไม่กล้าตอบโต้ เกรงเรื่องความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ขณะนี้กำลังพยายามหาที่อยู่อาศัยใหม่ แต่ติดขัดเรื่องการเงิน จึงยังต้องทนอยู่ในสภาพหวาดระแวง
ด้านเจ๊เพ็ญ เจ้าของบ้านเช่าที่ให้นายปอนด์เช่าอยู่ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ เธอซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2560 ผู้เช่ารายแรกอยู่ได้เพียง 2 เดือนก็ย้ายออกโดยไม่บอกเหตุผล
จากนั้นมีผู้เช่ารายต่อมา รายนี้อยู่ได้นานเพราะสามารถอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านคนดังกล่าวได้ นั่งกินเหล้าสังสรรค์ด้วยกันอย่างเข้าขาจึงอยู่ได้นาน 3-4 ปี แต่หลังจากผู้เช่ารายนี้ย้ายออกไป มีผู้เช่าหลายรายใหม่เข้ามากี่รายก็อยู่ไม่ได้ บางรายมากับเจ๊ด้วยว่า ถูกข่มขู่ถึงขั้นนำปืนออกมาโชว์ ทำให้ต้องย้ายออก
เจ๊เพ็ญ ยอมรับว่า ปัจจุบันเมื่อมีผู้สนใจมาเช่า จะต้องบอกความจริงว่า มีปัญหากับเพื่อนบ้านข้างเคียงในลักษณะนี้ ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่เช่า เธอเองก็เดือดร้อนไปด้วยและไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ไขปัญหาอย่างไร เนื่องจากเพื่อนบ้านไม่เคยเข้ามาพูดคุยกับเธอโดยตรง แต่จะชอบไปหาเรื่องผู้เช่าใช้คำพูดข่มขู่และดูถูก
ทีมข่าวได้เจอกับเพื่อนบ้านคู่กรณี ชื่อป๋าวุฒิ อายุ 64 ปี เพื่อนบ้าน บอกว่า ตนมีปัญหาสุขภาพ ต้องการพักผ่อน และมักเข้านอนไวตั้งแต่สามทุ่ม จึงไม่ต้องการให้มีเสียงอะไรมารบกวนเวลาพักผ่อน ประกอบกับช่วงนี้ตนมีความเครียดความกังวล ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ที่บุตรชายต้องไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ทำให้เกิดความกังวล นอนหลับไม่สนิท เมื่อมีเสียงรบกวนจึงรู้สึกไม่ไหว มันเครียดมาก
ป๋าวุฒิ ยืนยันว่า ปัญหาหลักคือเสียงรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะบ้านเช่าหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ ส่งเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่รู้ว่าจะขับเข้าๆ ออกๆอะไรหลายรอบ ตนเคยเตือนมาแล้วตั้งแต่ปีก่อน ว่าให้ไปเปลี่ยนท่อไอเสีย แต่ผู้เช่าไม่ยอมแก้ไขจนถึงทุกวันนี้ บางช่วงตนเองกำลังพักผ่อนกลางวันก็ต้องสะดุ้งตื่นจากเสียงรถเข้าออกซอยหลายครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเสียงเดินขึ้นลงบันได และเสียงไอในช่วงกลางคืน ซึ่งตนมองว่าเป็นเสียงดังต่อเนื่องทำให้นอนไม่หลับ โดยยืนยันว่าเคยเตือนด้วยถ้อยคำธรรมดา แนะนำให้ไปหาหมอ และ ขอให้ระมัดระวังเสียงไอ เวลาไปขอให้หาอะไรมาอุดปากได้ไหม ซึ่งการอยู่ร่วมกันควรเกรงใจกันทั้งสองฝ่าย แต่บ้านเช่ากลับไม่เกรงใจตนเลย
ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่านำอาวุธปืนออกมาข่มขู่ เพื่อนบ้านยืนยันว่า สิ่งที่ผู้เช่าเห็นเป็นเพียงปืนอัดลม ตนซื้อมายิงตัวเงินตัวทอง และแมว เพราะที่บ้านตนเลี้ยงนกหงส์หยกไว้หลาย 10 ตัว กลัวแมวมันจะเข้ามากินนก พร้อมหยิบปืนกระบอกดังกล่าวมาให้ผู้สื่อข่าวดู เพื่อยืนยันว่าเป็นปืนอัดลม และที่บ้านเคยมีปืนจริงเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้ไม่มีแล้ว ป๋าวุฒิปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ใคร
ป๋าวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า ตนเองไม่ได้เป็นตำรวจ แต่เป็นอาสาช่วยงานตำรวจในลักษณะงานข่าวหรือสายสืบ เคยช่วยตั้งด่านตรวจหรือช่วยดูแลความสงบในชุมชน แต่ตอนนี้เกษียณแล้ว อยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ทำอะไร
ป๋าวุฒิ บอกอีกว่า บ้านเช่าหลายรายที่ย้ายออกไปก่อนหน้านี้ ก็มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน คือเรื่องเสียง โดยเฉพาะเสียงไอและเสียงสัตว์เลี้ยง พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมผู้เช่าจึงไม่เข้าใจคนสูงอายุที่ต้องการพักผ่อน และมองว่าควรให้เจ้าของบ้านคัดกรองผู้เช่าด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/TH-a-hEZipU
แท็กที่เกี่ยวข้อง เพื่อนบ้าน ,ทะเลาะเพื่อนบ้าน