สังคม

นายตำรวจปัดทำร้ายอดีตภรรยา ไม่ได้บังคับให้ทำแท้ง แจงหย่าร้างกันไปนานแล้ว

7 ชั่วโมงที่แล้ว

29 views

พันตำรวจโท ภาค 6 เปิดใจกรณีถูกอดีตภรรยา ร้องเรียนว่าเรื่องทั้งหมดอยู่ในชั้นศาล ยืนยันไม่มีการทำร้ายร่างกาย ไม่ได้บังคับอดีตภรรยาทำแท้ง พร้อมปฏิเสธไม่มีโรคทางเพศสัมพันธ์

หลังจากวานนี้ มูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้พาหญิงรายหนึ่ง มายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงต่อการกระทำของนายตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สังกัดตำรวจภูธรภาค 6 อดีตสามี มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลอกลวงหญิงสาว ทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา ไม่เหมาะสมกับเป็นนายตำรวจควรให้ออกจากราชการ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พันตำรวจโทผู้ถูกกล่าวหา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดย พันตำรวจโทท่านนี้ ได้กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ที่ได้เกิดขึ้นหย่าร้างกันไปนานแล้ว แต่อดีตภรรยา ต้องการโยงทุกเรื่องให้เป็นเรื่องใหญ่ เพื่อทำลายชื่อเสียงตน และบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

จริงๆ แล้วถ้าตนทำผิดอะไร ฝ่ายหญิงก็ได้ร้องเรียนไปที่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่แล้ว และอยู่ในระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่ ส่วนเรื่องหย่านั้น ก็มีข้อตกลงในการหย่าอยู่แล้วว่า จะต้องส่งเงินเป็นจำนวนเท่าไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ เขาขอเอารถยนต์ไปใช้ ซึ่งตนเป็นฝ่ายเช่าซื้อและยังชำระเช่าซื้อไม่หมด พอเขาเอารถไปใช้ประมาณ 5 เดือน จนกระทั่งเดือนที่ผ่านมา ตนก็บอกว่าไม่สามารถผ่อนส่งได้ อยากให้เอารถไปคืนบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งเขาก็ไม่ยอม และตกลงกันไม่ได้ เพราะเขาเรียกร้องเงินอีก 3 แสน ต่อมาไม่เห็นว่าใช้รถคันนี้ ไม่ทราบว่าจอดไว้ที่ไหน ตนจึงได้ไปแจ้งความไว้ เกรงว่ารถคนนี้จะนำไปขายเถื่อน หรือนำไปจำนำ

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มกราที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากสายลับว่า เขาจะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปขาย ตนก็ไปติดตามรถยนต์อยู่ในครอบครองอีกคนหนึ่ง เป็นการฝากขายรถในราคา 3 แสนบาท ซึ่งรถคันนี้ยังเป็นการเช่าซื้อเป็นชื่อตนอยู่ ทำให้ตนเป็นผู้เสียหาย ต่อมาฝ่ายหญิง ก็มาโวยวายว่าตนว่าไปขโมยรถ ซึ่งถือว่าไม่เป็นความจริง ด่าในเฟซบุ๊กหลายครั้ง ทำให้ตนเสื่อมเสีย ซึ่งตนก็บันทึกถ้อยคำไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีบังคับให้ฝ่ายหญิงทำแท้ง จริงหรือไม่ พันตำรวจโท กล่าวว่า กรณีนี้ตนเพียงแค่เสนอความคิดเห็น เป็นเรื่องของการวางแผนครอบครัวไม่ได้บังคับ หรือข่มขู่แต่อย่างใด

ส่วนกรณีการเสียสัญชาติเดนมาร์กของฝ่ายหญิง ตนก็ไม่ทราบว่าเขาได้สัญชาติมาด้วยซ้ำไป ซึ่งที่อยู่ด้วยกันมาเขาก็เข้าออกเดนมาร์ก ทุกๆ 6 เดือนด้วยซ้ำไป อันนี้ถือว่าเป็นการกล่าวอ้างมาลอยๆ รวมถึงที่เขาบอกว่า ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์กับตน เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งเขาได้หย่าล้างจากตนมาเป็นเดือนแล้ว โดยตนก็ไม่ได้มีอาการติดเชื้ออะไรแต่อย่างใด จะมาบอกว่าติดเชื้อจากตนได้อย่างไร

พันตำรวจโท ท่านนี้ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้จะมองว่าทุกครอบครัวก็มีปัญหาอยู่แล้ว ตนอยากให้มาต่อสู้กระบวนการยุติธรรมมากกว่า บ้างครั้งคนไม่รู้เรื่อง คนเสพข่าวไปทุกๆ อย่าง เจตนาคือเกิดให้ความเสียหายจริงๆ บางคนที่ไม่รู้เรื่องด้วย มาเกี่ยวข้องด้วย ก็พยายามดึงมาเกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นที่มีการทำร้ายร่างกาย หรือ การทะเลาะเบาะแว้งนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัว แต่ตนไม่เคยใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/W0dOz9PhDJo

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ