สังคม

แฉสำนักปฏิบัติธรรมเขาใหญ่ ขู่สายบุญ ลดละกรรม ‘ไฮโซดาต้า’ ตกเป็นเหยื่อสูญ 50 ล้าน

8 ม.ค. 2569

157 views

ไฮโซดาต้า เปิดใจหลังตกเป็นเหยื่อการชักชวนทำบุญซื้อที่ดินเขาใหญ่กว่า 50 ล้านบาท เพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม โดยเชื่อใจเพื่อน ‘ไฮโซ ต.’ และ ‘อาจารย์ ต.’ ที่เคยดูดีบนเส้นทางธรรมะ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง จนต้องออกมาเตือนสติสังคมอย่าหลงเชื่อง่าย ๆ

ไฮโซดาต้า ผู้เสียหายจากไฮโซ ต.และอาจารย์ ต.ได้โพสต์ ความในใจยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ

1.นี่ไม่ใช่เรื่องราวของความเสียหายเพียงแค่ตัวเงิน แต่คือความเสียหายทางจิตใจ จิตวิญญาณ ความรัก และความเชื่อใจ ซึ่งไม่อาจตีเป็นมูลค่าได้

2.วันนี้ข้าพเจ้าขอออกมาแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวและความเสียหายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับไฮโซ ต. ซึ่งขณะนี้มีการนำเสนอข่าวในสื่อมวลชนหลายสำนัก รวมทั้งอาจารย์ของเขา ซึ่งมีชื่อเดียวกันว่า อาจารย์ ต. เพื่อเป็นอุทาหรณ์และการเตือนภัยแก่สังคม ทั้งนี้ ข้าพเจ้าไม่มีเจตนากล่าวหา ฟันธงความผิด หรือชี้นำผลคดีของบุคคลใด การพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม

3.เนื่องจากเรื่องอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และเคยมีการสื่อสารผ่านทนายความของฝ่ายอาจารย์ ต. ว่า จะมีการคืนทรัพย์สินและชดใช้ค่าเสียหาย อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับคืนตามที่เคยสื่อสารไว้ ประกอบกับช่วงนี้ข้าพเจ้าทราบว่า มีบุคคลอื่น เช่น คุณนัท คุณขวัญ ซึ่งออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องที่ไฮโซ ต. ไม่ชำระหนี้ที่กู้ยืมไว้ และยังมีคลิปข่าวออกมาอีกว่าไฮโซ ต. เคยมีกรณีพิพาทเรื่องฮุบรีสอร์ตของน้องชาย จึงทำให้ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่าหนึ่งราย จึงได้ตัดสินใจออกมาให้ข้อมูลในส่วนที่เป็นประสบการณ์ตรงของตน

4.ข้าพเจ้าและไฮโซ ต. รู้จักกันผ่านสำนักปฏิบัติธรรมของอาจารย์ ต. และจากความใกล้ชิดในช่วงเวลาที่เคยปฏิบัติธรรมร่วมกัน ทำให้รับรู้ว่าอาจารย์ ต. เป็นบุคคลที่ไฮโซ ต. ให้ความไว้วางใจและขอคำปรึกษาอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจสำคัญต่างๆ

5. โดยในช่วงแรกนั้น อาจารย์ ต. มีภาพลักษณ์ของความสมถะ แต่งกายชุดขาวเรียบง่าย พูดถึงการลดละกิเลสเพื่อมุ่งสู่นิพพาน และอ้างตนว่าเป็นผู้รู้ บรรลุศาสตร์ที่ชื่อว่าการ "สื่อจิต" และ "ลดละกรรม" ซึ่งตนมีความสามารถในการสอนให้ลูกศิษย์แก้ไขกรรมในอดีตได้ โดยแรกๆ จะแนะนำศิษย์ใหม่ให้ใช้การนั่งสมาธิและทำความดีลดละกรรม แต่พออยู่ในสำนักไปนานวันเข้า อาจารย์จะแจ้งลูกศิษย์เก่าว่าใช้เงินทำบุญเข้าแก้กรรมดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด

6.ในช่วงแรก ทุกอย่างดูดีไปหมด ทั้งอาจารย์ ต. และไฮโซ ต. มาที่บ้านข้าพเจ้าบ่อย พูดคุยกับพ่อแม่และครอบครัว จนผู้ใหญ่ในบ้านเกิดความไว้วางใจ และมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนดี ข้าพเจ้ามองพวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวทางจิตวิญญาณ

7.วันหนึ่ง อาจารย์ ต. ชักชวนข้าพเจ้าและครอบครัวให้ร่วมทำโครงการในพื้นที่เขาใหญ่ โดยอธิบายว่าเป็นสถานปฏิบัติธรรมควบคู่กับที่พักแกลมปิ้ง คาเฟ่ และร้านอาหารครบวงจร เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติธรรม อาจารย์ ต. อธิบายว่า ต้องการให้ที่นี่เป็นพื้นที่ของผู้แสวงหาความสงบทางใจ ราคาควรเข้าถึงได้ ไม่เน้นกำไร เพราะจุดประสงค์คือให้คนเข้าถึงธรรมะ

ข้าพเจ้าเชื่อคำอธิบายดังกล่าว และตัดสินใจทุ่มทั้งเงิน แรง และเวลา โดยข้าพเจ้าและครอบครัวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักทั้งหมด ทั้งในส่วนที่ดินและการก่อสร้าง การตัดสินใจครั้งนี้ใช้ความเชื่อใจอย่างสูง พร้อมกับความรู้สึกว่ากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์นี้ร่วมกับกลุ่มคนดีๆที่ข้าพเจ้าไว้ใจอย่างแท้จริง

8.หลังจากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ข้าพเจ้าและครอบครัวได้ดำเนินการโอนที่ดินบางส่วนไปอยู่ในชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ ต. โดยอาจารย์ ต. ให้เหตุผลว่า จะทำให้การดำเนินงานสะดวกขึ้น ซึ่ง ข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใดเนื่องจากความไว้วางใจ

หลังจากนั้น สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อาจารย์ ต. และบุคคลใกล้ชิด รวมถึงไฮโซ ต. เริ่มหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับข้าพเจ้า มีพฤติกรรมหลบหน้าอย่างเห็นได้ชัด และกีดกันข้าพเจ้าจากการมีส่วนร่วมในโครงการ โดยในขณะนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน หรือเป็นลายลักษณ์อักษรใดๆ ว่าเหตุใดจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

9.ในช่วงเวลาเดียวกัน ไฮโซ ต. กลับเข้ามามีบทบาทในการบริหารโครงการอย่างชัดเจน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าไม่เคยได้รับแจ้งว่า เขาเป็นผู้ลงทุนหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ในโครงการเลย

10.ต่อมา ข้าพเจ้าถูกแจ้งจากอาจารย์ ต. ว่า ไม่สามารถให้ข้าพเจ้าดำเนินโครงการต่อได้ โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน มีเพียงการอ้างเหตุผลในเชิงความเชื่อทางจิตวิญญาณว่า เจตภูตหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ไม่ยอมรับข้าพเจ้า เนื่องจากเหตุแห่งกรรมในอดีตชาติ โดยในช่วงเวลานั้น ไฮโซ ต. เป็นผู้แสดงท่าทีต่อข้าพเจ้าในลักษณะขับไล่ เช่น เข้ามาใช้ออฟฟิศแทนข้าพเจ้าโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ให้ลูกน้องมาเรียกขอฐานข้อมูลลูกค้าทั้งหมด และแสดงท่าทีเร่งรัดให้ข้าพเจ้าออกจากพื้นที่ทำงาน เพื่อที่ตนเองจะได้เข้ามาทำต่อแทน

ล่าสุด ทีมข่าวเราได้พูดคุยกับ ไฮโซดาต้า หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า เธอร่วมทำบุญและลงทุนซื้อที่ดินในพื้นที่เขาใหญ่ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยเล่าถึงที่มาที่ไป พร้อมเตือนภัยสังคมว่าการทำบุญหรือร่วมลงทุนกับบุคคลที่อ้างทางธรรม ควรตรวจสอบอย่างรอบด้าน ไม่ควรพึ่งพาศรัทธาจนขาดสติ

เธอเล่าว่ารู้จักกับ ไฮโซ ต. และ อาจารย์ ต. ผ่านสำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งในช่วงแรกแสดงภาพลักษณ์เหมือนคนเดินสายธรรมะ แต่งตัวสมถะ พูดถึงการลดละกิเลสเพื่อนำไปสู่ความสงบทางใจ ทั้งคู่เข้ามาพูดคุยกับเธอและครอบครัวเธอบ่อยครั้ง จนผู้ใหญ่ในบ้านไว้วางใจและเชื่อว่าพวกเขาเป็นคนดี จึงพากันเดินสายปฏิบัติธรรม ทำบุญแก้กรรมในที่ต่างๆ

กระทั่งต่อมา ไฮโซดาต้า เธอถูกทั้งคู่ชวนให้ร่วมทำบุญสร้างสถานปฏิบัติธรรมควบคู่กับแคมป์ปิ้ง คาเฟ่ และร้านอาหารที่รองรับผู้มาปฏิบัติธรรมทั่วไป เพื่อตั้งเป็นสถานที่สงบสำหรับผู้แสวงบุญ ซึ่งตอนแรกเธอก็ท้วงติงเรื่องการสร้างแคมป์ปิ้งและคาเฟ่ เพราะดูมันจะไม่เหมาะกับการเป็นสถานปฏิบัติธรรม แต่อาจารย์ ต.ก็หาเหตุผลมาอ้างว่าเพื่อความสะดวกสบายของผู้มาปฏิบัติธรรมและราคาย่อมเยาว์



ด้วยความเชื่อใจสูงมาก ไฮโซดาต้า จึงร่วมลงทุนทั้งเงิน ทั้งลงแรง และเวลา โดยเธอและครอบครัวรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักทั้งหมด ทั้งการซื้อที่ดินและก่อสร้างโครงการ แต่เมื่อโครงการก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ อาจารย์ ต.ขอให้เธอโอนชื่อที่ดินด้านหน้าสถานปฏิบัติธรรมให้มาเป็นชื่อบริษัทอ้างว่าเพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินการต่างๆ เธอก็เชื่อ โอนที่ดินให้เป็นชื่อของบริษัทอาจารย์ ต.

ทันทีที่โอนเสร็จปฏิกิริยาของอาจารย์ ต. ที่ปฏิบัติต่อเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง รวมถึง ไฮโซ ต. ด้วย เริ่มหลีกเลี่ยง หลบหน้า ไม่ยอมพูดคุยถามคำตอบคำ และพยายามกีดกันเธอออกจากการบริหารโครงการ โดยอ้าง นิมิตว่า เจ้าที่ไม่ชอบตัวคุณดาต้ามากๆ ยิ่งสร้างความสับสน และผิดหวังให้กับเธออย่างมาก เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการเธอเป็นคนลงแรงขุดดินปลูกต้นไม้และช่วยบุกเบิกสร้างสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ทุกอย่างอย่างเต็มที่แต่ทำไมเจ้าที่ไม่มาเตือนอาจารย์ตั้งแต่ตอนนั้น

หลังจากนั้นสถานการณ์ยิ่งแย่ลงเพราะทางไฮโซ ต. มาไล่เธอออกไปจากสำนักงานเพื่อ ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารอีก ไฮโซดาต้ายังพูดถึง ความเสียหายที่ไม่สามารถตีเป็นมูลค่าเงินได้ทั้งหมด เพราะความเชื่อใจที่มอบให้และความเสียใจที่ตามมา ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับ "ความศรัทธาที่ขาดสติและปัญญา" ซึ่งเธอหวังว่าการออกมาเล่าเรื่องนี้จะช่วยเตือนใจสังคมให้ตั้งคำถามก่อนตัดสินใจลงทุนหรือทำบุญใด ๆ



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/QwXRiM7Q-c4

คุณอาจสนใจ