สังคม

ชาวบ้านสุดทนอดีตตร. ยึดที่กลับรถหมู่บ้านเป็นที่จอดรถ ซ้ำขู่ยิง เจ้าตัวพ้อถูกแกล้ง คนอิจฉาเห็นเป็นตร.

3 ก.ค. 2566

330 views

ชาวบ้านทนพฤติกรรม อดีตดาบตำรวจไม่ไหว หลังยึดที่กลับรถหมู่บ้าน สร้างหลังคาจอดรถส่วนตัว พร้อมขู่ยิงชาวบ้าน ล่าสุด อดีตดาบตำรวจระบุว่า ซื้อที่กลับรถมาพร้อมกับพื้นที่บ้าน ยืนยันเพื่อนบ้านกลั่นแกล้ง อิจฉาที่เห็นเป็นข้าราชการตำรวจ

ปัญหาเพื่อนบ้านมีมาอีกแล้ว ล่าสุดมีชาวบ้านในหมู่บ้านนฤมิตร1 ม.5 ต.วังตะเคียน จ.ฉะเชิงเทรา พากันขึ้นป้ายประกาศขายบ้านแล้วกว่า 5 หลัง หลังชาวบ้านกว่า 50 คน ได้รับผลกระทบ จากการข่มขู่ระราน ของอดีตดาบตำรวจที่เกษียณอายุราชการ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่รุกล้ำจุดกลับรถสาธารณะในหมู่บ้าน มาทำเป็นที่จอดรถส่วนตัว

เมื่อเพื่อนบ้านไปทักท้วง ก็จะถูกอดีตตำรวจรายนี้ชักปืนข่มขู่ หนำซ้ำ เมื่อมีรถพยาบาลเข้ามารับผู้ป่วยวิกฤต ก็กลับรถไม่ได้ เคยร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานทั้ง อบต. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และ สภ.เมืองฉะเชิงเทราแล้ว ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้เพื่อนบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 10 หลังคาเรือน แอบถ่ายคลิปภาพนำมาร้องสื่อมวลชน ให้ช่วยหาหนทางแก้ไขให้ชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวไปยังหมู่บ้านนฤมิตร 1 พบว่า มีทางเข้าออกเป็นถนนสวนกันเพียง 2 เลน ช่วงท้ายหมู่บ้าน พบได้ทำที่จอดรถรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเดิมที่เป็นที่กลับรถของหมู่บ้าน แต่มีเพื่อนบ้านรายหนึ่ง ทำหลังคาเหล็กถาวร ทำทางขึ้นลงที่จอดรถอย่างชัดเจน ซึ่งมีป้ายจาก อบต.วังตะเคียนเจ้าของพื้นที่มาติดประกาศไว้ แต่ก็ไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยที่จอดรถดังกล่าว อยู่ติดกับบ้านของ อดีตดาบตำรวจที่เกษียณอายุราชการ

ทั้งนี้ยังพบว่า ประชาชนในละแวกนั้น 5 หลังคาเรือน ได้เริ่มติดป้ายประกาศขายบ้านแล้ว เพราะไม่มีหน่วยงานไหน เข้ามาช่วยเหลือพวกตนเองได้

นางมยุรา หนึ่งในเจ้าของบ้านที่ประกาศขาย เปิดเผยว่า ตนเองอยู่ด้วยความลำบากและความเสี่ยง เด็กไปวิ่งเล่น เวลาที่ดาบตำรวจเมาก็มักจะปืนขู่ยิง ที่หนักสุดอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อบ้านท้ายซอยมีคุณลุงที่ป่วยเป็นมะเร็งปอด เรียกรถพยาบาลเข้ามารับ แต่ก็ไม่สามารถกลับรถตรงจุดนี้ได้ เพราะรถของบ้านดาบตำรวจรายนี้จอดเต็มไปหมด ทำให้ลูกสาวของคุณลุงต้องมาขอร้องให้ขยับรถ เพื่อให้รถพยาบาลสามารถกลับรถได้ เร่งนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาล แต่ได้รับคำตอบจากดาบตำรวจรายนี้ว่าให้รอก่อน

ตนเองและชาวบ้านในบริเวณนี้แทบทุกหลัง มีปัญหากับบ้านของดาบตำรวจรายนี้เป็นประจำ พวกตนเองทำหนังสือร้องไปที่ อบต.วังตะเคียน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือแม้แต่ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทราแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

เมื่อสอบถามไปก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า กำลังดำเนินการให้รอก่อน ซึ่งก็มีข้าราชการที่คาดว่าเป็นพวกนายดาบตำรวจ ตนเองไม่ขอเอ่ยชื่อ บอกว่าให้พวกตนทนเอาหน่อยได้ไหม ตนเองอยากขอร้องให้ผู้มีอำนาจเข้ามาดูหน่อย ตนเองก็ไม่อยากให้รอไปถึงจนเป็นข่าวว่ามีตำรวจกราดยิงชาวบ้าน ตนเองไม่อยากให้รอถึงขนาดนั้น ไปแจ้งความก็แล้ว กลับถูกตำรวจบอกว่า ไม่มีเหตุซึ่งหน้าก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ คือเหตุซึ่งหน้าหมายถึง พวกตนต้องโดนยิงกันก่อนใช่ไหม ถึงจะลงมาดูมาช่วยเหลือ

ด้านเด็กชาย วัย 13 ปี เปิดเผยว่า ตนเองและเพื่อน ๆ ได้วิ่งเล่นตรงจุดที่กลับรถหมู่บ้าน ถูกดาบตำรวจขู่ ยิงทั้งหมด ด้วยความกลัวจึงวิ่งหนีออกมา และเห็นชัด ๆ ว่า เขาหยิบปืนออกมาจากคอนโซลหน้ารถยนต์ในที่จอดรถ ที่เขาทำไว้

ต่อมาทีมข่าวได้สัมภาษณ์นาย อนุชา กล้าชุ่ม หรือคุณฮอบ อายุ 37 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่า ตนอยู่ด้วยความลำบากและความเสี่ยง เด็กไปวิ่งเล่นเวลาที่ดาบตำรวจเมาก็มักจะชักปืนข่มขู่เด็ก อีกทั้งยังลำบากในเรื่องของการกลับรถ คนเจ็บคนป่วยก็ไม่สามารถออกได้ ดึกดื่นต้องให้ผู้หญิงไปเรียก เพื่อเปิดทางให้รถพยาบาลกลับรถ จนตอนนี้ผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย เหลือแต่เด็กๆ ซึ่งลูกของตนเองก็เป็นโรคลมชัก

กรณีที่ลุงเปี๊ยกอ้างว่าเป็นพื้นที่ ที่ลุงซื้อมาตั้งแต่แรกเริ่ม ตนเองอยากให้คุณลุงเอาโฉนดที่ดินมากางให้ชาวบ้านดู ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของลุงจริงหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา ทาง อบต.วังตะเคียนก็ได้นำป้ายมาติดบริเวณพื้นที่กลับรถดังกล่าวด้วยตนเอง โดยประกาศไว้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่กลับรถของหมู่บ้าน เป็นสาธารณะ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าลุงไปซื้อมาได้อย่างไร

ในส่วนของเรื่องที่ลุงปฎิเสธว่าไม่ได้นำปืนออกมาข่มขู่ ตนเองมีหลักฐาน ทั้งคลิปเสียง คลิปวีดีโอ แล้วคุณลุงจะปฏิเสธได้อย่างไร

สิ่งที่ตนเอง และชาวบ้าน ออกมาเรียกร้อง แค่อยากให้คุณลุง เห็นใจชาวบ้าน อยากให้เอาพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนให้ชาวบ้านไว้ใช้กลับรถเวลาฉุกเฉิน

โดยหลังจากนี้ตนเองจะเดินทางไปที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้ปากคำกรณีคุณลุงชักปืนข่มขู่

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ คุณสุทธิกร ปรักกัมนนท์ ก็ได้ลงพื้นที่ ได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ชื่อว่า ลุงเปี๊ยก อายุ 64 ปี อดีตดาบตำรวจ กำลังที่จะออกจากบ้านไปที่ จ.ชลบุรี ทีมข่าวได้พูดคุยกับลุงเปี๊ยก ในกรณีที่เกิดขึ้น โดยลุงเปี๊ยกเปิดเผยว่า จากกรณีที่ชาวบ้านรวมตัวกันร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่กลับรถ ตนเองได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2539 ในปีนั้นตนเองได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวมากับโครงการหมู่บ้าน พร้อมส่วนควบ ซึ่งจ่ายในราคาแพงกว่าบ้านหลังอื่นเขา หากถามถึงถึงโฉนดที่ดิน คุณลุงตอบเพียงว่าตอนซื้อมาเขาให้มาพร้อมส่วนควบ และใช้พื้นที่ตรงนี้มานานแล้ว ไม่อยากคุย ขี้เกียจคุย

ในส่วนเรื่องของปืนที่ชาวบ้านบอกว่านำมาข่มขู่ เด็ก หรือชาวบ้าน ตนเองอยากชี้แจงว่า ตนเองรับราชการตำรวจสอบสวนมาร่วม 30 ปี ตนเองจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร ไม่เคยยุ่งกับบ้านอื่น ต่างคนต่างอยู่ มีแต่ชาวบ้านสร้างเรื่องใส่ตน ตนเองถูกกลั่นแกล้ง เพราะความอิจฉา

สิ่งที่ตนเอง และชาวบ้าน ออกมาเรียกร้อง แค่อยากให้คุณลุง เห็นใจชาวบ้าน อยากให้เอาพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนให้ชาวบ้านไว้ใช้กลับรถเวลาฉุกเฉิน

โดยหลังจากนี้ตนเองจะเดินทางไปที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้ปากคำกรณีคุณลุงชักปืนข่มขู่

ล่าสุด ผู้กำกับใหม่ หลังทราบเรื่องสั่ง สวป.เชิญตัว ดาบตำรวจกร่างมาสอบสวน พร้อมยึดอาวุธปืนประจำกาย จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนทำการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ที่โรงพัก สร้างความปลอดภัยให้กับชาวบ้านในเบื้องต้น โดยช่วงสายวันนี้ได้เชิญ นายก.อบต กลุ่มตัวแทนชาวบ้าน และตัวดาบตำรวจรายนี้ มาเจรจาหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ชาวบ้านดีใจขอบคุณเพจและสื่อมวลชน ที่ทำให้ปัญหานี้ได้มีการตั้งโต๊ะเจรจาหลังอดทนมานานหลายปี

จากการสอบสวนเบื้องต้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ร.ต.อ.ศักดิ์ชัย ยังคงให้การปฏิเสธทุกกรณี ทั้งการชักปืนขู่เด็กและชาวบ้าน และยังคงอ้างถึงพื้นที่กลับรถที่ทำเป็นที่จอดรถอยู่ ณ ขณะนี้ว่ามีการซื้อเพิ่มจากเจ้าของหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่อย่างไรทางตำรวจคงไม่ปักใจเชื่อ

หลังจากนี้จะได้มีการสอบพยานเพิ่ม ทั้งชาวบ้าน เด็กๆ และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต.เจ้าของพื้นที่ ถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินสาธารณะดังกล่าว ว่าเป็นพื้นที่ของใคร 



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/2tlMsyiXiN0

คุณอาจสนใจ

Related News