สังคม

'ชูวิทย์' โต้เดือด 'ทนายตั้ม' รับเงิน 50 ล้านบาท ถามกลับรับงานใครให้มาโจมตี

โดย JitrarutP

24 มี.ค. 2566

71 views

ชูวิทย์โต้เดือดทนายตั้ม ยอมรับว่าได้รับเงิน 6 ล้านจากสารวัตรซัวจริง แต่เอาเงินไปบริจาคให้โรงพยาบาลหมดแล้ว แต่ไม่เงินรับเงินดิจิทัล 50 ล้านบาท และลูกชายก็ไม่เกี่ยว พร้อมถามกลับทนายตั้มรับงานใครมาให้โจมตี

กลายเป็นประเด็นร้อน หลังจากที่ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ออกมาแฉ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เรื่องรับถุงเงิน 6 ล้านบาท จากสารวัตรซัว เจ้าของเว็บพนัน และทนายตั้มยังบอกอีกว่า กลุ่มคนที่ทำเว็บพนัน ได้โอนเงินดิจิทัล อีก 50 ล้านบาทให้กับนายชูวิทย์ โดยมีกล่องดวงใจ ของนายชูวิทย์ มีส่วนเกี่ยวข้อง

ซึ่งเมื่อวานนี้นายชูวิทย์ ได้แถลงตอบโต้ทนายตั้มในหลายประเด็น โดยก่อนจะแถลง นายชูวิทย์ได้กล่าวคำสาบานต่อรูปหล่อพระเจ้าตากสินว่าจะพูดแต่ความจริงหากพูดโกหกขอให้ชีวิตวิบัติ

นายชูวิทย์ ได้ตอบโต้ถึงประเด็นถุงเงิน 6 ล้านบาท โดยยอมรับว่าเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีนายตำรวจเกษียณราชการ 2 นาย คนแรกยศพลตำรวจโท ชื่อ อ. คนที่สองยศพลตำรวจตรี ชื่อ ป. ซึ่งตนรู้จักตั้งแต่ตอนทำอาบอบนวด นำเงินใส่ถุงกระดาษมาให้ 2 ถุง ถุงละ 3 ล้านบาท รวม 6 ล้านบาท ไม่ใช่ 10 ล้านบาท มามอบให้ที่โรงแรม โดยบอกว่าเป็นเงินของสารวัตรซัว เพื่อแลกกับการให้หยุดแฉเรื่องของสารวัตรซัว

ซึ่งตนปฏิเสธแต่อดีตตำรวจทั้ง 2 นายไม่ยอมเอาถุงเงินกลับ ตนจึงต้องจำใจรับไว้ แล้วนำเงินไปบริจาคให้โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกรียติเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จำนวน 3 ล้านบาท และ บริจาคให้โรงพยาบาลศิริราช 3 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งรูปถ่ายถุงเงินทั้ง 2 ถุงที่ทนายตั้มนำมาเปิดเผยไม่รู้ถ่ายมาจากที่ไหน

และยืนยันว่าตนไม่เคยรับโอนเงินดิจิทัล 50 ล้านบาทจากกลุ่มทำเว็บพนัน และเรื่องนี้กล่องดวงใจที่ทนายตั้มพูดถึง ก็หมายถึงนายเติม ลูกชายของตนก็ไม่เกี่ยวข้อง เพราะลูกชายของตนมีอันจะกินอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นที่ทนายตั้มบอกว่าได้รับข้อมูลมาจากหลานของตน หลานตนคนนี้ก็คือนายเปา ซึ่งตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กเหมือนลูก เพราะพ่อนายเปาติดคุก ส่วนแม่แยกทาง ตนส่งนายเปาเรียนที่โรงเรียนชื่อดังจนจบ แล้วให้มาติดตามตน

ต่อมาตนติกคุกจึงให้นายเปาทำหน้าที่ไปเก็บเงินค่าเช่าคอนโดของตน แต่นายเปาก็ฮุบเงินไว้ โดยบอกว่าผู้เช่าไม่ได้จ่ายซึ่งไม่เป็นความจริง ตนจึงต่อว่านายเปา ทำให้นายเปาลาออกไปอยู่กับสารวัตรซัว ซึ่งเรียนจบโรงเรียนเดียวกัน โดยสารวัตรซัว ให้เงินเดือนนายเปา เดือนละประมาณ 3 ถึง 4 แสนบาท และให้ถือหุ้นใหญ่อาบอบนวด ลาลิซ่า ของสารวัตรซัว

ส่วนประเด็นที่ทนายตั้มตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมตนถึงหยุดแฉพฤติกรรมของนายแทนไท ต่อทั้งที่เป็นคนเปิดข้อมูล ตนยอมรับว่าตนมีข้อมูลของนายแทนไทไม่พอ และยอมรับว่านายแทนไท เคยมาพบตนที่โรงแรมเดวิส จริง โดยมากับอดีตตำรวจ ยศพลตำรวจเอก เพื่อมาขอคำปรึกษาในการฟ้องดำเนินคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เรื่องที่นายสนธิ บอกว่านายแทนทำทำธุรกิจไม่ขาวสะอาด ซึ่งตนบอกไปว่า อย่าฟ้องเลยเพราะสู้ไม่ได้ และตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแทนไทต้องมาปรึกษาตนเรื่องนี้

นอกจากนี้นายชูวิทย์ บอกว่าไม่โกรธทนายตั้มที่ออกมาแฉ แต่อยากถามทนายตั้มว่ารับงานมาจากใคร ให้มาโจมตีตน ถึงออกมาพูดเรื่องนี้ในเวลานี้ ยอมรับว่าเรื่องที่ทนายตั้มพูดมีทั้งถูกและผิดแต่หาก มีหลักฐานก็ให้นำออกมาแฉ และในอนาคตหากทนายตั้มสนใจอยากร่วมแฉโครงการทุจริตรถไฟฟ้ากับตนก็ยินดี แต่ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่

ล่าสุดนายชูวิทย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ศิริราช กับ ธรรมศาสตร์ ประสานมาแล้วนะครับ จะคืนเงินบริจาคผมก็จะเอาเงินไปให้ตำรวจ รู้สึกสบายใจขึ้นมั้ยครับ ซึ่งได้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากทั้งให้กำลังใจและให้นายชูวิทย์สู้ รวมทั้งแสดงความเห็นว่า ไม่ควรรับเงินนี้ตั้งแต่แรก



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/PXUtznK1nnk



คุณอาจสนใจ

Related News