สังคม

‘ลุงศักดิ์’ รอดคุกคดีแรมโบ้ ปฏิเสธทุกข้อหาต่อย ‘ศรีสุวรรณ’ โต้ยอดบริจาค 6 ล้าน ท้าสื่อตรวจสอบ

20 ต.ค. 2565

233 views

วินาทีตำรวจบุกรวบ "ลุงศักดิ์" ที่ลานจอดรถ ช่อง3 ตามหมายจับค้างเก่า คดีที่ลุงศักดิ์ตบสั่งสอนแรมโบ้ ตั้งแต่ปี 2564

จังหวะที่ ตำรวจกองปราบปรามบุกจับนาย วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ อายุ 62 ปี ที่บริเวณจุดจอดรถจักรยานยนต์ ภายในอาคารมาลีนนท์ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (19 ต.ค. 65)

หลังจากที่ เมื่อวานนี้ ลุงศักดิ์ ได้ตั้งใจว่าจะมาออกรายการโหนกระแส แต่ นาย ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่ได้มา เนื่องจาก ไม่สบาย เพราะบาดเจ็บแผลที่โดนชก จึงต้องเลื่อนออกไป แต่ลุงศักดิ์ได้มีการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่บริเวณใต้ตึกอาคารมาลีนนท์ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจกองปราบ ได้เชิญตัว ลุงศักดิ์ ขึ้นรถยนต์ไปยังกองปราบปรามทันที

โดยทันทีที่ ตำรวจได้คุมตัว ลุงศักดิ์ มาถึงยังกองปราบปราม ก็ได้คุมตัวพาเข้าไปในอาคารขึ้นไปด้านบนชั้น 2 เพื่อสอบปากคำและทำบันทึกจับกุม ซึ่งมีชายอ้างตัวว่าเป็นที่ปรึกษาของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ซึ่งทีมข่าวสังเกตว่า ลุงศักดิ์ มีสีหน้ายิ้มแย้ม และโบกมือทักทายสื่อมวลชน รวมถึงเพื่อนยูทูปเบอร์ที่มารอให้กำลังใจ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง ลุงศักดิ์ ตอบสั้น ๆ ว่า "ก็โอเค เจ้าหน้าที่เขาทำตามหน้าที่"

แต่บรรยากาศที่หน้าอาคารกองบังคับการปราบปราม ก็มีผู้ติดตามและกลุ่มยูทูปเบอร์ที่ตามไลฟ์ลุงศักดิ์ ได้ตะโกนต่อว่าตำรวจที่ไม่ให้พวกเธอเข้าไปพบหรือพูดคุยกับลุงศักดิ์ พร้อมเล่าว่า ตอนที่ตำรวจเข้าไปจับมีตำรวจเข้ามาประมาณ 6 คน ไม่ได้แสดงหมายจับใด ๆ ให้ดู เพียงแค่รูปภาพจากในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเธอมองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ เพราะเป็นเพียงคดีทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่ฆ่าคนตาย และก็ยังไม่เคยได้รับหมายเรียกมาก่อน

ขณะที่ทางพันตำรวจเอก เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม ได้บอกว่า การเข้าจับกุม ลุงศักดิ์ เป็นไปตามหมายจับค้างเก่า ซึ่งขั้นตอนการเข้าจับกุมไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด

ตำรวจกองปราบปราม ใช้เวลาในการสอบปากคำ ลุงศักดิ์ ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะส่งตัวไปยัง สน.ดุสิต เพื่อดำเนินคดี และเมื่อถึง ที่ สน.ดุสิต ลุงศักดิ์ก็เข้าไปทำเรื่องขอประกันตัว ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจได้อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว ด้วยวงเงินประกัน จำนวน 4 หมื่นบาท และให้มารายงานตัวอีกครั้ง ในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น.

โดย ลุงศักดิ์ ได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ได้ทำร้าย "แรมโบ้ อีสาน" ยืนยันว่าไม่เคยได้รับหมายเรียกในคดีนี้มาก่อน โดยหลังเกิดเหตุ ขณะนั้น ตนได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันและให้เบอร์ติดต่อกับพนักงานสอบสวนไว้แล้ว ว่าหากคู่กรณีต้องการดำเนินคดี ส่วนที่อยู่ตามบัตรประชาชน ตนไม่ได้ให้เอาไว้ เพราะขายบ้านหลังดังกล่าวไปแล้ว แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าทีติดต่อมา จนกระทั่งตำรวจมาคุมตัว

อีกทั้งตนเองเพิ่งจะทราบว่าถูกออกหมายจับ ในคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ที่ สภ.อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ อีกด้วย ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับหมายจับดังกล่าว และทางพนักงานสอบสวนแจ้งว่า ตนจะต้องเดินทางไปพบพนักงานสืบสวนที่จังหวัดกระบี่ภายในสัปดาห์นี้อีก

มองว่าเป็นการถูกกลั่นแกล้ง เพราะหากมีการออกหมายจับจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินทางมาควบคุมตัวตนเองทันทีแล้ว ไม่ใช่บอกให้เข้าไปรายงานตัว และก็เชื่อว่าที่โดนกลั่นแกล้งก็เพราะจากเหตุที่ตนไปทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ

และเมื่อนักข่าวถามถึงยอดเงินบริจาค ที่มีสื่อแห่งหนึ่งนำเสนอว่า ได้รับยอดบริจาคกว่า 6 ล้านบาท ลุงศักดิ์ ตอบประเด็นนี้ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว แบบไม่พอใจ ว่า "สื่อไหนที่เอาไปลง จะเป็นไปได้ยังไง ยืนยันว่ายอดเงินไม่ถึง 6 ล้านบาท พร้อมกับขอท้าสื่อที่นำเสนอเรื่องดังกล่าวให้มาตรวจสอบ

หากมียอดถึง 6 ล้านจริงตามที่นำเสนอ ตนจะยกเงินทั้งหมดให้ แต่ยอดเงินที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้น ยังไม่รู้ เพราะเปิดดูไม่เป็น รอให้เรื่องคลี่คลาย ตนพร้อมเปิดเผย

จากนั้น ผู้ติดตาม ก็ได้ส่งเสียงเชียร์ให้ ลุงศักดิ์ โชว์แม่ไม้มวยไทย เรียกเสียงเชียร์จากกลุ่มแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจที่บริเวณหน้า สน.ดุสิต

จากนั้นลุงศักดิ์ ได้เดินทางไป ต่อที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีที่ทำร้ายร่างกาย นายศรีสุวรรณ ใน 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ และ ข้อหา ทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ซึ่ง ลุงศักดิ์ ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และบอกว่าตนเองก็ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา ที่คาดว่าเป็นร่องรอยเล็บจากการที่ชกต่อยกับนายศรีสุวรรณ และยังยืนยัน ว่าการที่ตนเองชกต่อยนายศรีสุวรรณนั้น เพื่อที่จะสั่งสอนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บาดเจ็บสาหัสอะไร

โดยสำหรับคดีทำร้ายร่างกายนายศรีสุวรรณ ตำรวจ สน.พหลโยธิน นัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้



คุณอาจสนใจ

Related News