สังคม

แม่ติดใจ ลูก 8 เดือนดับปริศนา หลังฝากเลี้ยงได้ 2 วัน พบตัวมีรอยช้ำ พี่เลี้ยงยัน ไม่ได้ทำร้ายเด็ก

6 ต.ค. 2565

147 views

เกิดเหตุสลด เด็กชาย 8 เดือนดับปริศนา หลังพ่อและแม่ นำลูกไปฝากเลี้ยงเป็นวันที่ 2 ผ่านไปเพียงครึ่งวัน มีอาการชัก หมดสติ จนต้องทำซีพีอาร์ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ด้านคนรับจ้างเลี้ยงปฏิเสธไม่ได้ทำร้ายเด็ก

เจ้าหน้าที่กู้ชีพกำลังพยายามทำ ซีพีอาร์ ช่วยเหลือเด็กชายอายุ 8 เดือนซึ่งมีอาการหมดสติ หลังได้รับแจ้งจากแม่เด็กว่า ลูกไม่สบายมีอาการชัก อยู่กับคนรับเลี้ยงเด็กที่ ห้องคนรับเลี้ยง ภายในแฟลตเคหะเมืองใหม่บางพลี อำบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือ เมื่อไปถึงก็พยายามยื้อชีวิต แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ โดยตำรวจได้เข้าตรวจสอบสภาพเด็กชาย พบมีรอยช้ำที่บริเวณท้ายทอย แก้มข้างขวาบวม

แม่ของเด็กชาย เล่าว่า ตนนำลูกไปฝากให้คนรับจ้างเลี้ยงเป็นคนดูแล ซึ่งคนเลี้ยงคิดว่า ดูแลวันละ 100 บาท ซี่งได้ฝากวันอังคารเป็นวันแรก และวันเกิดเหตุคือวันพุธ ที่ 5 ต.ค. เป็นวันที่ 2

วันแรกที่ไปฝากเลี้ยงแล้วรับลูกกลับ สังเกตลูกอาเจียนหลายครั้ง มีอาการร้องไห้งอแง สามี ก็เห็นรอยช้ำบริเวณท้ายทอย เลยสงสัยว่าเป็นรอยอะไร แต่ลูกกลับมาก็หลับเป็นปกติ

พอเช้าวันเกิดเหตุ ตนกับสามี ก็นำลูกชายไปส่งให้ผู้รับจ้างเลี้ยงเป็นวันที่สอง ซึ่งนำไปส่งให้ตอนเวลา 7 โมงเช้า

ต่อมาประมาณบ่ายโมง คนเลี้ยงก็โทรมาหาตน บอกลูกมีอาการชัก ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ รีบโทรหากู้ชีพ 1669 ให้ไปช่วยเหลือลูกตนที่ห้องพักของคนเลี้ยง

ซึ่งตนมาทราบด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้โทรคุยกับคนเลี้ยงให้ช่วยทำซีพีอาร์ด้วย ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ พอเจ้าหน้าที่กู้ชีพไปถึง ก็ช่วยทำซีพีอาร์ ให้ออกซิเจน แต่อาการไม่ตอบสนอง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล และมาพบว่าเสียชีวิต

ตนได้โทรสอบถามคนเลี้ยง ซึ่งทางฝ่ายนั้นยืนยัน ไม่ได้ทำร้ายลูกชาย แต่ตนและสามีติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต เพราะเห็นรอยช้ำที่ท้ายทอย หลังจากที่นำไปฝากเลี้ยง

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปพบกับคนเลี้ยง อายุ 37 ปี เล่าว่า น้องมีอาการงอแงตั้งแต่วันแรกที่พ่อแม่นำมาฝากเลี้ยงไว้ มีลักษณะเป็นเด็กขี้ตกใจ อาจจะชินกับการอยู่คนเดียว เมื่อมาอยู่รวมกับเด็กในห้องซึ่งตน รับจ้างเลี้ยง รวมประมาณ 5-6 คน จึงเกิดการหวาดกลัว

ซึ่งตนได้พูดคุยกับแม่เด็กด้วยว่า ก่อนจะพาลูกมาฝากเลี้ยง ต้องมีการพูดคุยกับลูกด้วยนะ เพื่อให้เขาเข้าใจ และยังได้รายงานให้แม่เด็กรับรู้ตลอดเวลา ว่าเด็กมีอาการอย่างไร

คนเลี้ยงยังบอกด้วยว่า ก่อนน้องเสียชีวิต ร้องไห้ส่งเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นชักเกร็ง ตาค้าง แน่นิ่งไป ตนจึงโทรบอกแม่เด็ก ยืนยันตนไม่ได้ทำร้ายเด็ก และไม่ได้สังเกตด้วยว่า น้องมีรอยช้ำตามร่างกายมาก่อนเหรือไม่ แต่ตนยืนยันว่าคอยดูน้องตลอด เพราะน้องทำได้เพียงนั่งคว่ำและพลิกตัว

ต่อมา ทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ นางสาวณัฐภัสสร ใจยืน เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู ที่เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 8เดือน เล่าว่า หลังได้รับแจ้งเมื่อมาถึง ก็รีบทำ CPR ก่อนประสานรถกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาล

ซึ่งจากการสังเกตก่อนที่จะทำ CPR เห็นสภาพเด็กมีลักษณะตัวเขียวมือเท้าเขียว มีเลือดออกที่จมูกเล็กน้อย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามจะยื้อชีวิตทุกอย่างตามขั้นตอน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลปรากฎว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว พร้อมกับระบุว่าบริเวณท้ายทอยมีรอยฟกช้ำ 3 จุด คาดว่าน่าจะเป็นแผลที่เกิดก่อนเสียชีวิต

แต่ระหว่างช่วยเหลือ แม่น้องเล่าว่า รู้จักคนรับเลี้ยงผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก และตกลงนำน้องมาฝากเลี้ยงเมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 4 ตุลาคม ตอนเย็นมารับ เวลา 17.00 น. พอกลับบ้านสังเกตว่า ลูกซึม อาเจียน 3 ครั้ง และยังร้องไห้งอแง ซึ่งตามปกติ น้องจะเป็นคนร่าเริง

ด้านพ่อของเด็กชาย ซึ่งมีรอยบวมช้ำที่ดวงตา เหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนัก กล่าวกับผู้สื่อข่าว ยืนยัน ตอนที่ลูกอยู่กับตนไม่มีรอยช้ำ หรือบาดแผล ใด ๆ ปกติน้องร่าเริง สุขภาพแข็งแรงดี ไม่เคยมีโรคประจำตัว

ก่อนทำลูกไปฝาก ก็ไม่มีรอยใด ๆ เพราะกลัวว่าเหมือนในข่าวที่เคยมีก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนเย็นตนรับลูกมา ก็เห็นร่องรอยหลายแห่งตามร่างกาย

ขณะที่แม่เด็กชาย 8 เดือน กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุ ตนพยายามถามคนเลี้ยงตลอด ว่าทำอะไรลูกหรือไม่ แต่คนเลี้ยงบอกว่า มีรอยช้ำมาแล้ว ซึ่งตนไม่เชื่อ เพราะสามีตนเป็นคนดูแลลูกอย่างดี พร้อมกล่าวทั้งน้ำตา รู้สึกเสียใจที่มีบางคนมาเพ่งเล็งว่า เป็นคนในครอบครัวทำร้ายน้องจนเสียชีวิต ยืนยัน ตนเป็นแม่ที่ทำงานหนักเพื่อหาเงินมาให้ลูกกินอิ่มนอนหลับ เหนื่อยแค่ไหนก็จะทน

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ลงพื้นที่การเคหะเมืองใหม่บางพลีอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับคนเลี้ยง โดยวันนี้คนเลี้ยงปิดห้องมิดชิด เมื่อทีมข่าวเดินเข้าไปสอบถาม ก็ทำแค่เพียง เปิดกระจกบานเกร็ดพูดคุย

โดยทีมข่าวพยายามขอสัมภาษณ์อยากให้ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น และยืนยันใช่หรือไม่ว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายน้อง พี่เลี้ยงตอบว่า "ค่ะ รับมาเลี้ยงเพียงวันครึ่งเท่านั้น" จากนั้นรีบตัดบทและบอกว่าให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอให้ข่าวแต่เพียงเท่านี้ขอให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว

ต่อมาทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับเพื่อนข้างห้อง เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่าเมื่อประมาณเที่ยงครึ่ง ลูกสาวของตนได้ยินเสียงเด็กร้องไห้มาจากชั้น 3 โดยลักษณะร้องผิดปกติ

ลูกสาวจึงมาบอกกับตนว่า ให้รีบช่วยแจ้งนิติบุคคลทำไมเด็กถึงร้องไห้นานขนาดนี้ สักพักลูกสาวได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ตามมา

ต่อมาเวลาบ่ายโมงใน ขณะที่ลูกชายคนโตกำลังออกไปทำงานก็ได้ยินเสียงร้องไห้เช่นกัน ลูกชายจึงเดินไปดูบริเวณหน้าห้อง แต่ห้องปิดอยู่ ด้วยความที่ลูกชายเป็นทหาร จึงเดินวนสังเกตุการณ์ หากมีใครทำร้ายเด็กจะได้แจ้งความหรือให้ความช่วยเหลือได้ทัน

แต่สักพักลูกชายบอกว่าเสียงที่ร้องเป็นเสียงผู้หญิง ตอนนั้นลูกชายนึกว่าเป็นแม่ของเด็ก โดยพี่เลี้ยงพูดว่า ช่วยด้วย เด็กไม่หายใจแล้ว ลูกชายจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ ตอนเข้าไปลูกชายบอกว่า เด็กตัวเขียวแล้ว ลูกชายจึงรีบแจ้งกู้ชีพให้เข้ามาช่วยเหลือ ระหว่างนั้นลูกชายก็ได้ช่วยทำ CPR ให้จนหน่วยกู้ชีพมา

แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องไว้ได้ โดยลูกชายยังบอกอีกว่า ตอนที่เข้าไปในห้องมีเด็กชายหนึ่งคนวิ่งเล่นไปมาอยู่ และเด็กเล็กอีก 3 คน ที่อยู่ในห้องนั้น

ตนเคยรู้มาบ้างแล้วว่าห้องดังกล่าวรับเลี้ยงเด็ก แต่ไม่คิดว่าจะมีเด็กหลายคนขนาดนี้ และรับว่า รู้สึกใจหายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับพ่อแม่ของน้องด้วย

ขณะที่ ร้อยตำรวจเอกทศพล กระพี้แดง รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางเสาธง ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ระบุว่า ได้เชิญ พ่อและแม่เด็ก รวมถึงคนรับจ้างเลี้ยงมาสอบปากคำแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่าง รอเพื่อนข้างห้องที่เป็นทหารเรือ ซึ่งเป็นคนเข้าไปช่วยเหลือทำซีพีอาร์เด็ก คนแรก มาให้ปากคำ และตอนนี้ตำรวจรอผลการชันสูตรศพเด็ก ก่อนจะดำเนินการขั้นต่อไป



คุณอาจสนใจ

Related News