สังคม

ลูกสาวยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หลังพ่อถูก 3 วัยรุ่นใช้มีดสปาต้ารุมฟันหัวสาหัส ขณะคู่กรณีโต้ป้องกันตัว เพราะถูกทำร้ายก่อน

2 ม.ค. 2563

1K views

ขอนแก่น -  กรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Aoitip Kamonmun” โพสภาพนิ่งของชายที่มีบาดแผลบริเวณศีรษะ และสภาพโชคเลือด พร้อมข้อความว่า “แชร์ให้โลกรู้ว่าคนชั่วต้องได้รับผิด ฝากแชร์หน่อยนะค่ะ. พ่อหนูอาการสาหัสได้เย็บหลายร้อยเข็ม” และ “พ่อค่ะอย่าเป็นอะไรมากเลยนะค่ะ. รอหนูก่อนนะ. กฎหมายจะเอาผิดคนชั่วให้ได้นู๋เชื่อว่าต้องเอาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้สู้นะพ่อ” 
ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังเจ้าของเฟสบุ๊กรายดังกล่าว ซึ่งทราบว่า ทำงานอยู่ในกรุงเพทมหานคร ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ต่อเนื่องวันที่ 1 มกราคม 2563 บิดาชื่อ นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ถูกวัยรุ่นในหมู่บ้าน ใช้มีดฟันศีรษะและทำร้ายร่างกาย ในหมู่บ้าน บ้านโคกกว้าง ม.10 .โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก
นายชัชวาล กมลกุล หรือนายกิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายของนายอุทิศ คนเจ็บ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว มูลเหตุทั้งหมดเกิดจาก เมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา มีงานบวชในหมู่บ้าน เจ้าภาพจ้างหมอลำมาฉลองและจัดการแสดงภายในวัดประจำหมู่บ้าน การแสดงหมอลำจบลงเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 30 ธันวาคมก็เดินเท้ากลับบ้าน จู่ๆ ก็มีเพื่อนบ้านชื่อนายบุ๋มเดินเข้ามาถามพร้อมกับชกต่อยหลายครั้งว่า ทำร้ายหลานกูทำไม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่รู้รายละเอียด จึงตอบกลับไปว่าไม่รู้เรื่องและชกต่อยคืน จนถูกนายบุ๋ม นายโจ และนายหมู อายุ 20-25 ปีมารุมทำร้าย จนต้องวิ่งหนีกลับบ้าน ทั้ง 3 คนยังวิ่งไล่ตาม และบุกรุกเข้าไปทำร้ายถึงในบ้าน จนเพื่อนบ้านและผู้ใหญ่บ้านมาห้ามและเคลียร์กัน และเรื่องก็จบกันไปเรียบร้อย
นายกิ๊ฟ กล่าวอีกว่า วันที่ 31 ธันวาคม ที่บ้านจัดกินเลี้ยงฉลองปีใหม่ก็มีเด็กอายุประมาณ 10 ขวบขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่บ้านแล้วบอกว่า กลุ่ม นายบุ๋ม นายโจ และนายหมู เรียกไปเคลียร์กันที่หน้าร้านเกมส์ ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน แต่ญาติพี่น้องและพ่อห้ามไม่ให้ไป กระทั่งหลังการเคาท์ดาวน์ก็มีคนมาเรียกไปคุยเรื่องเดิมอีก ครั้งนี้พ่อหงุดหงิด เพราะเรื่องที่ทั้ง 3 คนจะเคลียร์คือมันจบไปเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่ยุ่งกัน พ่อจึงเดินถือท่อนไม้ไปหาทั้ง 3 คนที่หน้าร้านเกมส์
ตนเป็นห่วงพ่อ จึงเดินตามไป ก็เห็นทั้ง 3 คนรุมทำร้ายพ่อ นายโจเป็นคนใช้มีดสปาต้าฟันศีรษะพ่อ ส่วนนายบุ๋มและนายโจ พากันรุมเตะ เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งมาเรียกญาติพี่น้องที่บ้าน พอไปถึงพ่อก็นอนจมกองเลือดแล้ว 
ล่าสุดวันที่ 2 ม.ค. 63 เมื่อเวลา 10.30 น. นายชัชวาล กมลกุล หรือนายกิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี คนเจ็บ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ถึงมูลเหตุและสาเหตุที่พ่อถูกทำร้ายต่อ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านฝาง ได้ลงพื้นที่หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในหมู่บ้านอีกด้วย
พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง กล่าวว่า ขณะนี้คู่มีการแจ้งความทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายแรกคือฝ่ายของนายบุ๋มหรือนายปิยะ ชินพลชาย อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ใช้ด้ามเสียมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายคือฝ่ายของญาตินายอุทิศ ก็มาแจ้งความเช่นกันว่า ถูกฝ่ายนายบุ๋มและพวกทำร้ายร่างกาย ใช้มีดฟันที่ศีรษะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมาแจ้งความในวันและเวลาเดียวกัน ภายหลังรับแจ้งความจึงลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ
การลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบมีดขอ 1 เล่ม ด้ามเสียมยาวประมาณ 1 เมตร 1 อันซึ่งแตกหักเป็นสองท่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนฝ่ายที่ถูกฟันทราบว่า นายกิ๊ฟลูกชายของนายอุทิศเป็นคู่อริกับฝ่ายนายบุ๋ม มีเรื่องบาดหมางกัน ทะเลาะชกต่อยกัน แต่เรื่องลุกลาม เป็นเหตุให้นาอุทิศ พ่อของนายกิ๊ฟออกจากบ้านมาเคลียร์กับกลุ่มนายบุ๋ม พร้อมๆ กับใช้ด้ามเสียมทำร้ายนายบุ๋ม จนฝ่ายนายบุ๋มเพื่อน รุมทำร้ายด้วยมีด จนนายอุทิศบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ. พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบสวนฝ่ายคนเจ็บและพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆ จนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว รวมถึงหลังเกิดเหตุได้นำตัวฝ่ายคนที่ลงมือทำร้ายมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายที่ลงมือก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายนายอุทิศจริง เพราะถูกนายอุทิศลงมือทำร้ายร่างกายก่อน จึงป้องกันตัวเองด้วยการใช้อาวุธมีดตอบโต้ไป
ภายหลังการสอบสวนทั้งสองฝ่าย จนครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกฝ่ายคนลงมือทำร้ายนายอุทิศ ขณะนี้ทราบชื่อ ที่อยู่ ที่ชัดเจน จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นพี่ชายกับน้องชาย ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า ซึ่งเมื่อทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ใครผิดใครถูกไปว่ากันที่ศาลเท่านั้น ขอยืนยันว่า ตำรวจทำงานตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด็ดขาด อย่างไรก็ตามขณะที่อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บยังสาหัส 

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ