สังคม
วิบากกรรม “บุ๋ม ปนัดดา” จากนี้จะเจออะไร? “ทนายเดชา” บอกใบ้ อีก 2 อาทิตย์ ถึงคิวอินฟลูฯ ชาย
6 ชั่วโมงที่แล้ว
98 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) ยังคงพูดคุยถึงประเด็น “บุ๋ม ปนัดดา” และเรื่องการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี หลังจากก่อนหน้านี้บุ๋มออกมาชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์กับสามี พร้อมยืนยันว่าไม่รู้เห็นเกี่ยวกับกรณีที่ดิน จ.นครนายก ต่อมาเพจออยศรีและผองเผือกได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินของมูลนิธิที่เชื่อมโยงกับการก่อสร้างใน จ.ปทุมธานี ขณะที่ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมา ยืนยันว่าไม่ได้รับงานก่อสร้างให้มูลนิธิ แต่เป็นหุ้นส่วนลงทุนทำพูลวิลลาร่วมกับ “ก๊อต อธิป” ที่ จ.ภูเก็ต
ด้าน “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องว่า ช่างเอ๋เป็นลูกความ โดยเขามีปัญหากับก๊อตเกี่ยวกับบริษัทอาร์เธอร์และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้าน ต่อมาบุ๋มมีการโอนเงินจำนวนมากให้ช่างเอ๋ ซึ่งทนายเดชาระบุว่าอาจมีจำนวนมากกว่าที่ปรากฏในข่าว และให้ช่างเอ๋โอนเงินต่อไปให้ก๊อต โดยช่างเอ๋ไม่ได้รับผลประโยชน์จากธุรกรรมดังกล่าว จึงเข้าแจ้งความ เมื่อทนายเดชาได้ตรวจสอบรายการเดินบัญชี ก็เห็นว่ามีข้อสงสัยหลายประการ จึงแนะนำให้ช่างเอ๋เข้าแจ้งความพร้อมให้รายละเอียดทุกเรื่อง
ทนายเดชายังแสดงความเห็นว่า ไม่เชื่อว่าบุ๋มจะไม่ทราบเรื่อง โดยมองว่าการยืนยันว่าไม่รู้เห็นอาจเป็นแนวทางการต่อสู้คดีของผู้ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับที่ดินของบุ๋ม มีการปลูกสร้างบ้าน และมีการสแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินด้วย
ส่วนประเด็นข้อกฎหมาย ทนายเดชาอธิบายว่า ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปีต่อกรรม ขณะที่ความผิดฐานฟอกเงินมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีต่อกรรม โดยการโอนเงินแต่ละครั้งอาจถูกพิจารณาเป็นคนละกรรม ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมอธิบายว่า คดีฟอกเงินต้องมีความผิดมูลฐานเกิดขึ้นก่อน จากนั้นจึงต้องพิสูจน์ว่ามีการนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปโอน ยักย้าย หรือเปลี่ยนสภาพเพื่อปกปิดที่มา จึงจะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน
ด้านวิทยาพร จันทวาส โฆษกประจำสำนักงาน ปปง.ระบุว่า เมื่อมีการรายงานธุรกรรมเข้ามา จะต้องตรวจสอบว่ามีความผิดมูลฐานหรือไม่ โดย ปปง. สามารถดำเนินการได้ทั้งการวิเคราะห์เส้นทางการเงินและส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการดำเนินคดี รวมถึงการตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือเกี่ยวเนื่องกับพฤติการณ์ดังกล่าว ก็อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณายึดหรืออายัดตามกฎหมาย
กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบุ๋มมีบัญชีที่เกี่ยวข้อง 2-3 บัญชี โดยระบุว่า การตรวจสอบต้องพิจารณาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความผิดและเส้นทางการเงินทั้งหมด หากพบว่าเงินจากการกระทำความผิดถูกโอนผ่านบุคคลหลายทอด ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินดังกล่าวก็อาจถูกตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเงินโดยตรงหรืออยู่ในลำดับถัดไป อย่างไรก็ตาม การจะเข้าข่ายความผิดหรือมีทรัพย์สินถูกยึดหรืออายัดหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาพยานหลักฐานและเงื่อนไขตามกฎหมายเป็นรายกรณี
นอกจากนี้ ทนายเดชายังกล่าวเป็นนัยว่า ในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ อาจมีอินฟลูเอนเซอร์ชายโดนด้วย พร้อมระบุถึงการตรวจสอบฐานความผิดที่อาจครอบคลุมบัญชีของบุ๋ม 2 บัญชี โดยต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์หลอกลวงเริ่มต้นเมื่อใด และครอบคลุมบัญชีใดบ้าง หากมีหลักฐานเชื่อมโยงก็สามารถดำเนินคดีได้ตามขั้นตอน
ช่วงท้าย ทนายเดชาแสดงความเห็นว่า การที่บุ๋มเข้าไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลต่อรูปคดีโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่าเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาออกหมายจับและคัดค้านการประกันตัว ส่วนการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล โดยทนายเดชาเชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัวอย่างแน่นอน
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,บุ๋มปนัดดา ,ทนายเดชา