สังคม
เจอที่ไหนตบที่นั่น! สุดทนเมียเก่าตามราวีไม่เลิก แจ้งความหลายรอบ ตร.บอกสมัครใจวิวาท
21 ต.ค. 2569
286 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (21 ตุลาคม 2569) พูดคุยกรณีคุณหมิว ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกอดีตแฟนของสามีที่เลิกรากันไปกว่า 6 ปี ทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูก โดยหมิว เล่าว่า ตนเองคบสามีคนแรกชื่อโอ๊ต เมื่อ 15 ปีก่อน คบได้ประมาณ 2 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน จากนั้นตนย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายชายและดูแลลูกร่วมกัน ซึ่งในบ้านก็จะมีพี่สาวของแฟนชื่อน้ำ อาศัยอยู่ด้วย ซึ่งน้ำเป็นคนที่ออกมาโพสต์เรื่องดังกล่าว
ช่วงนั้นชีวิตไม่ได้มีปัญหาอะไรหลังจากลูกคลอด โอ๊ตไปทำงานเกาหลีกับคุณน้ำ พี่สาว และส่งเงินให้ตนเอง ซึ่งตนเองทำหน้าที่แม่ คอยเลี้ยงลูก โอ๊ตทำงานได้ 1 ปีกลับไทย ก็มาอยู่กัน 3 คนพ่อแม่ลูก
จนลูกอายุประมาณ 4-5 ขวบ ตนเองเลิกรากับโอ๊ต ด้วยเหตุผลว่า ฝ่ายชายมีคนอื่นและทะเลาะกันบ่อย แต่ยังไปมาหาสู่กัน เพราะลูกอยู่บ้านฝ่ายชาย มีพี่สาวของฝ่ายชายช่วยเลี้ยงลูกให้
ต่อมา ตนเองลงมาอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ หางานทำหลายปี ก่อนกลับไปอยู่สุโขทัย กระทั่งปี 2564 ตนเองเจอกับนายบอล สามีคนที่ 2 โดยเจอกันในเฟซบุ๊ก ตนทักไปก่อนเพื่อขอซื้อรถ ทำให้สนิทสนมกัน และตกลงคบหากันเป็นแฟน ซึ่งฝ่ายชายบอกว่า มีลูกติด แต่เลิกรากับอดีตภรรยาไปแล้ว และอยู่ในสถานะโสด ตนและฝ่ายชายจึงตกลงคบหากันเป็นแฟน คบได้ 2 สัปดาห์ เกิดเหตุการณ์ขึ้นครั้งแรก หญิงแฟนเก่าบุกมาตบที่หน้าร้านโจ๊ก โดยตอนนั้นตนเองไม่รู้มาก่อนว่าหญิงคนนี้เป็นใครและไม่มีการแสดงตัว จู่ๆ ก็จอดรถและลงมาตีตนเอง หลังจากนั้น มีการไปแจ้งความที่ สภ.ศรีสำโรง ถึงได้รู้ว่าหญิงที่มาทำร้ายตนชื่อเฟิร์น เป็นอดีตภรรยาของสามีตน
เหตุการณ์ครั้งนั้นมีการตกลงยอมความ เฟิร์นขอโทษ ตนจึงไม่เอาเรื่อง หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่เรื่อยมา ตนกับสามีจึงจัดงานผูกข้อไม้ข้อมือวันที่ 14 เมษายน 2565 เพราะมีการตั้งครรภ์ หลังคลอดลูกก็ใช้ชีวิตปกติ ซึ่งตนเองก็ช่วยเลี้ยงดูลูกติดของสามีด้วย เวลาเฟิร์นมารับลูกที่บ้านก็จะมีบางครั้งที่ได้เจอกับตน ซึ่งเฟิร์นก็จะแสดงกิริยาท่าทางไม่พอใจ แต่ยังไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน
หลังจากนั้นเมื่อลูกสาวของตนอายุได้ 3 เดือน ตนพาลูกติดของสามีไปซื้อขนมที่เซเว่น โดยมีสามีไปด้วย พอซื้อของเสร็จแล้วได้เจอกับเฟิร์นโดยบังเอิญ เฟิร์นเข้ามากอดลูกของเขา แล้วหันมาเบะปากใส่ตน ตนจึงถามว่าเบะปากใส่ทำไม ปรากฏว่า เฟิร์นเข้ามาหยิกปาก ตนเองพยายามป้องกันตัวและสามีก็เข้ามาห้าม ทำให้ต่างฝ่ายต่างมีบาดแผล
รอบนี้ฝั่งเฟิร์นเป็นคนไปแจ้งความ เมื่อทั้งคู่ไปที่ สภ.ศรีสำโรง ตำรวจก็พยายามไกล่เกลี่ย และชี้ว่าเป็นสมัครใจวิวาท ทำให้ฝั่งของเฟิร์นมาขอเงินที่บ้าน 2,000 บาท อ้างว่าถูกตนทำร้ายบาดเจ็บ แต่ไม่มีใครให้เงิน
หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการท้าทายหรือแชตด่ากัน มีบางครั้งที่เจอหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เฟิร์นมีการเบะปากมองหน้า แต่ตนยืนยันว่าไม่เคยเบะปากหรือแสดงท่าทีไม่พอใจ
กระทั่งปี 2567 ช่วงปลายปี ถูกทำร้ายครั้งที่ 3 หน้าเซเว่นสาขาเดิม ซึ่งรอบนี้ตนไปกับสามีและลูกคนเล็กด้วย ตอนนั้นลูกอายุ 2 ขวบ จู่ๆ เฟิร์นเห็นและเดินเข้ามาดึงผม ทำให้ลูกวัย 2 ขวบที่อุ้มอยู่หล่นลงพื้น พนักงานร้านสะดวกซื้อต้องมาช่วยอุ้มเด็กเข้าไปในร้าน
ช่วงจังหวะนั้นตนเองถูกทำร้าย ลงไปนอนกองกับพื้น จึงพยายามป้องกันตัวและสู้กลับ และสามีข้ามาพยายามแยก หลังแยกย้ายได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีสำโรง ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นการสมัครใจวิวาท
จนกระทั่งรอบล่าสุด วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนขี่รถจักรยานยนต์มากับลูกชายคนโตและลูกสาวคนเล็ก โดยที่ไม่รู้ว่าเฟิร์นคู่กรณีขี่รถตามมา กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุก็ถูกทำร้ายอีกครั้ง ลูกชายที่นั่งซ้อนท้ายจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเหตุการณ์ ตอนนั้นจำได้เพียงว่า รถจักรยานยนต์ล้ม ลูกทั้งสองคนก็ล้มได้รับบาดเจ็บ และครั้งนี้หนักที่สุดคือตนโดนทุบบริเวณท้ายทอย
ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ตนเองต้องอยู่อย่างหวาดระแวง โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกสาวคนเล็ก ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะนั่งรถไปกับตน ยืนยันว่าเหตุการณ์ทุกครั้งที่ผ่านมา ตนไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนและไม่เคยยั่วยุหรือท้าทายแม้แต่ครั้งเดียว
ด้านรุ่ง แฟนใหม่ของเฟิร์นโฟนอินเข้ามาในรายการเล่าว่า ตนเองเป็นเจ้าของรถวันที่เฟิร์นยืมรถไปก่อเหตุ ซึ่งวันนั้นตนไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนชายที่อยู่บนรถกับเฟิร์น ตนก็ไม่รู้ว่าคือใคร คาดว่าเป็นแฟนอีกคนของเฟิร์น ซึ่งตอนให้ปากคำเฟิร์นบอกว่าชายคนนี้เป็นน้องชายหรือพี่ชาย แต่เท่าที่ตนรู้เขามีน้องชายแค่คนเดียว วันนั้นเฟิร์นยืมรถของตนไป บอกว่ามีโจรขึ้นบ้าน ตำรวจเรียกให้ไปสอบสวน จึงขอยืมรถไป พอเห็นข่าวตนจึงวางแผนหลอกล่อให้เอารถมาคืน ส่วนรถเบนซ์สีดำที่เฟิร์นนั่งไปกับชายอีกคน ไปจอดหน้าบ้านผู้เสียหาย ตนคาดว่าเป็นผู้ชายของเฟิร์น เท่าที่ทราบมารู้ว่ามีหลายคน
ด้านคุณเอ อดีตแฟนเฟิร์น โฟนอินเล่าว่า ไทม์ไลน์ตนเองน่าจะทับซ้อนกับรุ่ง เพราะเฟิร์นบอกว่ารถของรุ่งคือรถของเขา ซื้อด้วยเงินสด และบ้านหลังที่อยู่เขาก็อ้างว่าเป็นบ้านเขา วันที่ตนไปหาที่บ้าน แม่และน้องชายของเฟิร์นก็มาต้อนรับ มีวันหนึ่งตนใช้ชีวิตปกติ กินข้าวอยู่แล้วก็ขาดสติไปเลย คาดว่าโดนวางยา และทองคำซึ่งเป็นเลสข้อมือหลวงพ่อรวยหนัก 4 บาทก็หายไป ซึ่งช่วงนี้รุ่งแทรกเข้ามาว่า คุ้นๆ เหมือนคือทองที่เฟิร์นให้ตนเอาไปขาย
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส