สังคม
โสธรชัย แจงสังคม...ลูกชายยัน ป้าแมวออกแบบเตียงปลาปิ้ง ศบส.เห็นแล้ว แต่วันนี้ผมโดนสั่งปิด
4 ชั่วโมงที่แล้ว
52 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (8 ตุลาคม 2569) พูดคุยต่อเนื่องกรณี ‘คุณแม่ภัทร’ ที่ร้องเรียนว่าถูกลูกชายส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลที่ จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง แล้วยึดกิจการไป ต่อมา ผอ.ศบส. 5 ได้ชี้แจงในรายการโหนกระแสวันที่ 7 ต.ค.2569 ว่าเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเฉพาะพื้นที่ด้านหน้า 1,600 ตารางเมตร ตามที่ผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตสำหรับรองรับผู้สูงอายุกลุ่มสีเขียวไม่เกิน 50 คน ไม่ได้เข้าไปตรวจพื้นที่ส่วนขยาย ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 4,000 ตารางเมตร ยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเตียงปลาปิ้งหรืออุปกรณ์พันธนาการ ลวดหนาม ยอมรับว่าเห็นเพียงลูกกรงสีเขียวบริเวณด้านหน้า
วันนี้ “เจแปน” ลูกชายป้าแมว เปิดใจ ยืนยันว่า ลูกกรงและลวดหนามอยู่ในพื้นที่ขนาด 1,600 ตารางเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ยื่นขออนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 หรือ ศบส.5 ไม่ใช่พื้นที่ส่วนขยายตามที่มีการตั้งข้อสงสัย
ส่วนกรณี “เตียงปลาปิ้ง” เป็นแนวคิดการออกแบบของแม่ ซึ่งต้องการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยถูกมัดจนมือบวม โดยยอมรับว่ารูปแบบอาจดูแปลกไปบ้าง และตนเองเคยทักท้วงเรื่องนี้แล้ว แต่แม่บอกว่าเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและแจ้งว่าผ่านการพิจารณา
เมื่อถูกถามว่าเจ้าหน้าที่จะไม่เห็นเตียงดังกล่าวได้อย่างไร เจแปนตอบว่า เตียงมีขนาดใหญ่และตั้งอยู่บริเวณด้านขวาเมื่อเดินเข้าไป ส่วนลูกกรงและลวดหนามก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงมองว่าหากเข้าตรวจสอบจริงก็น่าจะพบเห็นได้ พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เจแปนกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการโยนความผิดให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทั้งหมด แต่เห็นว่า ศบส.5 ให้คำแนะนำคลาดเคลื่อน จนทำให้ครอบครัวเข้าใจว่าสามารถดำเนินกิจการในรูปแบบดังกล่าวได้ พร้อมยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ และขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าศูนย์ถูกสั่งปิดตามระเบียบแล้ว
เจแปนเล่าว่า หลังกลับจากประเทศนิวซีแลนด์ ตนต้องการปรับระบบการดูแลผู้ป่วยและเคยหารือกับแม่เรื่องการย้ายไปอยู่ภายใต้หน่วยงานด้านสุขภาพจิต เพื่อให้การดำเนินงานมีแนวทางชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ได้รับคำแนะนำจาก ศบส.5 ว่าสามารถดำเนินการในรูปแบบเดิมได้ จึงทำให้เชื่อมั่นมากขึ้น แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรงและเตียงที่ใช้ก็ตาม
เจ้าตัวยังตั้งคำถามถึงระบบกำกับดูแลสถานดูแลผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทย โดยมองว่าปัญหามีความซับซ้อน ทั้งเรื่องมาตรฐานการดูแล งบประมาณ นโยบาย และความเข้าใจต่อผู้ป่วย พร้อมยืนยันว่าแม่เป็นพยาบาลและตนเองเติบโตมากับการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงมีความตั้งใจอยากพัฒนาการดูแลให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น การอธิบายเจตนาของตนเองต่อสังคมเป็นเรื่องยาก
อีกประเด็นสำคัญ เจแปนระบุว่า หลังกลับมาช่วยบริหารงานภายในศูนย์ ได้ปรับแนวทางให้ความสำคัญกับการรับฟังผู้ป่วยมากขึ้น กระทั่งพบว่าแม่ภัทรไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวช และจากการพูดคุยเห็นว่าแม่สามารถสื่อสารและแสดงความต้องการของตนเองได้ จึงประสานไปยัง “เบนซ์” ลูกชายของแม่ภัทร ให้มารับแม่กลับบ้าน
เจแปนอ้างว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง ทางศูนย์เคยติดต่อเบนซ์ให้มารับแม่กลับถึง 2 ครั้ง แต่ได้รับการบ่ายเบี่ยง โดยเบนซ์ให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว พร้อมขอเวลาไปหาสถานที่ดูแลแห่งใหม่ก่อน
เจแปนนำคลิปบันทึกภาพและเสียงการสนทนาระหว่างตนกับเบนซ์มาเปิดในรายการ โดยอ้างว่าเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงการโต้เถียงเรื่องการรับแม่กลับบ้าน ทั้งนี้ เจแปนยืนยันว่า เมื่อไม่มีเอกสารทางการแพทย์ยืนยันว่าแม่เป็นผู้ป่วยจิตเวช ศูนย์ก็ไม่มีสิทธิกักขังแม่ไว้ และต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของแม่ตามกฎหมาย
ระหว่างพูดคุย หนุ่ม กรรชัย ยังเปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับป้าแมวเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยป้าแมวไม่ได้มาร่วมรายการเพราะรู้สึกลำบากใจและไม่อยากให้ใครเดือดร้อน พร้อมยอมรับว่ามีคนมาขอให้พูดถึงบุคคลบางฝ่ายในทางที่ดี และขอให้เห็นใจกัน โดยมีการกล่าวถึงเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังจะเกษียณ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นใคร
ขณะเดียวกัน ในประเด็นความขัดแย้งภายในครอบครัว “บีม” ลูกสาวของแม่ภัทร ยอมรับว่าเคยลงมือทำร้ายร่างกายแม่จริงในช่วงที่มีปากเสียงกัน โดยอธิบายว่าในเวลานั้นตนยังเป็นวัยรุ่น มีอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ
หนุ่ม กรรชัย ระบุว่าไม่ได้ต้องการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวในครอบครัว แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงและประเด็นที่อาจมีการให้ข้อมูลไม่ตรงกันก่อนหน้านี้
ด้านแม่ภัทรยืนยันว่าได้แจ้งความไว้ที่ สน.วังทองหลาง แล้ว โดยต้องการให้ตำรวจสอบสวนตั้งแต่เหตุการณ์ที่ถูกพาตัวออกจากบ้านไปจนถึงช่วงเวลาที่อยู่ในศูนย์ หากการสอบสวนพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ขอให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,แม่ภัทร ,ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ