สังคม
แฉนรก “ศูนย์ป้าแมว” จ่ายเดือนละเป็นหมื่น ทรมานยิ่งกว่าคุก “ผอ.ศบส.5” โดนยับ! อ้างไม่เคยเห็นเตียงปิ้งปลา
2 ชั่วโมงที่แล้ว
22 views
รายการโหนกระแสวันนี้ (7 ตุลาคม 2569) พูดคุยต่อเนื่องกรณี 'คุณภัทร' ร้องเรียนว่าถูกลูกชายยึดกิจการ และจับตนเองส่งศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี วันนี้ มีผู้เสียหายหลายรายที่เคยอยู่ในศูนย์ดังกล่าว ออกมาเปิดเผยเรื่องราวและสภาพความเป็นอยู่
ลุงช้าง เล่าว่า ตนเองถูกภรรยาและลูกชายพาตัวไปฝากไว้ที่ศูนย์ดูแล โดยเจ้าตัวเชื่อว่าเหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในครอบครัว รวมถึงเรื่องทรัพย์สินและมรดก ขณะนั้นภรรยาเป็นผู้จ่ายค่าดูแลประมาณเดือนละ 18,000 บาท โดยก่อนถูกพาตัวไป ลุงช้างระบุว่ามีปัญหาทะเลาะกันในครอบครัวและถูกมองว่าเป็นคนอารมณ์รุนแรง
วันที่ถูกนำตัวไปมีกลุ่มคนประมาณ 3-4 คนเข้ามาควบคุมตัว ล็อกกุญแจมือ ยึดโทรศัพท์และสัมภาระ ก่อนพาขึ้นรถ โดยเข้าใจว่าจะถูกนำตัวไปโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจ แต่กลับถูกพาไปยังศูนย์ดูแล เมื่อไปถึงอ้างว่าถูกนำตัวลงจากรถ เปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมแพมเพิร์ส ก่อนจับให้นอนบนเตียงที่มีโครงเหล็กครอบ ซึ่งเจ้าตัวเรียกว่าเตียงปิ้งปลา พร้อมระบุว่าไม่สามารถพลิกตัวได้อย่างสะดวก และเมื่อขอเข้าห้องน้ำกลับไม่ได้รับอนุญาต ต้องขับถ่ายลงแพมเพิร์ส กระทั่งผ่านไปราว 1 ชั่วโมงจึงถูกย้ายไปอีกอาคาร
อาคารดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับผู้ป่วยจิตเวช และต้องพักร่วมกับผู้ป่วยรายอื่น ทำให้เกิดความหวาดระแวง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่เพื่อนร่วมห้องเดินมาจ้องใกล้เตียงจนต้องแกล้งหลับ ส่วนการขับถ่ายต้องใช้ภาชนะภายในห้องร่วมกับผู้พักรายอื่น ขณะที่เรื่องอาหารก็เป็นอีกปัญหาที่เจ้าตัวบอกว่ารับประทานได้ยาก บางมื้อมีเพียงกล้วยดิบกับกาแฟ และบางครั้งต้องหาอาหารอย่างปลากระป๋องมากินเอง เนื่องจากไม่สามารถกินอาหารที่ศูนย์จัดให้ได้
ลุงช้างยังยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีประวัติรักษาโรคทางจิตเวชและไม่เคยเสพยา พร้อมอ้างว่าระหว่างอยู่ที่ศูนย์เคยถูกกดดันหรือยั่วยุให้เกิดอารมณ์โมโห ก่อนจะมีการเสนอให้รับยานอนหลับ แต่เจ้าตัวปฏิเสธมาตลอด เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ยังอ้างว่าไม่มีโทรศัพท์ใช้ติดต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากสิทธิ์ในการติดต่อถูกจำกัดไว้ที่ผู้ทำสัญญากับศูนย์
กระทั่งพี่สาวเริ่มออกตามหา โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนรู้จักในวงการเครื่องมือแพทย์ให้ช่วยติดต่อสอบถามศูนย์ดูแลหลายแห่งในพื้นที่ จนพบเบาะแสว่าลุงช้างอยู่ที่ศูนย์ดังกล่าว ก่อนเข้าแจ้งความและดำเนินการทางกฎหมาย จนในที่สุดได้รับความช่วยเหลือและออกมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ลุงช้างยอมรับว่าหลังพ้นออกมา สภาพจิตใจยังได้รับผลกระทบอย่างมาก ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์หรือเห็นภาพบางอย่างจากช่วงเวลาที่อยู่ในศูนย์ มักรู้สึกสะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ส่วนคุณหนู ผู้ที่เคยอยู่ในศูนย์ดังกล่าว เล่าว่า ตนเองเคยเสพยาเสพติดและอยากเลิกขาด จึงปรึกษาครอบครัวและพ่อแนะนำให้มาที่ศูนย์ดังกล่าว พอไปถึงก็พบความผิดปกติหลายอย่าง เห็นเจ้าหน้าที่ทุบตีผู้สูงอายุ จับแก้ผ้าทั้งชายและหญิง ทำเหมือนเป็นสัตว์
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย พ่อตนจ่ายเดือนละ 25,000 เป็นห้องพิเศษ เตียงใหญ่เหมือนเตียงสุลต่าน มีโทรทัศน์ให้ดู ตนอยู่ในนั้น 3 เดือน ได้ทบทวนชีวิตตัวเอง แต่เห็นสภาพแวดล้อมแล้วไม่สบายใจ อาหารการกินก็เหมือนกับคนอื่น บางวันเคยเจอไข่ต้ม 1 ลูก แตงกวานิดหน่อย ให้แบ่งกิน 2 มื้อ แต่นอกจากค่าห้อง 25,000 บาทแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายยิบย่อย อย่างค่าน้ำเดือนละ 600-700 บาท ค่ายาแยกอีก 5,000 บาท
คนที่อยู่ก็ต้องทนอยู่ให้ได้ ถ้าโวยวายหรือไม่ชอบเจ้าหน้าที่ก็จะโดนแกล้ง และมีโซนพิเศษสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่เชื่อฟัง ไม่กินข้าว จะโดนจับมัดแขนมัดขาตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
ต่อมา นัยนา หาญธนะสุกิจ ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 โฟนอินชี้แจงเรื่องการอนุญาต โดยเผยว่า เรื่องการอนุญาตตามมาตรฐานสถานที่การให้บริการ อนุญาตในพื้นที่ที่ขอเท่านั้นคือ 1,600 ตารางเมตร ผู้ใช้บริการ 50 คนเท่านั้น ไม่ใช่พื้นที่ทั้งหมด 4,000 กว่าตารางเมตร เดิมกิจการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 หลายอย่างที่เกิดขึ้นเป็นของเก่า ซึ่งไม่อนุญาตให้เปิดใช้ในส่วนด้านหลัง
แต่ตอนที่ลงพื้นที่ตรวจเมื่อปี 2564 ศูนย์นี้เกิดก่อนกฎหมายกำหนด การพิจารณาอนุญาตจะมีเพิ่มเติมแก้ไขได้ระหว่างอนุญาตไปด้วย ส่วนในปี 2568 มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนเรื่องห้องน้ำไม่เพียงพอ ไม่ได้มาตรฐาน สั่งปรับแก้ไขไปแล้ว ยืนยันตอนลงพื้นที่ตรวจสอบไม่มีเตียงกรงเหล็ก ผู้รับบริการก็ยังไม่เกินจำนวน ถ้าหากเจอกรงเหล็กคงไม่อนุญาตอยู่แล้ว ส่วนที่ป้าแมวบอกว่าอนุญาตนั้น เป็นไปไม่ได้ ยืนยันว่าไม่ได้อนุญาตแน่นอน
ส่วนกรงที่ติดด้านหน้าศูนย์ ที่เคยบอกว่าเอาคนทะเลาะกันไปขังในนี้ได้ชั่วคราว หลังจากนั้นก็ได้สั่งไปแล้วว่าให้เลิกใช้ ส่วนกรงเหล็กและลวดหนามหีบเพลงตรงทางเข้า ตนยืนยันว่าไม่เห็น คาดว่าเป็นพื้นที่ที่ปรับขึ้นมาใหม่
เรื่องการต่ออายุใบอนุญาต ผู้ประกอบการกดยืนยันในระบบ ชำระค่าธรรมเนียมรายปี จะเป็นการต่ออายุอัตโนมัติ ไม่เกี่ยวกับการลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งจริงๆ ทางเจ้าหน้าที่จะลงไปตรวจในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ยอมรับว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ แต่ไม่ได้แจ้งว่ามีกรงเหล็ก ลวดหนามแบบนี้ วันนี้ตนเห็นในข่าว เสียใจ และตกใจมาก ยืนยันศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ดำเนินงานอย่างสุจริต
แท็กที่เกี่ยวข้อง โหนกระแส ,ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ,ป้าแมว ,แม่ภัทร