สังคม

แม่ค้าปลาสลิดพ้อ ช้ำแต่เรา! ถูกโกงเอกสารสิทธิ์ที่ดิน สูญ 50 ล้าน ลุยสู้ทุกหน่วยงาน คดีไม่คืบ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

3 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (24 กันยายน 2569) พูดคุยกรณีสองผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรม หลังอ้างได้รับความเสียหายจากปัญหาการซื้อขายและการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในจังหวัดตาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท


คุณแอม ผู้เสียหายเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เดิมทีต้องการไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ระหว่างเดินทางเกิดหลงทาง และได้พบกับหญิงสูงอายุรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่จังหวัดตาก


จากการพูดคุยทำให้แอมทราบว่าหญิงรายดังกล่าวต้องการขายที่ดิน จึงติดต่อผ่านนายหน้า และตัดสินใจซื้อที่ดินในช่วงแรกประมาณ 2 ไร่ ราคา 200,000 กว่าบาท ก่อนจะซื้อเพิ่มอีกประมาณ 6 ไร่ 3 งาน รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ ใช้เงินไปประมาณ 600,000 กว่าบาท


หลังจากถือครองที่ดินอยู่ประมาณ 1 ปี แอมมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงตัดสินใจขายที่ดิน ช่วงนี้เองเธออ้างว่าได้เข้าไปปรึกษาเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินรายหนึ่ง ซึ่งในตอนแรกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแบ่งแปลงที่ดิน การรังวัด และการหาลูกค้า โดยแอมบอกว่า เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนทำให้เธอเกิดความไว้วางใจ และเชื่อว่าเป็นข้าราชการที่ตั้งใจช่วยประชาชน เธอจึงทำตามคำแนะนำ โดยนำที่ดินประมาณ 2 ไร่มาแบ่งออกเป็น 4 แปลง เพื่อจำหน่าย แต่ระหว่างดำเนินการกลับมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ


เธออ้างว่ามีการเรียกเก็บเงินประมาณแปลงละ 6,000 บาท รวมแล้วกว่า 30,000 บาท โดยในตอนนั้นเธอเข้าใจว่าเป็นค่าใช้จ่ายตามขั้นตอนของราชการ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน


นอกจากนี้ แอมยังอ้างว่า ในขั้นตอนการโอน มีการเรียกเก็บเงินจากผู้ซื้ออีกประมาณรายละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ "หัวหน้าจะเอา" ซึ่งเธอยอมรับว่า ตอนนั้นไม่ได้สงสัย เพราะเชื่อว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องตามระบบ


แต่เมื่อขายที่ดินแปลงเล็กไปแล้ว แอมบอกว่าแทบไม่เหลือเงิน จึงกลับไปปรึกษาเจ้าหน้าที่คนเดิมอีกครั้ง และต้องการขายที่ดินแปลงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน


เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจึงแนะนำให้เธอเปลี่ยนแนวทาง โดยเสนอให้แบ่งที่ดินเป็นลักษณะคล้ายโครงการจัดสรร และบอกว่าจะช่วยประสานขั้นตอนต่างๆ ให้


เจ้าหน้าที่บอกกับเธอว่า สามารถแบ่งที่ดินออกเป็นประมาณ 33 แปลง และดำเนินการผ่านระบบราชการให้ถูกต้อง รวมถึงเรื่องถนนและสาธารณูปโภค คำพูดดังกล่าวทำให้แอมเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่กำลังช่วยให้เธอสามารถเพิ่มมูลค่าที่ดินและขายได้ราคาดีขึ้น


ต่อมา แอมมีลูกค้าที่สนใจซื้อที่ดิน จึงเดินทางไปขอข้อมูลราคาประเมินจากสำนักงานที่ดิน แอมเล่าว่า ขณะนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่าราคาที่ดินของเธอเพิ่มสูงขึ้น หลังจากมีการปรับปรุงและแบ่งแปลง พร้อมอ้างถึงข้อมูลจากกรมธนารักษ์ แต่หลังจากนั้น กลับมีการแจ้งว่าต้องชำระภาษีหรือค่าใช้จ่ายบางอย่าง ซึ่งแอมอ้างว่ามีมูลค่าประมาณ 60,000 บาท


เธอจึงยอมจ่าย เพราะยังเชื่อใจเจ้าหน้าที่ และเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องตามระบบราชการ แอมบอกว่า หลังจ่ายเงินแล้วยังขอหลักฐานเพื่อนำไปให้ลูกค้าดู แต่ได้รับเอกสารที่เธอเข้าใจว่าเป็นหลักฐานเกี่ยวกับราคาประเมิน โดยมีการประทับตราและลายเซ็นตามขั้นตอน ทุกอย่างดำเนินไปโดยที่แอมยังไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ที่เธอไว้ใจ อาจมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง กระทั่งเมื่อมีลูกค้าหลายรายเริ่มนำข้อมูลเกี่ยวกับที่ดินไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ปัญหาหลายอย่างก็เริ่มปรากฏ


แอมเล่าว่า ลูกค้ารายหนึ่งนำเรื่องไปตรวจสอบ และกลับมาบอกกับเธอว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับที่ดินของเธอมีความผิดปกติหลายจุด แต่ในเวลานั้น แอมยังยืนยันและปกป้องเจ้าหน้าที่ เพราะเชื่อมาตลอดว่าเจ้าหน้าที่รายนี้เป็นคนดี และเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือเธอ จนกระทั่งต่อมา มีผู้ซื้อที่ดินเข้าไปสอบถามข้อมูลกับสำนักงานที่ดินและมีการร้องเรียนเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้น


จากนั้นแอมถูกเรียกเข้าไปพบผู้บังคับบัญชาของสำนักงานที่ดิน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวจริงหรือไม่ แอมระบุว่า ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ และจึงให้ข้อมูลตามที่เกิดขึ้นจริง


หลังจากมีการตรวจสอบ กลับพบปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการในที่ดินหลายจุด ทั้งเรื่องการรังวัด การแบ่งแปลง และเอกสารต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาของการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลาต่อมา


สิ่งที่ต้องการในวันนี้ไม่ใช่เพียงการคืนเงิน แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นมีเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องบ้าง มีการเรียกรับเงินโดยมิชอบหรือไม่ และเอกสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่


นอกจากนี้ คุณแอมยังเล่าว่า ในระหว่างที่พยายามเดินหน้าร้องเรียนพฤติกรรมทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่ดิน เขาพยายามยื่นข้อเสนอไกล่เกลี่ยเพื่อแลกกับการไม่ให้คุณแอมดำเนินคดีต่อ โดยเสนอเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท พร้อมที่ดินอีก 10-20 ไร่ใน จ.ตาก ซึ่งอนุญาตให้คุณแอมเลือกชี้จุดแปลงที่ดินที่ต้องการเพื่อออกโฉนดให้ได้ทันที


โดยพูดว่าเดี๋ยวพี่ไปถอนทุนคืน พร้อมทั้งหันหน้าและกวาดสายตาไปมองกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งภาพที่คุณแอมเห็นคือ ผู้สูงอายุ หรือพ่อแม่ปู่ย่าตายายของใครบางคน ที่กำลังนั่งรอทำเรื่องโอนที่ดินให้ลูกหลานอยู่ในสำนักงานที่ดินวันนั้น นั่นเลยทำให้คุณแอมปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวทันที เพราะนึกถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายายตัวเอง ไม่อยากให้ใครมาโดนแบบนี้อีก ตนจึงเลือกที่จะไม่ปล่อยผ่าน แม้วันหนึ่งอาจจะหมดตัว ทำมาหากินไม่ได้ แต่ตนก็บอกแฟนว่าสู้ต่อไป คนอื่นจะได้ไม่โดนแบบเรา


หลังมีการเดินหน้าร้องเรียนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวถูกไล่ออกจากราชการ แต่อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินยังปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหาย โดยอ้างว่าเป็นเรื่องความผิดส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นตนได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ เจ้าหน้าที่บอกว่า ทำให้เป็นข่าวดังสิ ถ้าไม่มีแสงข่าวก็ไม่เกิด แนะนำให้ไปทำท่าจะกระโดดสะพานพระราม 8 เผื่อจะได้มีคนมาทำข่าว จะได้มีแสง อินฟลูบางท่านก็แนะให้เอาเชือกไปแขวนที่กรมที่ดิน คนจะได้รู้ว่าสู้ขนาดไหน พวกตนก็มองหน้ากัน ไม่กล้าไป จึงเลือกไม่ทำตามคำแนะนำ แต่เลือกที่จะสู้ต่อด้วยตัวเอง ในเมื่อทำตามกระบวนการความถูกต้องทุกอย่างแล้ว ถ้ายังไม่มีความยุติธรรมอีก จะเป็นยังไงต่อไป ในเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องสู้เพื่อตัวเองและครอบครัว เพื่อความยุติธรรม


นอกจากนี้ ตนยังได้ทักแชตไปที่เพจหนึ่ง แจ้งว่ามีเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ทางเพจเป็นระบบตอบกลับอัตโนมัติ เขาก็ขอเบอร์ไป ตนก็บอกว่าจะเอาปลาสลิดไปบริจาค 300 กก.สักพักก็มีเจ้าหน้าที่โทรกลับมาถามว่าจะบริจาคเฉยๆ หรือยังไง ตนก็ถามว่าต้องทำยังไง ถ้าจะบริจาคเฉยๆ 30 กก.ก็ได้ แต่ตนต้องการเอาเอกสารไปให้คุณ ก.อ่าน เพราะรอความช่วยเหลืออยู่


สักพักเจ้าหน้าที่ของมูลนิธินั้นก็โทรกลับมา บอกว่าถ้าเรื่องเร่งด่วนก็เอาปลาสลิดมา 1,000 กก. ตนก็บอกว่าได้ แต่ขอให้คุณ ก.อ่านเอกสารเลยนะ เขาก็เหมือนจะขอปลาเพิ่มอีก ตนบอกว่าไม่ไหวแล้ว ขอแค่ 1,200 กก.พอ สำหรับบ่อปลามันไม่เยอะ แต่มันเยอะสำหรับพวกตน ต้องอธิบายว่า ปลา 1,200 กก.เป็นปลาสดแล้วต้องเอามาแปรรูปเป็นปลาสลิด เอาไปทอดน้ำหนักก็จะลดลงไปอีก ทั้งนี้ เรื่องปลาสลิดเป็นข้อตกลงตั้งแต่แรกที่คุยกัน ถ้าบริจาคเท่านี้ จะได้เข้าพบคุณคนหนึ่งในมูลนิธินั้น และเขาจะอ่านเอกสารเรื่องร้องเรียนของตน


แต่เมื่อนำปลาไปให้ สุดท้ายก็ไม่ได้เจอ ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไร หายเงียบไป ตนก็ถามกลับไปว่าคุณคนนั้นรู้เรื่องตนหรือยัง รออยู่ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะรีบบอกให้ พอเวลาผ่านไปก็เงียบ ไม่มีใครติดต่อมา ตนก็ไม่ได้ตามแล้วเพราะเหนื่อย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  โหนกระแส ,ปลาสลิด ,โกงที่ดิน

คุณอาจสนใจ

Related News