สังคม

"พ.ต.อ.เขมรินทร์" ยันไม่ได้ย้ายฝั่ง แต่ยืนอยู่ข้างความถูกต้อง พูดซึ้งถึง "บิ๊กโจ๊ก" ถ้ารอดคดีก็ดีใจด้วย ย้อนมองใครกันทำเดือดร้อน

9 ม.ค. 2569

101 views

พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย หรือ ผู้กำกับเปียก น้องชายคนสนิทของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย เปิดใจในรายการโหนกระแส ยืนยันไม่ได้ทรยศหรือย้ายข้างจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เพียงแต่ยึดมั่นในความถูกต้อง พร้อมแจงรายละเอียดคดีมินนี่ที่ถูกโยงรวมกับคดี BNK Master จนทำให้กระบวนการยุติธรรมมีความลักลั่น

ในรายการโหนกระแส (9 มกราคม 2569) ซึ่งดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เชิญ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย หรือ ผู้กำกับเปียก อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก มาร่วมพูดคุยเพื่อไขข้อข้องใจกรณีโพสต์ข้อความ 10 ประการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว

พ.ต.อ.เขมรินทร์ เริ่มต้นด้วยการตอบคำถามสำคัญเรื่องการย้ายข้าง โดยยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่ได้ย้ายข้างไปไหน แต่ยืนอยู่ข้างความถูกต้องมาโดยตลอด ส่วนความสัมพันธ์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น เริ่มทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2560 สมัยดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับสืบสวน สน.ห้วยขวาง โดยเริ่มจากการคลี่คลายคดีนักธุรกิจจีนถูกเรียกค่าไถ่จนประสบความสำเร็จ ต่อด้วยคดีแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่และคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งตนเป็นผู้ชักชวนพี่ชายคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ให้มาร่วมทีมทำงาน ไม่ใช่พี่ชายเป็นคนชวนตนตามที่มีข่าวลือ

ประเด็นสำคัญที่ พ.ต.อ.เขมรินทร์ ต้องการชี้แจงคือเรื่องคดีความที่ตนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี "มินนี่" ซึ่งเดิมทีพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ แต่อัยการสั่งสอบเพิ่ม 16 ประเด็นเนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันมีการจับกุมคดีเว็บพนัน BNK Master ที่ สน.เตาปูน ซึ่งมี พ.ต.ท.คริษฐ์ นายตำรวจคนสนิทอีกคนของบิ๊กโจ๊กตกเป็นผู้ต้องหา และถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการกระทำผิด ทำให้คดีถูกส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

พ.ต.อ.เขมรินทร์ อธิบายต่อว่า การนำคดีมินนี่ของตนไปผูกโยงกับคดี BNK Master ที่ ป.ป.ช. ทำให้เกิดความล่าช้าและลักลั่นในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนซึ่งถูกแยกฟ้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลได้มีคำพิพากษาแล้วว่าเส้นทางการเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเงินจากเว็บพนันนั้น แท้จริงแล้วเป็นเงินจากการกู้ยืมและได้มีการคืนกันจบสิ้นแล้ว ถือเป็นเงินขาวไม่ใช่เงินดำ แต่ในส่วนของตนที่เป็นข้าราชการกลับยังคงค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. เพราะถูกนำไปรวมสำนวนกัน ทั้งที่หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงในศาลอาญา คดีของตนก็ควรจะสิ้นสุดไปแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่าการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้ดึงคดีกลับมาที่ตำรวจ หรือต้องการวิ่งเต้นคดีแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการอธิบายข้อเท็จจริงและยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง ไม่ว่าคดีจะอยู่ที่หน่วยงานใด ตนก็พร้อมจะพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ช่วงท้ายรายการ พ.ต.อ.เขมรินทร์ ได้กล่าวถึง "บิ๊กโจ๊ก" ระบุว่า ผมรักเคารพเป็นห่วงพี่เสมอ อยากให้พิจารณาว่ากใครทำให้พี่เดือดร้อน พวกผมที่เป็นมือไม้ทำงานมาให้พี่ตลอด ยังรักและปรารถนาดี เพียงแต่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ความเป็นพี่น้องไม่มีวันหมดไป หากพี่ยังมองว่าพวกผมเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ได้รับความเดือดร้อน ผมอยากให้พี่พิจรณาดีๆ ถ้าพี่ยังมองไม่เห็นว่าใครทำเดือดร้อน คนเหล่านั้นก็จะทำให้พี่เดือดร้อนไปเรื่อยๆ

คุณอาจสนใจ

Related News